"จาก ‘อวดหรู’ สู่ ‘อวดสโลว์ไลฟ์’ ถอดรหัสค่านิยมใหม่ของคนจีนวัย 40+ ที่ใจนิ่งขึ้น"

คนจีนวัย 40+ กับค่านิยมใหม่ หมดยุค ‘อวดรวย’ สู่ยุค ‘ปล่อยวาง’
.
เมื่อเงินหายากขึ้น แต่ความปรารถนาของคนก็ลดลงไปด้วย…พาไปส่องเทรนด์ "อวดแบบใหม่" ของคนวัยกลางคนในจีนผ่านบทความของ “她自长” บัญชีคอนเทนต์ครีเอเตอร์บนโซเชียลมีเดียจีน ที่มุ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเติบโตของชีวิตผู้หญิง มุมมองจิตวิทยา การตื่นรู้ทางความคิด และการสร้างความสุขสงบในวัยกลางคน
.
วันก่อนเลื่อนฟีดโซเชียลไปเจอรุ่นเดียวกันโพสต์รูปกาแฟซองชงเองกับขนมปังปิ้งสองแผ่น พร้อมแคปชันว่า “มื้อเช้าทำกินเอง ประหยัดไปได้ตั้งเยอะ” ปรากฏว่าโพสต์นั้นคนเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันเพียบ
.
ย้อนกลับไปเมื่อ 4-5 ปีก่อน พื้นที่ตรงนี้เคยเต็มไปด้วยรูปจิบชายามบ่ายในคาเฟ่ชิคๆ มื้อค่ำสเต๊กเนื้อพรีเมียมในร้านหรู หรือเพิ่งกดสั่งกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ฉลองเงินเดือนออก แต่พอมาถึงทุกวันนี้ โพสต์แนวอวดรวยหรูหรากลับแทบไม่มีใครสนใจ บรรยากาศการ "อวด" ในสังคมเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
.
1️⃣ เมื่อก่อนแข่งกันใช้จ่าย เดี๋ยวนี้แข่งกันเซฟ
.
สมัยก่อนใครถอยรถใหม่ ซื้อกระเป๋าใบแพง จะกลายเป็นหัวข้อคุยกันในกลุ่มได้ทั้งวัน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ใครหาของดีราคาถูก ของใช้คุ้มค่าได้ คนจะรีบขอพิกัดกันรัว ๆ หากใครชวนไปกินมื้อละหลายพัน โดนมองว่าสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ของฟุ่มเฟือยไม่ใช่ว่าซื้อไม่ไหว แต่รู้สึกว่า "ไม่จำเป็น" อีกต่อไป ยุคนี้ใครๆ ก็จ่ายเงินเป็น แต่คนที่รู้จักเก็บและประหยัดได้ต่างหากคือคนเก่งตัวจริง
.
2️⃣ เมื่อก่อนแข่งกันยุ่ง เดี๋ยวนี้แข่งกันว่าง
.
คำทักทายยอดฮิตเมื่อก่อนคือ “ช่วงนี้งานยุ่งมาก เหนื่อยแทบขาดใจ” คล้ายกับว่ายิ่งงานล้นมือ ยิ่งดูมีคุณค่าและประสบความสำเร็จ แต่ทุกวันนี้ การที่ “เสาร์อาทิตย์นี้ได้นอนโง่ๆ อยู่บ้านได้ทั้งวัน” กลายเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาที่สุด
.
เพื่อนคนหนึ่งยอมลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ แม้รายได้จะลดลงไปครึ่งหนึ่ง แต่น้ำหนักขึ้นมาหลายกิโล หน้าตาดูสดใสขึ้น เธอเล่าว่าเมื่อก่อนขนาดฝันยังฝันเรื่องงาน แต่ตอนนี้ได้ใช้ชีวิตช้าลง มีเวลากินข้าวกับครอบครัว อ่านนิทานกับลูก คนที่ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ได้ในยุคนี้ คือคนที่เข้าใจแก่นแท้ของชีวิตอย่างแท้จริง
.
3️⃣ เมื่อก่อนแข่งกันรู้มาก เดี๋ยวนี้แข่งกันปล่อยวาง
.
บทสนทนาในวงเพื่อนเคยวนเวียนอยู่กับเรื่องบ้าน รถ พอร์ตการลงทุน และใครทำเงินได้เท่าไหร่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาคุยเรื่องอ่านหนังสืออะไร ดูแลสุขภาพยังไง หรือจัดบ้านแบบไหนให้อยู่สบาย มีเพื่อนคนหนึ่งที่เคยชอบเถียง เอาชนะ และจริงจังกับทุกเรื่อง
.
ผ่านไปสองปีเธอกลายเป็นคนยิ้มง่าย อารมณ์ดี พอถามว่าทำได้ยังไง เธอตอบสั้นๆ ว่า “คิดตกแล้ว เมื่อก่อนใช้ชีวิตแบบแคร์สายตาคนอื่น สุดท้ายพบว่าไม่มีใครหรอกที่จะสนใจชีวิตเราขนาดนั้น” การปล่อยวางและให้อภัยตัวเองคือความสามารถที่มาพร้อมกับวัยวุฒิ ที่ทำให้ใจโปร่งโล่งสบายที่สุดของคนวัยนี้
.
4️⃣ เมื่อก่อนแข่งกันสะสมทรัพย์สิน เดี๋ยวนี้แข่งกันใช้ชีวิตให้มั่นคงทางจิตใจ
.
มีพี่สาวคนหนึ่งฐานะทางบ้านดีมาก แต่ไม่เคยซื้อสินค้าแบรนด์เนมเลย พอมีคนถาม เธอบอกว่า “ซื้อมามันดีใจแค่วูบเดียว หลังจากนั้นข้างในก็ว่างเปล่าเหมือนเดิม แล้วจะซื้อไปทำไม” เธอเลือกเอาเงินไปจ่ายกับสิ่งที่ทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ดีๆ สักตัว เครื่องครัวคุณภาพ หรือตั๋วเครื่องบินสำหรับทริปพักผ่อน การใช้เงินกับสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น แต่ตอบโจทย์ความสบายของตัวเอง นั่นคือความสุขที่แท้จริง
.
บทความทิ้งท้ายว่า ลึกๆ แล้ว มันอาจไม่ใช่เพราะชีวิตแย่ลง แต่เป็นเพราะผู้คน "ตื่นรู้และเข้าใจชีวิต" มากขึ้นต่างหาก จากที่เคยเปรียบเทียบตัวเองในสายตาคนอื่น วันนี้กลับมาซื่อสัตย์กับความสุขของตัวเอง แม้เงินในกระเป๋าจะใช้จ่ายระวังขึ้น แต่พื้นที่ในใจกลับกว้างและสงบขึ้นกว่าเดิมมาก

JeenThaiNews
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่