แผงโซล่าร เซลล์

มีข่าวจากผู้ใช้เฟสบุ้คท่านหนึ่งวันนี้    ที่ผมได้ไปเจอะเจอมา อย่างบังเอิญ   เกี่ยวกับ เรื่อง การตืดแผงโซลาร์เซลล์  ที่รัฐบาล กำลังดำเนินโครงการ อยู่ ขณะนี้ครับ  
  จึงอยากจะนำมาแชร์ และขอเสนอความคิดเห็นส่วนตัว ของกระผม เข้ามาด้วย  มา  ณ  ที่นี้   ไม่ทราบว่าท่านๆคิดเห็น กันอย่างไร  คือ
เค้ากล่าวว่า  รัฐบาลนี้  โง่มากเลยนะ  ที่ไปรับเอาทุนจีนมา  (เป็นจำนวนประมาณ สิบสองล้านบาทนะ )
เพื่อจะให้มาซื้อ หรือ มารับ แผงโซล่าร๋ ของจีน  และ ก็ให้มา เป็น  แหล่งรีไซเคิล ขยะสารพิษ  ของเค้าอีก ครบวงจร เสร็จสรรพเลย  
ดูไม่เข้าท่า  และไม่ได้เรื่องเลย   เค้าว่างั้น
คำถามคือ  เราจะทำยังไงครับ กับจีน ?   เราเป็นประเทศกลางๆ   แต่เค้าเป็นประเทศใหญ่กว่าเรา   และเป็นอภิมหาอำนาจ กว่า  

เค้ายื่นเงินมา  แล้วเราจะบอกว่า  "โนๆ   เราไม่รับเงินยูนะ  เราจะผลิตเอง เราทำเองได้" เราพูดแบบนี้กับเค้าได้หรือครับ   ? บางที เราก็ต้องดูด้วยว่า  ความอยากเป็นรัฐบาลของเรา  จนตัวสั่น  มันคือ การเสี้ยม ให้ประเทศเรามีปัญหา กับประเทศโน้น ประเทศนี้ หรือ เปล่า  (รัฐอาจจะไม่ได้ พูดไทย คำ อังกฤษ คำ กับจีน แบบที่ผม ยกตัวอย่างมานะครับ  คงจะพูด ภาษาเดียว ไปเลย  ไม่จีน  ก็  อังกฤษ น่ะ)  
บางที มันก็มีพรรค หรือ กลุ่มบุคคล บางกลุ่มนะครับ  ที่ตรงกับ สุภาษิตไทยโบราณ ว่า "ไก่เห็นตีนงู  งูเห็นนมไก่  "  แต่ทีนี้  ตอนนี้ พวกตนเอง เป็นงู  ที่ไม่ได้อะไร ไง   แต่ไก่มันได้  และคนส่วนใหญ่  ก็ยังไม่ทราบด้วยว่า  ตนเอง เป็นงู  ตนเอง ยังสะอาดอยู่ ตอนนี้
  ก็เลยหาข้อมากระหน่ำ  โจมตี ไก่  เข้าไป  ๆๆๆ     และถ้าไก่ มันหันมาจิกงูบ้างล่ะ  ?  มันจะเป็นอย่างไร ?  ( หรือว่า ไก่ไม่กล้า ตอนนี้?ก็ไม่รู้)  

เรายังไม่มีศักยภาพพอหรอกครับ   ที่จะตอบ ปฏิเสธ  แบบชวนทะเลาะ  ขนาดนั้น  ผมไม่ได้เข้าข้าง หรือ เชียร์รัฐบาลนี้ เป็นพิเศษนะ แต่ก็อดเป็นห่วง ไม่ได้  ถึงการเสี้ยมชวนทะเลาะ แบบนั้น  ทั้งๆ ที่ตนเอง  ก็มีเหมือนกัน  เป็นเหมือนกัน  
ผมจึงอยากจะขอ เสนอแนะ  ความคิด ในเรื่อง แผงโซล่าร เซลล์ ทุนจีนนี้นะครับ  ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์เลย    ไม่ทราบว่า  ท่าน ๆ  ที่เข้ามาอ่าน มีความคิดเห็น กันอย่างไร  เห็นด้วยหรือไม่  กับผม
1.  เมื่อเค้ายื่นเงินมา  เราก็รับๆมาเถอะครับ   เค้าให้เรามาสร้าง  สถานที่  สำหรับรีไซเคิล  แบตเตอรี่รถยนต์  และ แผงโซล่าร เซลล์ ที่เก่าๆ   อะไรพวกนี้ ใช่ไหมครับ  ในไทย   เพื่อจะสนับสนุน  ในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อม  
เราก็แบ่งเงิน จำนวนนี้  ออกเป็น สองก้อน ซะ
ก้อนแรก  รัฐบาล ก็เอามา  หาแหล่ง สำหรับสร้าง  ที่รีไซเคืล พวกนี้     ซึ่ง
ควรจะหาแหล่ง  ที่ไกลจากชุมชน  บ้านเรือน  ที่อยู่อาศัย  และสถานศึกษา  โรงพยาบาล  
พวก สถานที่  ตามดอย  ตามเขา  หรือ  ตามตะเข็บชายแดน  แบบนี้  จะเหมาะที่สุด และปลอดภัย  (เห็นด้วยกับผมไหม)
นั่นล่ะ   รัฐก็ไปสร้างแถวๆนั้นล่ะ ครับ     อย่ามาสร้าง  แหล่ง  ตรงแถวๆ  ชุมชน  แถวๆ  กทม. หรือ เมืองใหญ่ๆเลย    มันจะก่อให้เกืดมลพืษ ต่อภาวะสุขภาพได้  
เคยได้ยินนะว่า  บางประเทศ  ก็เอาไปทิ้งหรือ สร้าง แหล่งพวกนี้น่ะ  ที่ประเทศโลกที่สาม เลย  นั่นเลยทีเดียว น่ะ
อีกอย่าง  มันก็เป็นแค่  เวลาแค่  สิบแปดเดือนเอง  มิใช่หรือครับ  
สัญญาพวกนี้   พอครบสัญญา  เราก็เป็นอิสระ แล้ว  สัญญานี้ ผูกพันธ์กับ เรา ทั้งปี ทั้งชาติ หรือ ครับ  ก็เปล่า
  ดังนั้น  เมื่อครบสัญญาแล้ว  เป็นเวลาปีกว่าๆนี่น่ะ   เราก็มีสิทธิ์ ที่จะเข้าไปจัดการ  ควบคุม และบริหาร  แหล่งเหล่านี้  
ให้มันดี  มีประสิทธิภาพ  และปลอดภัย ต่อชีวิต คุณภาพ ประชากร  และ สิ่งแวดล้อม  ด้วยความศักยภาพ  และความสามารถของ เราเอง  
  เอานักวิทยาศาสตร์ไทยเก่งๆ  นักสิ่งแวดล้อมไทย เก่งๆ  หรือนักอุตสาหกรรมไทยเก่งๆ  เช้าไปดูแล  แหล่ง  อย่างใกล้ชิด    มีอะไรที่พอจะรีไซเคิลได้  แล้วกลับมาใช้ได้อีก ทั้ง มีประโยชน์  และ ปลอดภัยด้วย  ก็ทำไป พร้อมกับ  ไปการกำกับและดูแล

2. ส่วน  เงินแบ่ง งวดที่สอง  ที่เค้าให้มา   รัฐก็ควรเอาไปสร้างและฝึกอบรม " วิชาชีพ การสร้าง แผงโซล่าร เซลล์ให้กับคนไทย  "    เราก็เอาของเค้ามา นี่ล่ะ  เป็นต้นแบบก่อน ไปพลางๆ

เชื่อว่า  ช่างและวิศวกรไทย  เก่งๆ  หลายท่าน  ไม่นานนัก  ก็คงจะสามารถสร้าง และ ผลิต แผงโซล่าร เซลล์   เองได้  ไม่ต้องง้อใคร หรือ พึ่งพิงใคร  เผลอๆ  อาจจะมีคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มากกว่าด้วย ก็ได้   สำหรับ อุปกรณ์นี้
เปิดหลักสูตร  อบรมวิชาชีพ  "การประดิษฐ์ แผงโซล่าร เซลล์ "  ให้กับระดับ ปวช. ปวส. และ นักเรียนช่างกล  ด้วย ในอนาคต  
ให้ ทบวงมหาวิทยาลัย  บรรจุ หลักสูตร การสร้าง และประดิษฐ์  แผงโซล่าร เซลล์  ให้กับ นักศึกษา คณะวิศวกรรม  ทุกๆ มหาวิทยาลัย  อุทิศให้เป็นบทเรียน  บทหนึ่ง เลย สำหรับแผนวิทย์ -คณิต ม.ปลาย    หรือ จะตั้ง "คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขา ประดิษฐ์ และสร้างแผงโซล่าร์  เซลล์  "เลยก็ได้  ครับ  
ในอนาคต  เราก็อาจจะได้  วิศวกร และช่าง ที่สามารถ ประดิษฐ์  คิดค้น  แผงโซลาร์เซลล์ นี้ได้เอง  ได้อย่างมากมาย และยังสามารถ เป็นอาชีพ ได้ด้วย  
   แต่ตอนแรก ๆ  เราก็อาจจะดูของจีนนี่ล่ะ  เป็นแบบอย่างก่อน  ไปดูงานของประเทศอื่นๆ  เค้าก็ดีครับ    ถ้ามีเวลา  ว่างๆ  ว่าเค้ามีวิธีจัดการ หรือ บริหารอย่างไร  สำหรับประเทศ ที่ชอบติด แผงโซล่าร เซลล์ แบบนี้  มันเป็นเวลา แต่เพียง สิบแปดเดือนเอง  ไม่ใช่หรือครับ  
พ้นจากนี้แล้ว  เราก็สามารถทำอะไรก็ได้  หรือ แม้แต่  จะ ให้ประชาชน  รื้อถอน  แผงโซล่าร์  เซลล์  บนหลังคา  นี้ เลยก็ได้   ถ้าประชาชน ส่วนใหญ่  เค้าเห็นว่า  ติดไป แล้วมัน ไม่เวิร์ก  ไม่คุ้มค่า  ก็เป็นมติส่วนมากของเค้า  แต่ อย่าเพิ่งไปเถียงกับจีนแบบนั้น ให้เสียน้ำลาย   ให้ลองดูก่อน  
(ถ้าประชาชน เค้าเห็นว่า ติดไป แล้วไม่ค้ม  การดำเนินการ ตามข้อ 1. และ ข้อ 2. ที่ผมเขียนมา ก็ไม่มีความจำเป็น แต่อย่างใด)
ไม่ใช่ทุกบ้านนะครับ  ที่จะเหมาะ และใช้โซล่าร์  เซลล์ ได้  ผมขอแนะนำนะครับ  โดยความเห็นส่วนตัว  ผิดถูกแย้งได้นะครับ
บ้านและอาคาร  สำนักงาน  ที่ใช้ไฟ ในตอนกลางวันมากๆ   จะคุ้มที่สุด ครับ  โดยสรุป
แต่ถ้าเราไม่อยู่บ้าน  หรือ ไม่ค่อยใช้ไฟ  ในช่วงกลางวันนั้น  เราไม่จำเป็นต้องติดหรอก ครับ   
ที่เกษตรกรรม  ให้ดูว่า เราใช้ไฟ ตอนกลางวัน มากหรือเปล่า  เป็นเกณฑ์  เป็นหลัก  แล้วจึงค่อย พิจารณา เอามาติด  นอกจากนั้น  ไม่ควรเอามา
อย่างบริเวณ  ที่กสิกรรม  ที่มีน้ำมากๆ  เช่น สวนผัก ลอยน้ำ  ลองเอามาติด ก็ดีครับ   แต่โดยส่วนตัวแล้ว  คิดว่า มันน่าจะเหมาะ กับบ้าน  และสถานที่ทำงาน  อาคาร  สำนักงาน ที่ต้องใช้ไฟ ตอนกลางวันมากๆ จะดีกว่า  
อีกอย่างหนึ่ง  ถ้าจะติดแล้ว  ต้องไปเป็นหนี้  ไปติดหนี้ธนาคาร  แม้ว่ารัฐ จะบอกว่า เป็นดอกเบี้ยต่ำ  ก็อย่าไปติดเลยครับ  แม้จะขายไฟ ส่วนคืนได้   แต่ก็แค่ในระยะเวลา ชั่วคราว  ที่เค้ารับซื้อกับเรา แค่สิบปี   แต่ครอบครัวของเรา จะต้องเป็นหนี้ ไม่รู้กี่ปี   แถมการจ่าย ก็ไม่ได้มาเป็นตัวเงืนด้วย  แต่มาในส่วนลดของบิลค่าไฟ   ดังนั้น ก่อนจะพิจารณาติดโซล่าร์  เซลล์  เราจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยพวกนี้ด้วย   ว่าคุ้มหรือไม่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่