วิกฤตโรงแรมไทยซุกเปราะบาง: ปิดกิจการพุ่ง 42% แบกขาดทุนสะสม 3 ปี ท่ามกลางห้องพักล้นตลาด

แม้ภาพรวมมูลค่าตลาดธุรกิจโรงแรมและที่พักในปี 2569 จะถูกคาดการณ์ว่าอยู่ที่ราว 1.1 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นเล็กน้อย 2.6% แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวกลับซ่อนความเปราะบางไว้อย่างหนักหน่วง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยข้อมูลว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ธุรกิจโรงแรมและที่พักมีจำนวนจดทะเบียนเลิกกิจการเพิ่มสูงขึ้นถึง 42% (YoY) หรือมีโรงแรมที่ต้องปิดตัวลงรวม 148 ราย สะท้อนถึงภาวะกระอักเลือดของผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระสะสมมาอย่างยาวนาน

สรุปสาระสำคัญและปัจจัยกดดันจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

แบกภาระขาดทุนสะสม 3 ปีซ้อน: ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักกว่า 38% มีผลประกอบการขาดทุนติดต่อกันตั้งแต่ปี 2566–2568 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SMEs) ซึ่งมีสัดส่วนการขาดทุนสูงถึง 54% และกว่า 42% ของกลุ่มนี้ต้องเผชิญภาวะขาดทุนเรื้อรังยาวนาน 3 ปีเต็ม
นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวช้ากว่าคาด: จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยยังไม่กลับไปสู่ระดับก่อนช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยในปี 2569 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 31.4 ล้านคน (คิดเป็นเพียง 79% ของปี 2562) ขณะที่พฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป นิยมจัดทริปเองและกระจายตัวไปยังเมืองรองมากขึ้น

ห้องพักล้นตลาด ตัดราคากันดุเดือด: อุปทานห้องพักทั่วประเทศขยายตัวเร็วกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวพักค้าง โดยเฉพาะในหลายจังหวัดที่จำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นแต่คนเที่ยวกลับลดลง ส่งผลให้อัตราการเข้าพักใน 19 จังหวัดติดลบ และผู้ประกอบการต้องหันมาใช้กลยุทธ์สงครามราคา ดึงให้ราคาห้องพักเฉลี่ยทั่วประเทศปรับลดลง 0.8%

การแข่งขันจากที่พักทางเลือก: แรงกดดันยังมาจากธุรกิจที่พักทางเลือกและบ้านพักตากอากาศ/พูลวิลล่า (เช่น ข้อมูลจาก AirDNA) ที่เข้ามาแบ่งเค้กส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนรูปแบบการพักผ่อน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจำใจต้องยอมถอดใจและปิดกิจการลง เพื่อหลีกเลี่ยงภาระหนี้สินที่พอกพูน ท่ามกลางโจทย์ความท้าทายรอบด้านที่ยังคงต้องลุ้นกันต่อในปีหน้า

ที่มา:
ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประจำเดือนตุลาคม 2569 เรื่องสถานการณ์และแนวโน้มธุรกิจโรงแรมและที่พักไทย
ภาพประกอบ : Instagram moneybuffalo.ig และ ejan2016


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่