== Koko-di Koko-da (2019) โคโคดิ โคโคแด.. เพลงกล่อมความตายไม่รู้จบ ==



เรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่ง (โทเบียสและอีลิน) ที่กำลังพยายามประคับประคองชีวิตสมรสของพวกเขา
หลังจาก มายา ลูกสาวของพวกเขาเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในวันเกิดครบ 8 ขวบระหว่างช่วงพักร้อนในเดนมาร์กเมื่อ 3 ปีก่อน



ทั้งคู่ได้ออกไปแคมปิ้งพักผ่อนในวันหยุดที่แม้ว่าจะยังจิตใจจะยังเจ็บปวดจากการสูญเสีย
แต่พวกเขาก็คิดแล้วว่าเราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ด้วยกัน
เมื่อตกกลางคืน ทั้งคู่ไม่สามารถหาที่ตั้งแคมป์ที่พวกเขาตั้งใจจะไปพักได้ และแม้ว่าเอลินจะคัดค้าน
โทเบียสก็ตัดสินใจตั้งค่ายพักแรมในพื้นที่ป่าข้างถนน



แต่แล้วที่นั้นเอง 2 สามีภรรยา ได้พบกับ 3 ตัวประหลาด ประกอบด้วย ม็อก ชายแต่งตัวย้อนยุค..
เชอร์รี่ผู้หญิงที่มีผมดกเกินปกติ และแซมโปมนุษย์ยักษ์ที่อุ้มสุนัขสีขาวที่ตายแล้วตลอดเวลา
พวกมันปรากฏตัวพร้อมกับเสียงเพลงกล่อมเด็กจากกล่องดนตรีที่พวกเขาเคยซื้อให้ลูกสาวเป็นของขวัญวันเกิดก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลง



เหล่าตัวประหลาดทั้ง 3 มาฆ่าพวกเขาด้วยวิธีการต่างๆ อย่างไร้เหตุผล
ที่สำคัญ โทเบียสและอีลิน ยัง ‘ฟื้น’ ขึ้นมาให้สามฆาตกรปริศนา ลงมือสังหารซ้ำไปมาอย่างไม่มีวันจบสิ้นเสียด้วย



ทั้งสองต้องหาทางรักษาชีวิตแต่งงานที่ใกล้พังทลาย เอาชนะความเศร้าโศก
และหลีกหนีจากวงจรเวลาอันน่าสยดสยองของการทรมานและการฆาตกรรมให้ได้



Koko-di Koko-da เป็นภาพยนตร์สวีเดนและเดนมาร์ก แนวสยองขวัญจิตวิทยาแฟนตาซี
กำกับ และเขียนบทโดย Johannes Nyholm  ขยายความต่อจากหนังสั้นเรื่อง “The Music Box” ของตัวเขาเองในปี 2017
เรื่องราวบาดแผลในใจของคู่รักที่สูญเสียลูกสาวไปอย่างไม่มีวันหวนคืน



ตัวหนังเหมือนจะสอนเราผ่านนิทานปรัมปรา (ซึ่งออกแบบมาได้โหดจริงจังครับ)
ถึงการพยายามยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือร้าย เราต้องยอมรับมันให้ได้
ไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะเหมือนกับหลงในวังวนภายในจิตใจตัวเองไม่มีทางออก
อุปมากับปรากฎการณ์ไทม์ลูปที่เกิดขึ้นในหนัง การที่ต้องถูกฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่างจากใจที่ตายไปในทุกๆวันที่ยังคิดถึงลูกสาวที่จากไป
ดังนั้นการจะหลุดออกจากวังวนนั้นให้ได้ ก็คือการยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง
(นี่ผมอ่านย้อนไป ผมก็ว่าตัวเองก็เริ่มพิมพ์วนแล้วนะเนี่ย 555)



ความสูญเสีย และการพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรักเป็นธรรมดาของมนุษย์ ไม่มีใครเลี่ยงได้
และนั่นก็เป็นสัจธรรมที่เราต่างรู้ดี แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เราจะมีสติได้มากน้อยแค่ไหน
เราจะสามารถจัดการกับความเสียใจที่ประดังมาได้ดีที่สุดอย่างไร
สำคัญก็คือ ต้องเข้าใจมันให้ได้ ทำใจให้ได้ แม้จะนานแค่ไหน ก็ต้องทำ
ทำเพื่อให้เราเดินต่อไปข้างหน้า อย่างมั่นคง เพื่อให้คนที่จากไปไม่มีห่วงใดๆอีก...
เพราะถ้าคุณทำไม่ได้ ใจของคุณจะตกอยู่ในวังวนแห่งความเสียใจอย่างไม่มีวันจบสิ้นแน่นอน


=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่