ปัญหาโลกร้อนขนาดนี้ยังรักษ์โลกสร้างภาพกันอยู่อีก

สังคมสมัยนี้และคนบางกลุ่มน่ากลัวจริงๆ ปัญหาโลกร้อนหนักขนาดนี้ตอนนี้ก็โลกเดือดแล้ว (ตามที่UNประกาศ) ซึ่งก็ตามมาด้วยสภาพอากาศสุดขั้ว ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่หนักขึ้นๆๆๆ แต่บริษัทธุรกิจต่างๆก็มุ่งที่การขายของให้ได้เยอะๆ กำไรเยอะๆ (ถ้าเอากันพอประมาณก็Ok) ยกยอกันอวยให้รางวัลต่างๆที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างธุรกิจเป็นล้านๆ ร้อยล้าน พันล้าน ซ้ำที่หนักคือบางบริษัทแบบเก่ง พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เอาเรื่องรักโลกมาเป็นเป็นเครื่องมือทางการตลาด(กลลวงการตลาด)เพื่อให้สินค้าดูดี บริษัทดูดี จะได้ขายของได้เยอะๆ แต่คือมันยกมาแค่บางจุด พูดแค่จุดที่ดูดี
    ปัญหาโลกร้อนจุดสำคัญเลยมันต้องดูที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHG) และเขาก็วัดด้วยค่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ที่มีหน่วยวัดเป็น คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e หรือ CO₂equivalent) โดยที่สินค้าตัวนึงมันต้องดูตั้งแต่
- วัตถุดิบ: การได้มาซึ่งวัตถุดิบ (เช่นทำเหมืองหรือเพาะปลูก) การได้มาซึ่งวัตถุดิบแต่ละตัวจนมาถึงที่บริษัท/ร้าน/โรงงานมีค่า Carbon Footprintเท่าไหร่(ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเท่าไหร่)
- วัตถุดิบเหล่านั้นมาผ่านกระบวนการ ผ่านเครื่องจักรต่างๆจนได้สินค้านั้นๆออกมา มีค่า Carbon Footprint เท่าไหร่บ้าง
- Carbon Footprint ของการทำการบรรจุสินค้าไปขาย (Packaging)
- Carbon Footprint ของการขนส่งสินค้านั้นไปขาย เช่นใช้รถบรรทุก ฯลฯ ...ขายให้ลูกค้าไปแล้วก็ยังไม่จบ...
- การใช้งานสินค้าตัวนั้นมีค่า Carbon Footprint ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาแค่ไหนไหม
- จนถึงเมื่อมันถูกใช้หมดกลายเป็นขยะ การกำจัดขยะมีค่า Carbon Footprint แค่ไหนไหม
  เอาค่า Carbon Footprint ทั้งหมดนี้มารวมกันก็จะเป็นค่า Carbon Footprint ของสินค้าตัวนั้น (วัตถุดิบ → ผลิต → บรรจุ → ขนส่ง → ใช้ → กำจัด)
    แต่ก็ดูแล้วกันมีนักธุรกิจอุตสาหกรรมสักกี่คนที่จริงใจที่จะแสดงค่า Carbon Footprint ค่าจริงๆของสินค้าเขาให้ดู เวลาดูทีวีดูโฆษณาเต็มไปด้วยการเสแสร้งรักษ์โลกกันเต็มไปหมด คำพูดวาดฝันเยอะไปหมด ตัวเลขการวัดค่าต่างๆที่สำคัญๆก็ทำเป็นไม่รู้ แต่จะยกมาบางจุดที่ทำให้ตัวเองดูดีแค่นั้นแหละ
    เรียนมาสูงๆกันก็เยอะ “ความรู้ไม่คู่คุณธรรม” นี่ไม่ใช่ปัญหาแค่ในไทยแต่คือระดับโลกถึงทำร้ายทำลายโลกจนสร้างปัญหาได้มากมายแก่โลกของเรา บ้านของเราแท้ๆได้ขนาดนี้
    สังคมถูกครอบงำด้วยวัตถุนิยม/บริโภคนิยม มีแต่เน้นเรื่องกระตุ้นการบริโภค นึกถึงสมัยก่อนช่วงนึงมีให้ปิดทีวีช่วงค่ำประมาณชั่วโมง สมัยนี้ไม่เห็นเลยอะไรแนวๆนี้ สมัยก่อนยังพอจะรู้จัก"ความพอเพียง"มากกว่าสมัยนี้เยอะที่โดนครอบงำกลืนกินไปกับพวกวัตถุนิยม/บริโภคนิยมมากขึ้นๆๆๆๆ โดนเฉพาะพวกสินค้าฟุ่มเฟือยพวกไม่จำเป็น มันควรจะมีมาตรการณ์อะไรหน่อย หรือพวกรวยกระจุกที่มีมากมายมหาศาลแต่ก็ยังเอากันอยู่ได้ โลกที่พวกคุณและพวกคนที่คุณรักอยู่ร่วมด้วยนั่นแหละ แต่พวกนี้คิดกันไม่ค่อยออกหรอกอะไรแนวๆนี้ "มิจฉาทิฐิ" "กฏหมายเอื้อนายทุน(ใหญ่)"
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่