เราอายุ 13 ปี ตอนนี้เรารู้สึกเหนื่อยกับชีวิตที่บ้านมาก ๆ อยากมาขอคำปรึกษาจากคนอื่นว่าเราควรทำยังไงดี เราเป็นเด็กเอาแต่ใจจริงไหม หรือเราคิดมากเกินไปเอง
เรื่องเริ่มจากเราอยากไปงานหนังสือมาก เพราะเราเห็นว่ามีหนังสือหลายเรื่องที่น่าสนใจ อยากไปเดินเลือกซื้อหนังสือมาอ่านด้วยตัวเอง แต่แม่ไม่ให้ไป แม่บอกว่าครั้งหน้าจะพาไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปอยู่ดี เราเลยผิดหวังและแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจ เพราะเราอยากไปมากจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเราไม่เข้าใจเรื่องเงินหรือไม่เข้าใจว่าครอบครัวมีข้อจำกัดอะไร
หลังจากนั้นเราเลยขอไปบ้านผีสิงแทน เพราะอยู่ใกล้บ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน ทั้งที่เราอยากไปมาก เรารู้สึกผิดหวังเพราะแค่อยากออกไปเที่ยวและหาความสุขให้ตัวเองบ้าง แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราถูกตำหนิจากพ่อ
แม่เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง แล้วพ่อก็มาตำหนิเราหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเรียน การอ่านหนังสือ การไม่มีเพื่อน และเรื่องอื่น ๆ พ่อบอกว่าชีวิตเราดีอยู่แล้ว มีเงิน มีเกม มีอินเทอร์เน็ต และมีสิ่งของต่าง ๆ ให้ แต่เราไม่เข้าใจว่าการมีสิ่งของเหล่านี้หมายความว่าเราจะไม่มีความทุกข์หรือไม่มีสิทธิ์อยากได้อะไรอีกเลยเหรอ
เราไม่ได้ปฏิเสธว่าพ่อแม่ดูแลเรา และเรารู้ว่าตัวเองมีสิ่งที่เด็กหลายคนอาจไม่มี แต่เราก็อยากมีความสุขในแบบของเราบ้าง เราอยากออกไปเที่ยว อยากมีประสบการณ์ใหม่ ๆ อยากเดินงานหนังสือ และอยากมีความทรงจำดี ๆ เหมือนเด็กวัยเดียวกัน เรารู้สึกว่าโอกาสได้ออกไปเที่ยวของเรามีน้อยมาก จนการได้ออกไปเที่ยวแต่ละครั้งเป็นความสุขมาก ๆ สำหรับเรา
พ่อบอกว่าเสาร์อาทิตย์ก็ให้ไปเที่ยวได้ แต่ความจริงคือวันเสาร์เราต้องไปทำงานกับพ่อ ส่วนวันอาทิตย์เราก็มักอยู่บ้านพักผ่อน เราไม่ได้มีเวลาไปเที่ยวอย่างที่พ่อพูดเลย นอกจากนี้เรายังต้องช่วยพ่อตัดต่อคลิปวิดีโออีกสัปดาห์ละ 2 คลิป ซึ่งการตัดต่อแต่ละคลิปต้องใช้เวลามาก เพราะเราต้องหาฟุตเทจ เลือกคลิป และตัดต่อจนเสร็จ เรารู้สึกว่าภาระตรงนี้ก็กินเวลาส่วนตัวของเราไปมากแล้ว
วันนี้เรายังไม่สบายจนต้องหยุดเรียน แต่พ่อกลับพูดในทำนองว่าไปโรงเรียนไม่มีเวลา แต่มีเวลาไปเที่ยว ทั้งที่เราไม่ได้เลือกให้ตัวเองป่วย เราไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องที่เราเจ็บป่วยถึงกลายเป็นเหตุให้เราถูกตำหนิได้ด้วย
ล่าสุดเราถูกยึด iPad พ่อให้เราอ่านหนังสือแล้วไปสอบกับพ่อ ถ้าทำได้ถึง 10 ข้อจึงจะได้ iPad คืน เรากังวลเพราะยังอ่านหนังสือไม่จบ และตอนนี้เราก็ไม่มี iPad ใช้แล้ว
สิ่งที่ทำให้เรากังวลอีกอย่างคือพ่อรู้รหัสผ่าน iPad ของเรา เราไม่อยากให้พ่อเข้าไปอ่านข้อความที่เราคุยกับเพื่อน ข้อความที่เราใช้ระบายความรู้สึกตอนเศร้า หรือประวัติการค้นหาของเรา บางครั้งเราก็แค่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวในการพูดคุยและระบายความรู้สึก โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเข้าใจเราผิด
เราเข้าใจว่าตัวเองอายุยังไม่ถึงเกณฑ์สำหรับบางแอปหรือบางสิ่ง แต่เรารู้สึกว่าหลายอย่างในชีวิตถูกจำกัดไปหมด อยากไปไหนก็ไปไม่ได้ อยากใช้แอปบางอย่างก็ไม่ได้ อยากดูบางอย่างก็มีข้อจำกัด แม้แต่เวลาส่วนตัวเราก็รู้สึกว่ามีน้อยมาก เราเลยไม่เข้าใจว่าพ่อบอกว่าปล่อยเราแล้วหรือให้อิสระเราแล้วตรงไหน
เราไม่กล้าเถียงพ่อ เพราะเรากลัวพ่อมาก เวลาเกิดปัญหาเราจึงไม่ค่อยกล้าอธิบายความรู้สึกของตัวเอง เราไม่ได้อยากทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่ได้อยากทำตัวมีปัญหา และไม่ได้คิดว่าตัวเองควรได้ทุกอย่างตามต้องการ แต่เราอยากให้พ่อแม่รับฟังเราบ้าง อยากให้เข้าใจว่าการที่เราอยากไปเที่ยวหรืออยากมีเวลาส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนใจการเรียนหรือไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่พ่อแม่ให้
เราก็พยายามอ่านหนังสือและติวอยู่เหมือนกัน แม้จะยังมีเรื่องที่ต้องพัฒนา แต่เรารู้สึกเสียใจเวลาถูกพูดเหมือนเราไม่ทำอะไรเลย หรือเหมือนเราเป็นเด็กไม่ดีไปหมดทุกอย่าง
อีกอย่างคือช่วงนี้เรามีเพื่อนไม่มากนัก iPad เคยเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราเล่นเกมและคุยกับเพื่อนได้ พอถูกยึดไป เราก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเสียพื้นที่ส่วนตัวไปอีกแห่งหนึ่ง
ตอนนี้เราเหนื่อยมาก รู้สึกว่าพยายามอธิบายไปก็ไม่มีใครเข้าใจ บางครั้งเรารู้สึกแย่มากจนคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เรารู้สึกเหมือนทุกอย่างในชีวิตถูกจำกัดไปหมด และไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ตัวเองมีความสุขได้บ้าง
เราไม่ได้ต้องการเอาชนะพ่อแม่หรือเรียกร้องให้ได้ทุกอย่าง เราแค่อยากมีความสุขบ้าง อยากให้ความรู้สึกของเรามีความหมาย และอยากรู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดี
เราอยากถามทุกคนว่า
1. เราเป็นเด็กเอาแต่ใจจริงไหม ที่อยากไปเที่ยวและอยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง?
2. ถ้าพ่อแม่บอกว่าชีวิตเราดีอยู่แล้ว เพราะมีสิ่งของและได้รับการดูแล เราควรจัดการความรู้สึกของตัวเองยังไง เมื่อเรายังรู้สึกไม่มีความสุข?
3. เราควรคุยกับพ่อแม่ยังไง ในเมื่อเราไม่กล้าเถียงพ่อและกลัวว่าพูดไปแล้วจะถูกตำหนิมากกว่าเดิม?
4. เราจะจัดการเรื่องเรียน งานตัดต่อ และเวลาส่วนตัวให้สมดุลกันได้ยังไง?
5. เราควรทำยังไงกับความรู้สึกเหนื่อยและอึดอัดที่สะสมมาจนตอนนี้เราแทบไม่รู้ว่าจะจัดการชีวิตตัวเองยังไงแล้ว?
เราอยากได้คำแนะนำจริง ๆ ไม่ได้อยากให้ใครมาด่าพ่อแม่หรือเข้าข้างเราทุกเรื่อง แค่อยากรู้ว่าเราควรปรับตัวตรงไหน และเราจะทำยังไงให้พ่อแม่เข้าใจความรู้สึกของเราได้บ้าง ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบ ไม่ตอบทุกข้อก็ได้นะคะ
เราผิดไหมที่อยากมีอิสระและอยากมีความสุขบ้าง ทั้งที่พ่อแม่ก็ดูแลเราดี?
เรื่องเริ่มจากเราอยากไปงานหนังสือมาก เพราะเราเห็นว่ามีหนังสือหลายเรื่องที่น่าสนใจ อยากไปเดินเลือกซื้อหนังสือมาอ่านด้วยตัวเอง แต่แม่ไม่ให้ไป แม่บอกว่าครั้งหน้าจะพาไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปอยู่ดี เราเลยผิดหวังและแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจ เพราะเราอยากไปมากจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเราไม่เข้าใจเรื่องเงินหรือไม่เข้าใจว่าครอบครัวมีข้อจำกัดอะไร
หลังจากนั้นเราเลยขอไปบ้านผีสิงแทน เพราะอยู่ใกล้บ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน ทั้งที่เราอยากไปมาก เรารู้สึกผิดหวังเพราะแค่อยากออกไปเที่ยวและหาความสุขให้ตัวเองบ้าง แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราถูกตำหนิจากพ่อ
แม่เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง แล้วพ่อก็มาตำหนิเราหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเรียน การอ่านหนังสือ การไม่มีเพื่อน และเรื่องอื่น ๆ พ่อบอกว่าชีวิตเราดีอยู่แล้ว มีเงิน มีเกม มีอินเทอร์เน็ต และมีสิ่งของต่าง ๆ ให้ แต่เราไม่เข้าใจว่าการมีสิ่งของเหล่านี้หมายความว่าเราจะไม่มีความทุกข์หรือไม่มีสิทธิ์อยากได้อะไรอีกเลยเหรอ
เราไม่ได้ปฏิเสธว่าพ่อแม่ดูแลเรา และเรารู้ว่าตัวเองมีสิ่งที่เด็กหลายคนอาจไม่มี แต่เราก็อยากมีความสุขในแบบของเราบ้าง เราอยากออกไปเที่ยว อยากมีประสบการณ์ใหม่ ๆ อยากเดินงานหนังสือ และอยากมีความทรงจำดี ๆ เหมือนเด็กวัยเดียวกัน เรารู้สึกว่าโอกาสได้ออกไปเที่ยวของเรามีน้อยมาก จนการได้ออกไปเที่ยวแต่ละครั้งเป็นความสุขมาก ๆ สำหรับเรา
พ่อบอกว่าเสาร์อาทิตย์ก็ให้ไปเที่ยวได้ แต่ความจริงคือวันเสาร์เราต้องไปทำงานกับพ่อ ส่วนวันอาทิตย์เราก็มักอยู่บ้านพักผ่อน เราไม่ได้มีเวลาไปเที่ยวอย่างที่พ่อพูดเลย นอกจากนี้เรายังต้องช่วยพ่อตัดต่อคลิปวิดีโออีกสัปดาห์ละ 2 คลิป ซึ่งการตัดต่อแต่ละคลิปต้องใช้เวลามาก เพราะเราต้องหาฟุตเทจ เลือกคลิป และตัดต่อจนเสร็จ เรารู้สึกว่าภาระตรงนี้ก็กินเวลาส่วนตัวของเราไปมากแล้ว
วันนี้เรายังไม่สบายจนต้องหยุดเรียน แต่พ่อกลับพูดในทำนองว่าไปโรงเรียนไม่มีเวลา แต่มีเวลาไปเที่ยว ทั้งที่เราไม่ได้เลือกให้ตัวเองป่วย เราไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องที่เราเจ็บป่วยถึงกลายเป็นเหตุให้เราถูกตำหนิได้ด้วย
ล่าสุดเราถูกยึด iPad พ่อให้เราอ่านหนังสือแล้วไปสอบกับพ่อ ถ้าทำได้ถึง 10 ข้อจึงจะได้ iPad คืน เรากังวลเพราะยังอ่านหนังสือไม่จบ และตอนนี้เราก็ไม่มี iPad ใช้แล้ว
สิ่งที่ทำให้เรากังวลอีกอย่างคือพ่อรู้รหัสผ่าน iPad ของเรา เราไม่อยากให้พ่อเข้าไปอ่านข้อความที่เราคุยกับเพื่อน ข้อความที่เราใช้ระบายความรู้สึกตอนเศร้า หรือประวัติการค้นหาของเรา บางครั้งเราก็แค่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวในการพูดคุยและระบายความรู้สึก โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเข้าใจเราผิด
เราเข้าใจว่าตัวเองอายุยังไม่ถึงเกณฑ์สำหรับบางแอปหรือบางสิ่ง แต่เรารู้สึกว่าหลายอย่างในชีวิตถูกจำกัดไปหมด อยากไปไหนก็ไปไม่ได้ อยากใช้แอปบางอย่างก็ไม่ได้ อยากดูบางอย่างก็มีข้อจำกัด แม้แต่เวลาส่วนตัวเราก็รู้สึกว่ามีน้อยมาก เราเลยไม่เข้าใจว่าพ่อบอกว่าปล่อยเราแล้วหรือให้อิสระเราแล้วตรงไหน
เราไม่กล้าเถียงพ่อ เพราะเรากลัวพ่อมาก เวลาเกิดปัญหาเราจึงไม่ค่อยกล้าอธิบายความรู้สึกของตัวเอง เราไม่ได้อยากทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่ได้อยากทำตัวมีปัญหา และไม่ได้คิดว่าตัวเองควรได้ทุกอย่างตามต้องการ แต่เราอยากให้พ่อแม่รับฟังเราบ้าง อยากให้เข้าใจว่าการที่เราอยากไปเที่ยวหรืออยากมีเวลาส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนใจการเรียนหรือไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่พ่อแม่ให้
เราก็พยายามอ่านหนังสือและติวอยู่เหมือนกัน แม้จะยังมีเรื่องที่ต้องพัฒนา แต่เรารู้สึกเสียใจเวลาถูกพูดเหมือนเราไม่ทำอะไรเลย หรือเหมือนเราเป็นเด็กไม่ดีไปหมดทุกอย่าง
อีกอย่างคือช่วงนี้เรามีเพื่อนไม่มากนัก iPad เคยเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราเล่นเกมและคุยกับเพื่อนได้ พอถูกยึดไป เราก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเสียพื้นที่ส่วนตัวไปอีกแห่งหนึ่ง
ตอนนี้เราเหนื่อยมาก รู้สึกว่าพยายามอธิบายไปก็ไม่มีใครเข้าใจ บางครั้งเรารู้สึกแย่มากจนคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เรารู้สึกเหมือนทุกอย่างในชีวิตถูกจำกัดไปหมด และไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ตัวเองมีความสุขได้บ้าง
เราไม่ได้ต้องการเอาชนะพ่อแม่หรือเรียกร้องให้ได้ทุกอย่าง เราแค่อยากมีความสุขบ้าง อยากให้ความรู้สึกของเรามีความหมาย และอยากรู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดี
เราอยากถามทุกคนว่า
1. เราเป็นเด็กเอาแต่ใจจริงไหม ที่อยากไปเที่ยวและอยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง?
2. ถ้าพ่อแม่บอกว่าชีวิตเราดีอยู่แล้ว เพราะมีสิ่งของและได้รับการดูแล เราควรจัดการความรู้สึกของตัวเองยังไง เมื่อเรายังรู้สึกไม่มีความสุข?
3. เราควรคุยกับพ่อแม่ยังไง ในเมื่อเราไม่กล้าเถียงพ่อและกลัวว่าพูดไปแล้วจะถูกตำหนิมากกว่าเดิม?
4. เราจะจัดการเรื่องเรียน งานตัดต่อ และเวลาส่วนตัวให้สมดุลกันได้ยังไง?
5. เราควรทำยังไงกับความรู้สึกเหนื่อยและอึดอัดที่สะสมมาจนตอนนี้เราแทบไม่รู้ว่าจะจัดการชีวิตตัวเองยังไงแล้ว?
เราอยากได้คำแนะนำจริง ๆ ไม่ได้อยากให้ใครมาด่าพ่อแม่หรือเข้าข้างเราทุกเรื่อง แค่อยากรู้ว่าเราควรปรับตัวตรงไหน และเราจะทำยังไงให้พ่อแม่เข้าใจความรู้สึกของเราได้บ้าง ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบ ไม่ตอบทุกข้อก็ได้นะคะ