
ขอออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอม หรือสายเนิร์ดน้ำหอมแต่อย่างใด เป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่งที่ช่วงนี้มีความหลงใหลในกลิ่นของน้ำหอม และอยากจะบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นของน้ำหอมที่ได้ลองใช้เก็บไว้ รวมถึงแลกเปลี่ยนพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจด้านน้ำหอมเหมือนกันครับ : )
ปกติจะคุ้นเคยกับความสดชื่นแบบ Citrus-Woody สไตล์ Terre d'Hermès อยู่แล้ว พอ Hermès ออก Barénia มาในปี 2024 แม้จะทำการตลาดไปทางผู้หญิง แต่ด้วยโครงสร้างกลิ่นแนว Chypre ประกอบกับการตามอ่าน ตามดูรีวิวจากช่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้หญิงหรือผู้ชาย จึงได้ตกลงปลงใจเลือกน้องเข้าบ้านครับ
การออกแบบขวด
เริ่มกันที่ขวดก่อนเลย สำหรับชายหนุ่มที่ส่วนใหญ่จะมีน้ำหอมออกโทน Masculine พอเลือกน้องเข้าบ้านมาวางไว้ในตู้กับพี่ ๆ ก็รู้สึกแปลกตาไปพอสมควร เหมือนสาวแกร่งที่รายล้อมไปด้วยหนุ่มหล่อเลยทีเดียว สำหรับการออกแบบขวดสวยตัดกับน้ำหอมสีเหลืองทองดูหรูหราผู้ดีมาก จากการหาข้อมูลมา รูปทรงของขวดนั้น ได้แรงบันดาลใจจากกำไลข้อมือของ Hermès ครับ ในแง่ของการใช้งาน ด้วยทรงขวดที่มีลักษณะกลมมน ส่วนตัวรู้สึกว่าจะกดสเปรย์ยากนิดหน่อยเพราะกลัวน้องหลุดจากมือมาก ยิ่งจะกดใช้น้องหลังจากทาครีมจะต้องระวังเป็นพิเศษเลยครับ
กลิ่น
มากันที่เรื่องกลิ่น ก่อนจะสอยน้องมา ผมก็มีโอกาสได้ดูรีวิวมาจากช่องหนึ่งเค้าพูดว่าเป็นน้ำหอมที่แปลก เพราะเวลาฉีดลงผิวกับฉีดบนกระดาษหรือเสื้อผ้า จะให้กลิ่นที่ไม่เหมือนกัน ไอ้เราก็อยากรู้ซะด้วยว่าต่างจริงหรือ พอได้น้องมา ก็เลยทดลองฉีดทั้งบนผิว (หลังแขน) กับบนปกเสื้อที่แล้วดมเทียบกันเลย
ทั้งนี้ผมก็ไม่ได้จมูกเทพพอจะแยกกลิ่นเชิงลึกว่าอะไรเป็นอะไร จึงขอบรรยายกลิ่นที่ได้เทียบกับโน้ตในเว็บ Fragrantica ครับ
โน้ตจากข้อมูลในเว็บ
Top Notes: Miracle Berry + Bergamot
Middle Notes: White Ginger Lily
Base Notes: Patchouli + Akigalawood + Oak
ส่วนตัวที่ได้กลิ่นตามความรู้สึก
กลิ่นเปิดแรกหลังจากโมเลกุลน้องได้สัมผัสกับหลังแขนและปกเสื้อ ในช่วงราว ๆ 2 - 3 นาทีแรกจะให้ความรู้สึกอวล ๆ ขมุกขมัว จับต้นชนปลายไม่ถูก แบบห๊ะ หือ อิหยังนิ ทั้งบนผิวและเสื้อเลย แต่พอทิ้งไว้สักพักน้องจะค่อย ๆ เผยกลิ่นความเปรี้ยวอมหวานของเบอร์รี่ คลอด้วยกลิ่น Bergamot มาบาง ๆ โดยน้องจะค่อย ๆ เผยตัวตนออกมาช้า ๆ เหมือนดอกไม้ตูมที่กำลังบาน เป็นหญิงสาวที่ค่อย ๆ ยิ้มมุมปาก โดยบนผิวจะเผยกลิ่นเร็วกว่าบนเสื้อชัดเจนครับ พอทิ้งไว้สักพักก็จะได้กลิ่นอวลของดอกไม้สีขาว ที่ไม่หวานเลี่ยน ในขณะที่กลิ่นของเบอร์รี่ก็ยังไม่ได้จางหายไปไหนเคียงคู่กันมา ร่วมกับกลิ่นความดิบชื้นของไม้ตีลอยขึ้นมายาวไปจนจบเลย หลังจากทดลองใช้มา กลิ่นบนผิวกับบนเสื้อนั้นไม่ได้ต่างกันจนเป็นคนละกลิ่นซะทีเดียว แต่ที่บนผิวจะให้กลิ่นของเบอร์รี่และ Bergamot ที่ค่อนข้างชัดเจนกว่า จึงทำให้กลิ่นดูมีมิติที่มากกว่าฉีดบนเสื้อครับ
การกระจายตัวและความติดทน
เรื่องการกระจายกลิ่นนั้น จะเป็นกลิ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นมาเป็นออร่าอยู่รอบตัว โดยที่ไม่ได้แนบผิวมากจนต้องดมใกล้ ๆ ถึงจะได้กลิ่น ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้กระจายตัวจนกระทบคนรอบข้าง พูดง่าย ๆ ว่าหอมฟินอยู่คนเดียวเลย แต่ถ้าต้องลุกเคลื่อนไหวก็มีแอบทิ้งกลิ่นไว้บ้างบาง ๆ ความติดทนถือว่าอยู่ระดับที่พึงพอใจเลย ฉีดก่อนไปทำงานตอนเช้า (ทำงานในห้องแอร์แทบทั้งวัน) จนตกเย็นกลับบ้านก็ยังได้กลิ่นอยู่ทั้งบนผิวและเสื้อ แค่บนผิวกลิ่นอาจจะบางกว่าบนเสื้อเล็กน้อย
สรุป
โดยรวมถึงว่าเป็นกลิ่นที่ดีกลิ่นหนึ่ง ที่ผู้ชายเลือกใช้ได้ เนื้อกลิ่นมีความสุภาพและยูนิคพอสมควร เป็นอีกตัวที่สามารถหยิบใช้ได้ในหลายโอกาส ไม่ว่าจะใช้ในวันพักผ่อน วันทำงาน หรือออกงานทางการ สามารถใช้ในหน้าร้อนหรือหน้าหนาวของเมืองไทยได้
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ตามอ่านจนจบ สำหรับการรีวิวน้ำหอมครั้งแรกนี้ เพื่อนๆ ที่เคยได้ลองใช้กลิ่นนี้แล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นเขียนรีวิวน้ำหอมครั้งนี้จาก blog ของคุณเข็มขัดสั้น ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการจดบันทึกการเดินทางในโลกของน้ำหอมครับ
[CR] รีวิวน้ำหอม Hermès Barénia EDP ฉบับผู้ชายอยากลอง
ขอออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอม หรือสายเนิร์ดน้ำหอมแต่อย่างใด เป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่งที่ช่วงนี้มีความหลงใหลในกลิ่นของน้ำหอม และอยากจะบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นของน้ำหอมที่ได้ลองใช้เก็บไว้ รวมถึงแลกเปลี่ยนพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจด้านน้ำหอมเหมือนกันครับ : )
ปกติจะคุ้นเคยกับความสดชื่นแบบ Citrus-Woody สไตล์ Terre d'Hermès อยู่แล้ว พอ Hermès ออก Barénia มาในปี 2024 แม้จะทำการตลาดไปทางผู้หญิง แต่ด้วยโครงสร้างกลิ่นแนว Chypre ประกอบกับการตามอ่าน ตามดูรีวิวจากช่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้หญิงหรือผู้ชาย จึงได้ตกลงปลงใจเลือกน้องเข้าบ้านครับ
การออกแบบขวด
เริ่มกันที่ขวดก่อนเลย สำหรับชายหนุ่มที่ส่วนใหญ่จะมีน้ำหอมออกโทน Masculine พอเลือกน้องเข้าบ้านมาวางไว้ในตู้กับพี่ ๆ ก็รู้สึกแปลกตาไปพอสมควร เหมือนสาวแกร่งที่รายล้อมไปด้วยหนุ่มหล่อเลยทีเดียว สำหรับการออกแบบขวดสวยตัดกับน้ำหอมสีเหลืองทองดูหรูหราผู้ดีมาก จากการหาข้อมูลมา รูปทรงของขวดนั้น ได้แรงบันดาลใจจากกำไลข้อมือของ Hermès ครับ ในแง่ของการใช้งาน ด้วยทรงขวดที่มีลักษณะกลมมน ส่วนตัวรู้สึกว่าจะกดสเปรย์ยากนิดหน่อยเพราะกลัวน้องหลุดจากมือมาก ยิ่งจะกดใช้น้องหลังจากทาครีมจะต้องระวังเป็นพิเศษเลยครับ
กลิ่น
มากันที่เรื่องกลิ่น ก่อนจะสอยน้องมา ผมก็มีโอกาสได้ดูรีวิวมาจากช่องหนึ่งเค้าพูดว่าเป็นน้ำหอมที่แปลก เพราะเวลาฉีดลงผิวกับฉีดบนกระดาษหรือเสื้อผ้า จะให้กลิ่นที่ไม่เหมือนกัน ไอ้เราก็อยากรู้ซะด้วยว่าต่างจริงหรือ พอได้น้องมา ก็เลยทดลองฉีดทั้งบนผิว (หลังแขน) กับบนปกเสื้อที่แล้วดมเทียบกันเลย
ทั้งนี้ผมก็ไม่ได้จมูกเทพพอจะแยกกลิ่นเชิงลึกว่าอะไรเป็นอะไร จึงขอบรรยายกลิ่นที่ได้เทียบกับโน้ตในเว็บ Fragrantica ครับ
โน้ตจากข้อมูลในเว็บ
Top Notes: Miracle Berry + Bergamot
Middle Notes: White Ginger Lily
Base Notes: Patchouli + Akigalawood + Oak
ส่วนตัวที่ได้กลิ่นตามความรู้สึก
กลิ่นเปิดแรกหลังจากโมเลกุลน้องได้สัมผัสกับหลังแขนและปกเสื้อ ในช่วงราว ๆ 2 - 3 นาทีแรกจะให้ความรู้สึกอวล ๆ ขมุกขมัว จับต้นชนปลายไม่ถูก แบบห๊ะ หือ อิหยังนิ ทั้งบนผิวและเสื้อเลย แต่พอทิ้งไว้สักพักน้องจะค่อย ๆ เผยกลิ่นความเปรี้ยวอมหวานของเบอร์รี่ คลอด้วยกลิ่น Bergamot มาบาง ๆ โดยน้องจะค่อย ๆ เผยตัวตนออกมาช้า ๆ เหมือนดอกไม้ตูมที่กำลังบาน เป็นหญิงสาวที่ค่อย ๆ ยิ้มมุมปาก โดยบนผิวจะเผยกลิ่นเร็วกว่าบนเสื้อชัดเจนครับ พอทิ้งไว้สักพักก็จะได้กลิ่นอวลของดอกไม้สีขาว ที่ไม่หวานเลี่ยน ในขณะที่กลิ่นของเบอร์รี่ก็ยังไม่ได้จางหายไปไหนเคียงคู่กันมา ร่วมกับกลิ่นความดิบชื้นของไม้ตีลอยขึ้นมายาวไปจนจบเลย หลังจากทดลองใช้มา กลิ่นบนผิวกับบนเสื้อนั้นไม่ได้ต่างกันจนเป็นคนละกลิ่นซะทีเดียว แต่ที่บนผิวจะให้กลิ่นของเบอร์รี่และ Bergamot ที่ค่อนข้างชัดเจนกว่า จึงทำให้กลิ่นดูมีมิติที่มากกว่าฉีดบนเสื้อครับ
การกระจายตัวและความติดทน
เรื่องการกระจายกลิ่นนั้น จะเป็นกลิ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นมาเป็นออร่าอยู่รอบตัว โดยที่ไม่ได้แนบผิวมากจนต้องดมใกล้ ๆ ถึงจะได้กลิ่น ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้กระจายตัวจนกระทบคนรอบข้าง พูดง่าย ๆ ว่าหอมฟินอยู่คนเดียวเลย แต่ถ้าต้องลุกเคลื่อนไหวก็มีแอบทิ้งกลิ่นไว้บ้างบาง ๆ ความติดทนถือว่าอยู่ระดับที่พึงพอใจเลย ฉีดก่อนไปทำงานตอนเช้า (ทำงานในห้องแอร์แทบทั้งวัน) จนตกเย็นกลับบ้านก็ยังได้กลิ่นอยู่ทั้งบนผิวและเสื้อ แค่บนผิวกลิ่นอาจจะบางกว่าบนเสื้อเล็กน้อย
สรุป
โดยรวมถึงว่าเป็นกลิ่นที่ดีกลิ่นหนึ่ง ที่ผู้ชายเลือกใช้ได้ เนื้อกลิ่นมีความสุภาพและยูนิคพอสมควร เป็นอีกตัวที่สามารถหยิบใช้ได้ในหลายโอกาส ไม่ว่าจะใช้ในวันพักผ่อน วันทำงาน หรือออกงานทางการ สามารถใช้ในหน้าร้อนหรือหน้าหนาวของเมืองไทยได้
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ตามอ่านจนจบ สำหรับการรีวิวน้ำหอมครั้งแรกนี้ เพื่อนๆ ที่เคยได้ลองใช้กลิ่นนี้แล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นเขียนรีวิวน้ำหอมครั้งนี้จาก blog ของคุณเข็มขัดสั้น ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการจดบันทึกการเดินทางในโลกของน้ำหอมครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้