[ รีวิวหนังดี ] TAME เลี้ยงไม่เชื่อง (2026)



++ นี่อาจจะเป็นหนังไทยนอกสายตา ที่มาแรงที่สุดเรื่องหนึ่งในปีนี้ก็เป็นได้ TAME เลี้ยงไม่เชื่อง เป็นหนังแนว Drama + Psychological Folk Horror จาก BrandThink Cinema ค่ายหนังเล็ก ๆ ที่มีผลงานโดดเด่นมาแล้วในปี 2023 จาก "RedLife รัก ละ เลย" หนังที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตสุดรันทดของคนชายขอบที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่สุดแสนศิวิไลซ์แห่งนี้ ส่วน TAME เลี้ยงไม่เชื่องนั้น ตัวหนังกำกับโดย คุณมูย่า ฐามุยา ทัศนานุกุลกิจ (จาก "เทอม 4" ตอน เรือนนางสนม) ความจริงถ้าดูจากหน้าหนังหรือโปสเตอร์ และการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ แล้ว เรียกได้ว่า จขกท. ไม่สามารถเดาทางของหนังได้เลยจริง ๆ แต่ในความมึนงงนั้น กลับมีความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นมา คือ คิดว่าตัวหนังคงจะมีอะไรดี ๆ เป็นแน่แท้ เพราะภาพประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ออกมาตามสื่อต่าง ๆ นั้น ค่อนข้างจะมี objective ที่หนักแน่น ทั้งในด้านงานศิลปะ และด้านการสื่อความหมาย อีกทั้งนักแสดงในเรื่องก็น่าสนใจ และหลายคนก็ถือว่ามีฝีมือการแสดงที่ดีมากด้วยครับ...



++ หนังเล่าเรื่องของ ขวัญ (พิมมา PiXXiE) เด็กผู้หญิงวัยรุ่นมัธยม ซึ่งในตอนที่เธอเกิดนั้น แม่ของเธอมีภาวะคลอดยาก ไม่ยอมคลอดเธอออกมา จนพ่อของเธอต้องไปบนบานต่อ แม่สะเมียง (สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านใน จ.สุโขทัย เคารพนับถือ เชื่อกันว่าหากนำวัวชนตัวใหม่ที่ยังพยศ ดุร้าย และไม่ยอมฟังคำสั่ง มาทำพิธีต่อหน้าศาลแม่สะเมียงผ่านร่างทรง วัวเหล่านั้นจะกลับกลายเป็นสัตว์ที่เชื่อง และเชื่อฟังคำสั่งอย่างน่าอัศจรรย์) หากแต่แม่ของเธอก็ยังต้องมาเสียชีวิตในระหว่างการคลอด จากนั้นเธอจึงถูก ยายอ่าง (น้อย โพธิ์งาม) ชาวบ้านที่รู้จักกับแม่ของเธอในบ่อนไพ่ขอมาเลี้ยงแทนที่ลูกสาวที่ชื่อว่า นารถ (แพต ชญานิษฐ์) สาวรักอิสระที่หนีไปทำงานที่กรุงเทพฯ โดยมี ยศ (เจษ เจษฎ์พิพัฒ) ลูกชายของยายอ่างมาช่วยเลี้ยงขวัญตั้งแต่ยังเด็ก ขวัญเติบโตขึ้นมาในบ้านของยายอ่าง ที่มี น้ายศ (ขวัญนับถือ ยศ และ นารถ ลูกยายอ่างเสมือนน้าหลาน) และยายอ่าง ที่มีอาชีพเลี้ยงวัวชน สภาพภายในครอบครัวนั้น ทุกคนจะควบคุมและยึดติดกับขวัญเป็นอย่างมาก เธอเป็นเหมือนวัตถุที่ไม่มีจิตใจภายในครอบครัว และที่สำคัญ คนในครอบครัวนี้ให้ความเคารพนับถือแม่สะเมียงเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่วัวเจ็บป่วยหรือควบคุมวัวไม่ได้ ทางออกของทุกคนก็คือการบูชาแม่สะเมียง ต่อมาน้านารถ ลูกสาวยายอ่าง ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านชั่วคราว ซึ่งการกลับมาของน้านารถในครั้งนี้ นำมาซึ่งโลกทัศน์ทางความคิดที่เปลี่ยนไปของขวัญเป็นอย่างมาก ถึงตอนนี้ อาจจะถึงเวลาที่เธอจะต้องเลิกจากการเป็นคนที่เชื่องให้คนอื่นควบคุม ไปเป็นคนที่คุมคนอื่นให้เชื่องแทน...



++ หลังดูหนังจบแล้ว จขกท. สามารถบอกได้เลยว่าชอบหนังเรื่องนี้มาก อย่างแรกเลย คือ เป็นหนังที่สามารถเล่าเรื่องราวที่มีความผสมผสานของหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างได้อย่างลงตัว ทั้งในเรื่องของ คติความเชื่อในแบบท้องถิ่น เรื่องราวลี้ลับ ปัญหาสังคม ปัญหาในครอบครัว ความรุนแรง ไปจนถึงเรื่องราวของสภาพจิตใจ การถูก Gaslighting ต่าง ๆ นานา อย่างที่ 2 เลย คือ งานสร้างดีมาก มีการออกแบบ Cinematography ที่ดี มีงาน Production ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว ตรงนี้จะรีวิวขยายให้แบบละเอียดต่อไปครับ อย่างที่ 3 คือ เรื่องการแสดง ทีมนักแสดงในเรื่องนี้เล่นได้ดีมากจริง ๆ ซึ่งก็จะรีวิวให้อย่างละเอียดเช่นกันครับ และอย่างสุดท้าย คือ เป็นหนังที่มีความรอมชอมระหว่างความเป็นหนังทางเลือกแบบสายประกวด กับหนังแมสได้อย่างค่อนข้างลงตัว ซึ่ง จขกท. คิดว่าหนังไทยนั้น เราไม่จำเป็นต้องใช้งบลงทุนสร้างที่มากมายอะไร แต่เรื่องแนวความคิดนั้นสำคัญกว่า ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ทำได้สำเร็จเป็นอย่างดีครับ...



++ เริ่มต้นรีวิวกันที่เรื่องของบทก่อนเลยครับ หนังมีความยาว 103 นาที ไม่สั้น ไม่ยาวจนเกินไป กำลังพอดี ๆ จขกท. ชอบการผูกปมต่าง ๆ ของเรื่อง โดยโยงปมทั้งหมดไปที่เรื่องราวความเชื่อลี้ลับทางคติชนวิทยา ซึ่งก็คือเรื่องราวของแม่สะเมียง โดยที่ไม่ได้ผูกปมต่าง ๆ ให้มันลึกมากจนเกินไป ทั้งในแง่ของตัวละคร และสารหลักของหนัง ถ้าตรงไหนยากมาก หรือส่วนไหนที่เขาต้องการอยากจะเปิดเผยปม เขาก็จะให้ตัวละครเล่ามันออกมาเอง ตรงนี้ จขกท. ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแย่ แต่มันเป็นแนวทางที่รอมชอมกับคนดูดี เพราะเชื่อว่า ผกก. ก็ยังต้องการให้มันมีความเป็นหนังแมสอยู่ดี แต่เมื่อมาถึงจุดที่เป็นไคลแม็กซ์ของหนัง ที่เป็นเรื่องราวที่ผู้สร้างต้องการเปิดเผยให้เป็นตัวจุดระเบิดไปสู่องก์สุดท้ายของหนังที่กลายเป็นงาน Slasher ไปนั้น จขกท. กลับไม่ค่อยเซอร์ไพรส์ซักเท่าไหร่ เพราะเหมือนหนังจะให้เบาะแส หรือการฟอลแชร์โดว์จากการกระทำของตัวละครไว้ค่อนข้างมาก จน จขกท. เดาทางถูก แต่อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ก็ไม่ใช่จุดอ่อนของหนังครับ ภาพรวมของบทค่อนข้างรอมชอมกับคนดู หนังดูไม่ยาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหนักแน่นของเรื่องราวครับ...



++ จขกท. ชอบเมนไอเดียของหนังมาก อย่างที่บอกไป การเอาเรื่องลี้ลับทางคติชนพื้นเมือง มาเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งว่าด้วยเรื่องที่มนุษย์ด้วยกัน ใช้อำนาจในการควบคุมอีกฝ่าย ไม่ต่างจากการที่มนุษย์ใช้สิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติเพื่อการควบคุมสัตว์ หากแต่คนที่ถูกควบคุมนั้นไม่ใช่สัตว์ เพราะคนมีความคิด จิตใจ ความรู้สึก ที่ละเอียดอ่อนกว่า ดังนั้น ผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นดังที่คาดหวังไว้ เมื่อเจตจำนงค์ในจิตใจทุกอย่างของคน ๆ นั้น ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ...



++ ด้านงานสร้าง งาน Production คือ ชอบมากเลยครับ ชอบมากที่สุด ดูรู้เลยว่าตั้งใจทำกันมาก งาน Cinematography นี่เหมือน ผกก. ต้องการโชว์ของจริง ๆ อย่างเรื่องมุมกล้องนี่เป็นอะไรที่เห็นได้ชัดมาก หนังเรื่องนี้ใช้มุมกล้องได้หลากหลายมาก เรียกว่ามีแทบทุกไทป์ของมุมกล้องเลยทีเดียว ภาพที่ออกมาจึงมีความแปลกตา พร้อมกับการสื่อความหมายทางความรู้สึกไปด้วยในตัว การให้สีภาพก็เช่นเดียวกัน จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเกี่ยวข้องกับสถานะภาพทางความคิดจิตใจของนางเอก เช่นในเวลาที่นางเอกอยู่นอกบ้าน ไปเที่ยวกลางคืน หรือซีนที่ต้องใส่อารมณ์ ผกก. จะให้ภาพที่มีสีสันจัดจ้าน ออกแนว Stylistic ไปเลย เพื่อแสดงสัญญะว่านางเอกไม่ได้ถูกควบคุมอยู่ เป็นต้น งานออกแบบศิลป์ ทำได้ดี มีการนำเสนอสัญญะต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องราวของการเกิด โดยใช้งานศิลป์ที่มีความล่อแหลม (รูปอวัยวะเพศหญิง) มาประกอบ แต่ทำได้ดี มีความเป็นศิลปะ สวย และไม่อนาจาร การเลือก settings ของหนัง คือ ถูกต้องดีงาม ทำให้คนดูเชื่อในความเป็นสังคมนั้น ๆ นอกจากนี้ จขกท. ชอบการตีความแม่สะเมียงของผู้สร้างอีกด้วย ที่ให้เป็นเทพพื้นบ้าน มีความธรรมดาแบบช่างชาวบ้านพื้นเมือง แลดูมีความลึกลับได้ดีครับ อีกเรื่องที่ต้องชม คือ งานแต่งเอฟเฟกต์ต่าง ๆ หนังใช้งาน Practical Effects ทั้งหมด ทั้งกับคนและกับสัตว์ ซึ่งทำออกมาได้เนียนตาดีมาก เป็นงานแต่ง PE ที่ดีที่สุดของหนังไทยในปีนี้แล้วมั้ง ไม่ดูปลอม หรือโอเว่อร์จนเกินไป อันนี้ต้องยกให้เลยครับ ซึ่งรวมถึงงาน costume เสื้อผ้าหน้าผมด้วย ดีมาก เป็นอะไรที่ถ่ายทอดความเป็นชาวบ้าน พื้นบ้าน ได้ชัดเจน ไม่มีหลุดเลยครับ...



++ มาถึงงานแสดง ระดับ 5 ดาวจริง ๆ ครับ ทั้งตัวแสดงหลัก ตัวแสดงรอง โดยเฉพาะ น้องพิมมา PiXXiE จขกท. สารภาพว่าไม่รู้จักน้องมาก่อนเลยนะ แต่พอดูหนังจบแล้ว จขกท. บอกกับตัวเองเลยว่าต้องเขียนถึงน้องให้ได้ เพราะแสดงเก่งมากกกกก เก่งแบบต้องเข้าชิงรางวัลอ่ะ บทน้องโหดมากนะครับ เป็นบทที่ต้องแสดงอารมณ์ทั้งกลัว รัก โกรธ โมโห คลั่ง เก็บกด สารพัดเลยครับ แต่น้องเล่นแบบทำถึงหมด แล้วเป็นการเล่นแบบควบคุมระดับของตัวเองได้ด้วย ไม่ใช่เล่นใหญ่เข้าว่า โหวกแหวก แหกปาก ร้องแรกแหกกระเชอ อะไรแบบนั้น ตรงนี้ต้องชมแอ็คติ้งโค้ชเลยครับ เทรนมาดีมาก ส่วนคนอื่น ๆ ต้องพูดถึง แม่น้อย โพธิ์งาม ในบทยายอ่าง ตรงนี้แม่ต้องพลิกบทบาท เล่นงานดราม่าจริง ๆ ดราม่าแบบไม่มีตลกแซมเลย ซึ่งแม่เล่นได้ดีมากเช่นกัน ทำให้เห็นว่านักแสดงที่เก่ง ๆ เขาเล่นอะไรก็เอาอยู่หมด อีกคนก็ แพต ชญานิษฐ์ ที่เล่นบทน้านารถ เธอเป็นคนมีสไตล์มากนะ เหมาะกับบทสาวหัวสมัยใหม่ที่ไม่ยอมให้ใครควบคุมได้ ส่วน เจษ จากบทน้ายศ จขกท. ว่าอ่อนสุด แต่ไม่ใช่ไม่ดี แต่เจษยังติดแอ็คติ้งงานละครอยู่นิดหน่อย อ้อ! อีกคนคือคนที่เล่นเป็นร่างทรงแม่สะเมียง จขกท. จำชื่อเธอไม่ได้ แต่เล่นดีมากครับ ภาพรวมทีม cast ของหนังเรื่องนี้ คือ โอเค ดีมาก อีกอย่างตัวแสดงเด่น ๆ ของหนังเรื่องนี้ มีบทโชว์เนื้อหนัง โชว์ erotic ตามท้องเรื่องหมด และ จขกท. พอใจมากที่ทุกคนทุ่มสุดตัวเล่น และมันออกมาเป็นงานศิลปะ ที่ทำให้หนังมันดูจริงขึ้นครับ ตรงนี้ ผกก. สามารถ conduct ได้เก่งมากครับ ชมครับ...



++ บทสรุปของ TAME เลี้ยงไม่เชื่อง คือ เป็นหนังไทยนอกสายตา ที่ทำออกมาได้เกินคาดสำหรับ จขกท. มาก เป็นหนังเนื้อหาหนัก ๆ ที่มีองค์ประกอบของความเป็นหนังที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางจุดของบทและงาน Post Production บางอย่างที่เราเห็นข้อบกพร่องอยู่บ้าง บางส่วนถือว่ารูใหญ่พอสมควร แต่ภาพรวมงานออกมาดี เนี้ยบใช้ได้ครับ ผมอยากเห็นหนังเรื่องนี้ออกไปสู่ตลาดอินเตอร์มาก เพราะเป็นหนัง Folklore สมัยใหม่ของไทยที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่ง และเชียร์ให้ไปดูกันเยอะ ๆ ครับ หนังดีครับ งานแจกรางวัลคงมีชื่อหนังเรื่องนี้ในหลาย ๆ สาขาเลยครับ เมื่อมีหนังไทยดี ๆ เราต้องไปสนับสนุนให้มากครับ คนไทยบอกว่าอยากดูหนังดี ๆ พอมีออกมาแล้วก็ไม่ค่อยไปดูกัน เราต้องเชียร์ ต้องไปอุดหนุนครับ อย่าให้หนังอิหยังว่ะครองตลาดได้ครับ ฝากไว้ด้วยนะครับ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่