กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนแห่งท้องฟ้าและทะเล เทพธิดานามว่า ทารังกา (Taranga) ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ทว่าเด็กคนนี้เกิดมาไม่สมบูรณ์ ร่างกายของเขาอ่อนแอและเล็กจนผิดธรรมชาติ ด้วยความเสียใจ ทารังกาจึงห่อร่างของเขาด้วยปอยผมของเธอ และปล่อยให้เขาล่องลอยไปในทะเล
แต่เด็กคนนี้มิได้จมหายไป เทพแห่งท้องทะเล ทังกาโรอา (Tangaroa) เห็นเด็กทารกลอยมากับกระแสน้ำและตัดสินใจช่วยชีวิตเขา เทพเจ้าประทานพลังเวทมนตร์ให้แก่เด็กน้อย และเลี้ยงดูเขาจนเติบโตแข็งแกร่ง
เมื่อ มาวอิ เข้าใจพลังของตนเองแล้ว เขาตัดสินใจเดินทางกลับไปหาครอบครัวเดิมของเขา เมื่อลงเหยียบพื้นดิน เขาพบว่ามารดาของเขายังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ทารังกาตกใจที่เห็นบุตรชายที่เธอเคยทอดทิ้งยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อเธอได้ฟังเรื่องราวของเขา เธอก็โอบกอดเขาด้วยความยินดี
ทว่า พี่ชายของมาวอิกลับไม่ต้อนรับเขา “เจ้าไม่ใช่พี่น้องของเรา เจ้าเป็นแค่เงาที่ไม่ควรมีตัวตน!” พวกเขาหัวเราะเยาะและท้าทายให้เขาพิสูจน์ตนเอง
มาวอิรู้ว่าการเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาจะไม่มีวันทำให้พวกพี่ชายยอมรับ เขาจึงเริ่มใช้พลังเวทมนตร์เพื่อทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนร่างเป็นนก อินทรี หรือแม้แต่ปล่อยเงาของเขาออกมาเดินได้อย่างอิสระ
พี่ชายของเขาเริ่มหวาดหวั่น และยอมรับว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดา “เจ้าอาจเป็นน้องของพวกเรา… แต่เจ้าจะทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่?”
มาวอิยิ้มอย่างมั่นใจ เพราะเขารู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งยิ่งใหญ่ที่เขากำลังจะทำ
ไม่นานนัก มาวอิสังเกตเห็นว่าผู้คนในเผ่าของเขามีชีวิตที่ยากลำบาก พระอาทิตย์ (Tama-nui-te-rā) เคลื่อนที่เร็วเกินไป ทำให้กลางวันสั้น ผู้คนแทบไม่มีเวลาเพียงพอในการล่าสัตว์ ปลูกพืช หรือทำงานอื่น ๆ
ชาวบ้านพากันบ่น “เราตื่นขึ้นมาไม่ทันไร พระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าเสียแล้ว!”
พี่ชายของมาวอิยักไหล่และถอนหายใจ “ไม่มีใครทำอะไรได้หรอก มันเป็นเช่นนี้มาตลอด”
แต่มาวอิคิดต่างออกไป “ถ้าไม่มีใครทำ ข้าจะเป็นคนทำเอง”
มาวอิประกาศแผนการที่จะจับพระอาทิตย์และบังคับให้มันเคลื่อนที่ช้าลง ทุกคนต่างหัวเราะเยาะเขา พี่ชายของเขาถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“เจ้าคิดจริงหรือว่าเจ้าจะหยุดพระอาทิตย์ได้?”
แต่มาวอิไม่สนใจคำสบประมาท เขาขอให้พวกพี่ชายช่วยกันถักเชือกวิเศษจากเส้นใยป่าน เพื่อให้แข็งแรงพอที่จะจับดวงอาทิตย์ได้ แม้พวกพี่ชายจะสงสัย แต่พวกเขาก็ช่วยเขาสร้างเชือกขึ้นมา
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว มาวอิและพวกพี่ชายเดินทางไปยังถ้ำทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นจุดที่พระอาทิตย์ขึ้นทุกเช้า พวกเขาขุดหลุมและวางกับดักรอบปากถ้ำ ก่อนจะซ่อนตัวรอเวลาที่พระอาทิตย์ปรากฏ
ในขณะที่ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองและขอบฟ้าเริ่มสว่างขึ้น มาวอิกำหมัดแน่น “เตรียมตัวให้ดี พี่น้องของข้า พระอาทิตย์จะเป็นของเราแล้ว!”
มาวอิและพี่ชายซ่อนตัวอยู่ใกล้ปากถ้ำ รอให้พระอาทิตย์ (Tama-nui-te-rā) ค่อยๆ ลอยขึ้นจากขอบฟ้า พวกเขาถือเชือกวิเศษที่ทำจากเส้นใยป่านอย่างแน่นหนา หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
เมื่อแสงแรกพุ่งออกมาจากถ้ำ มาวอิกระซิบ “อย่าเพิ่ง… รอให้มันออกมามากกว่านี้”
พี่ชายของเขาจ้องมองด้วยความกังวล พวกเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่ว
พระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูงขึ้น มาวอิตะโกน “ตอนนี้ละ! ดึงให้สุดแรง!”
พี่ชายทั้งหมดกระชากเชือกพร้อมกัน เชือกวิเศษรัดรอบตัวพระอาทิตย์ทันที พระอาทิตย์ร้องคำรามด้วยความโกรธ พลุ่งพล่านไปด้วยเปลวไฟ พยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ แสงอันร้อนแรงทำให้พวกเขาแทบยืนไม่ไหว แต่พวกเขายังคงยื้อเชือกไว้แน่น
พระอาทิตย์ตะโกนออกมา “เจ้ากล้าท้าทายข้าหรือ?”
แต่มาวอิไม่ตอบ เขาหยิบขากรรไกรวิเศษ ที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษของเขา แล้วกระโดดขึ้นฟาดพระอาทิตย์อย่างแรง “เจ้าต้องหยุดเร่งรีบเช่นนี้! มนุษย์ต้องการเวลาใช้ชีวิต! ถ้าเจ้าไม่ยอม ข้าจะทำให้เจ้าสิ้นแรง!”
พระอาทิตย์ส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด เปลวไฟของมันเริ่มอ่อนกำลังลง
มาวอิฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุด พระอาทิตย์ก็หยุดดิ้น และแสงของมันก็ค่อยลดลง
พี่ชายของมาวอิหอบหายใจและมองดูพระอาทิตย์ที่อ่อนแรงลง “มัน… มันได้ผลจริงๆ!”
พระอาทิตย์ครางเบาๆ “พอแล้ว… ข้าจะเดินทางช้าลง ข้าสัญญา…”
มาวอิยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะค่อยๆ คลายเชือกออก
หลังจากที่มาวอิทำให้กลางวันยาวขึ้นโดยจับพระอาทิตย์ได้สำเร็จ เขายังต้องการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งคือมอบแผ่นดินกว้างใหญ่ให้แก่มนุษย์ โดยในวันหนึ่ง มาวอิเห็นว่าผู้คนในเผ่าของเขาไม่มีที่ดินมากพอสำหรับล่าสัตว์และทำการเกษตร เขาจึงตัดสินใจใช้พลังเวทมนตร์ของเขาเพื่อที่จะนำแผ่นดินใหม่ขึ้นมาจากท้องทะเล
“ข้าจะตกปลาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” มาวอิกล่าวกับพี่ชายของเขา
เขานำเบ็ดตกปลาวิเศษ ซึ่งทำจากกระดูกของบรรพบุรุษ และออกเดินทางกับพี่ชายของเขาในเรือแคนนูขนาดใหญ่ พวกเขาพายเรือออกไปไกลจากชายฝั่งจนถึงมหาสมุทรลึก
มาวอิร่ายคาถาและเหวี่ยงเบ็ดลงไปในทะเล เงียบ… ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนแรก
แต่แล้ว อยู่ๆ เชือกก็ดึงตึงขึ้นมา แรงต้านมหาศาลทำให้เรือแทบคว่ำ พี่ชายของเขาตะโกน “เจ้ากำลังตกปลาหรือดึงท้องทะเลขึ้นมากันแน่!?”
“ข้าไม่ได้ตกปลา แต่ข้ากำลังดึงแผ่นดินขึ้นมา!” มาวอิใช้พลังทั้งหมดของเขาดึงเชือกขึ้นมา
ท้องทะเลสั่นสะเทือน คลื่นสูงซัดกระหน่ำ ฟองน้ำปะทุขึ้นมาจากใต้พื้นสมุทร พี่ชายของเขาจ้องมองด้วยความตกตะลึง
แล้วแผ่นดินขนาดมหึมาก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นจากน้ำ “ดูสิ! เรามีดินแดนใหม่แล้ว!”
พี่ชายของมาวอิไม่อาจอดทนรอได้ พวกเขารีบพายเรือเข้าไปยังแผ่นดินใหม่นั้น แล้วเริ่มตัดแบ่ง ดินแดนอันราบเรียบจึงค่อยๆ ถูกเปลี่ยนเป็นภูเขาสูง หุบเขาลึก และแม่น้ำคดเคี้ยว
มาวอิมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความผิดหวัง “ถ้าพวกเจ้าอดทน ข้าจะทำให้แผ่นดินนี้ราบเรียบและสมบูรณ์… แต่บัดนี้ พวกเจ้าได้สร้างรอยแผลให้มันไปตลอดกาล”
และแผ่นดินใหม่นั้นก็คือ นิวซีแลนด์ (Aotearoa) ซึ่งยังคงมีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาและหุบเขาจนถึงทุกวันนี้
หลังจากทำให้โลกเปลี่ยนไปหลายครั้ง มาวอิก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นก็คือการทำให้มนุษย์เป็นอมตะ
“แม้ข้าจะสร้างแผ่นดินให้พวกเขา และมอบกลางวันที่ยาวขึ้น… แต่หากพวกเขายังคงต้องตาย ทุกสิ่งที่ข้าทำก็ไร้ค่า” เขาคิดในใจ
มาวอิรู้ว่ามีเพียงสิ่งเดียวที่ขวางกั้นมนุษย์จากชีวิตนิรันดร์ ฮิเน-นุย-เต-โป (Hine-nui-te-pō) เทพีแห่งความตาย นางคือผู้ที่ควบคุมชะตากรรมของทุกชีวิต ตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันสุดท้าย
บรรพบุรุษของเขาเล่าว่า ฮิเน-นุย-เต-โป มีรูปร่างงดงาม แต่มีดวงตาที่ส่องประกายเหมือนอัคคี และมีริมฝีปากที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งให้หายไปในความมืด “ถ้าข้าสามารถทำลายหัวใจของนางได้ มนุษย์จะไม่มีวันตายอีกต่อไป” มาวอิตัดสินใจ “ข้าจะขโมยความตายจากเงื้อมมือของนาง!”
คืนหนึ่ง มาวอิเดินทางไปยังปากทางแห่งยมโลก (the underworld) ที่ซึ่งเทพีฮิเน-นุย-เต-โปหลับใหล ร่างของนางทอดยาวอยู่ใต้แสงดาว เรือนผมของนางไหลลงมาราวกับแม่น้ำ ดวงตาของนางปิดสนิท
มาวอิหยุดยืนมอง ก่อนจะเหลือบไปเห็นสหายของเขา ฝูงนกที่คอยติดตามเขามาเสมอ “จงเฝ้าดูข้า นี่จะเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า!”
เขาค่อยๆ แปลงร่างเป็นหนอนตัวเล็ก คืบคลานเข้าไปตามร่างของเทพี จุดหมายปลายทางของเขาคือหัวใจของนาง เขาต้องเข้าไปทางปากของนางและทำลายมันจากภายใน
บรรพบุรุษของเขาเคยกล่าวไว้ว่า เทพีแห่งความตายมีร่างกายที่เงียบสงบเหมือนกลางคืน แต่เมื่อใดก็ตามที่นางตื่นขึ้นมา นางจะกลายร่างเป็นพายุที่ไม่มีใครสามารถหนีรอดพ้นไปได้
มาวอิคืบคลานเข้าไปช้าๆ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น เทพียังคงหลับใหล ไม่มีอะไรผิดพลาด
… แต่ทันใดนั้นเอง! มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากเบื้องบน “แฮ่ ๆ ๆ!”
นกที่ติดตามมาวอิมาอดที่จะหัวเราะไม่ได้ เมื่อพวกมันมองเห็นภาพที่แปลกประหลาด มาวอิ มนุษย์กึ่งเทพผู้ยิ่งใหญ่ กำลังคลานเข้าไปในร่างของเทพีแห่งความตาย ราวกับหนอนตัวเล็กๆ
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก ทำให้ดวงตาของฮิเน-นุย-เต-โปพลันเปิดออก!
แสงสีแดงเพลิงสาดออกมาจากดวงตาของนาง ท้องฟ้าสั่นสะเทือน ลมพายุพัดกระหน่ำ เทพีแห่งความตายตระหนักว่ามีผู้บุกรุกอยู่ในร่างของนาง
“เจ้ากล้าท้าทายข้าหรือ มาวอิ?” นางคำรามเสียง
ก่อนที่มาวอิจะทำอะไรได้ ริมฝีปากของเทพีแห่งความตายก็ปิดลง บดขยี้เขาในพริบตา
นกที่เหลือกระพือปีกหนีไปด้วยความหวาดกลัว เสียงกึกก้องของพายุแห่งยมโลกสั่นสะเทือนไปทั่ว
และตั้งแต่นั้นมา… มนุษย์ก็ต้องตาย ไม่มีใครสามารถหลบหนีชะตากรรมนี้ได้อีกต่อไป
มาวอิ ผู้ที่เปลี่ยนแปลงโลกมากมาย ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อความตาย และสิ่งที่เขาหวังจะทำให้สำเร็จก็สูญหายไปด้วย กลับกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตลอดกาล
(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… แม้แต่ผู้ที่กล้าหาญและทรงพลังที่สุดก็มีขีดจำกัด , ความหยิ่งทะนงและการท้าทายกฎแห่งธรรมชาติอาจนำไปสู่ความหายนะ และ ไม่มีใครสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ แม้แต่ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ต้องมีจุดจบ แต่สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เขาเหลือทิ้งไว้ให้กับโลก)
.
⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านนิวซีแลนด์: ตำนานมาวอิ มนุษย์กึ่งเทพ 💖✨⌛