สับสนชีวิต

สวัสดีครับ
          เริ่มจาก ผมกำลังเรียน ป โท อยู่ ณ มหาลัยเเห่งหนึ่ง ผมได้รับทุนอาจารย์มาเรียน แล้วกลับไปใช้ทุนโดยการกลับไปสอนหนังสือ
คือ ผมก็ไม่ได้ชอบการเรียนเท่าไหร่ตั้งแต่เเรกอยู่แล้ว แต่รับทุนมาเพราะว่า จะได้กลับไปทำงานใกล้บ้าน เพราะตัวเองก็อยากอยู่บ้านดูแลครอบครัว
(ตอนแรกคิดได้แค่นั้น)
           ทีนี้ เรียนไปได้สักพักใหญ่ ก็ได้ทำงานวิจัย กับอาจารย์ที่ปรึกษา ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องเครียด ซึ่งผมก็ทำใจไว้แล้ว สุดท้ายก็เป็นอย่างนั้นจริง เกินกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ ผมก็เริ่มคิดว่า ถ้าจบไป ยังไงก็ต้องต่อ ป เอก ความเตรียดก็จะทวีมากขึ้น ซึ่งผมรู้อยู่แล้วว่าผมไม่มีความสุขอย่างแน่นอน และผมก็รู้ตัวว่าต้องการอะไร (ทำไมต้องพาตัวเองมาเจออะไรแบบนี้ แต่เราก็เลือกเองทั้งนั้น โทษใครไม่ได้)
           ส่วนในเรื่องการทำงาน ผมก็เริ่มเห็นระบบการทำงาน หลังบ้าน ของมหาวิทยาลัยที่ผมำลังศึกษาอยู่ ว่ามัน เน่าเฟะขนาดไหน ได้รู้จักการเลียขา ประจบสอพลอ นินทาว่าร้าย แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย อิจฉา ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเเล้วเป็นเรื่อง ผิดปกติ ที่ถูกมองว่าเป็นเรื่อง ปกติ ไปแล้วที่ทุกคนต้องทำเพื่อความอยู่รอด ความจำเป็น หรือการแก้แค้นบางอย่าง
            จากที่กล่าวมาข้างต้น ผมเริ่มเห็นอนาคตตัวเองแล้วว่า ตัวเองต้องไปอยู่จุดไหน ตัวผมจะกลายเป็นคนยังไง ดี/ไม่ดี ไม่มีใครบอกได้ ณ ตอนนี้ และตอนนี้ ผมว่าผมกำลังป่วยแล้ว สุขภาพจิตผมเริ่มไม่ดี สังเกตุได้จากพฤติกรรมประจำวันที่เปลี่ยนไป สุขภาพร่างการที่ไม่เหมือนเดิม ขณะที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นบ้าอะไร สับสนไปหมดแล้ว ผมรู้ว่าควรไปหาหมอ แต่เร็วๆนี้ผมจะไปหาหมอครับ ขอบคุณครับ

สรุป
คำถามคือ : ผมควรอดทนเรียนจนจบ เอาวุฒมา แล้วกลับไปเป็นสอนหนังสือ หรือ อดทนจนจบ เอาวุฒมา แล้วไปแจ้งความประสงค์กับมหาวิทยาลัย ว่า ต้องการชดใช้ทุนด้วยการเสียค่าปรับ (ซึ่งจะกี่เท่าก็ยอมหามาจ่าย เพื่อการซื้อชีวิตตัวเองกลับมา และออกจากโลกมายา มาอยู่กับโลกความเป็นจริง ) เลือกอย่างไหนดีกว่า หรือมีทาทงออกที่ดีกว่านี้มั้ย  
(ที่เล่าไปนี่แค่เรื่องราวบางส่วน) ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่