การที่คู่รักมีปัญหาทะเลาะกันไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่มันคือการปรับความเข้าใจกันและปัญหาของกันและกันเพื่อว่าในอนาคตจะไม่เกิดปัญหาเรื่องนี้อีก จริงเหรอ? (ไม่นับในการทำร้ายใช้ความรุนแรง ไม่สนับสนุน)
ผมก็อยากจะมาเล่าเรื่องราวชีวิตกับคนรัก(อาจใช่)
ผมมีการทะเลาะกับ ผญ.คนนึง ซึ่งในตัวผมมองว่า ปัญหาที่คาใจของเราควรพูดคุย,อธิบายให้กันฟัง เพื่อว่าในอนาคตมันจะไม่เกิดเรื่องและความคิดตัวเองในแบบนี้ และไม่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในสิ่งที่มันค้างคาใจ
1.การสื่อสารของกันและกัน
การสื่อสารของผมและเธอมันเปรียบเหมือนว่า เธอคือนักหลักการและวิชาการ ส่วนของผม เป็นคนบ้านๆซึ่งเน้นคำสั้นๆได้ใจความและเข้าใจง่าย
ในทุกๆเรื่องที่มีปัญหากันเธอมักจะอธิบายเป็นรายละเอียดแบบหนังสือราชการแบบทางการต้องมีสำนวนต้องมีPartเรื่องลำดับ 1,2,3 แต่สุดท้ายสรุปไม่ได้ว่ามันคืออะไร ผมก็จะบอกกับเธอเสมอว่า "เธอเราไม่เข้าใจจริงๆกับสิ่งที่เธอบอกมา หรือเอาง่าย ฉันมันโง่ที่ไม่เข้าใจ"
เรื่องมีอยู่ว่าตามที่ผมสรุปได้
- เรื่องเกิดจากว่า หลังที่เราคบกัน(อาจใช่)ก่อนหน้า 3 เดือนคือเราคุยกันเราไปเที่ยวกันทำกิจกรรมร่วมกัน หลักจากนั้นมาเธอได้ย้ายที่พักแล้วผมก็ไปช่วยย้ายเข้า นั่นคือคืนแรกและครั้งแรกที่เราอาศัยอยู่หลับนอนด้วยกัน แต่ไม่มีเพศสัมพันธ์
คืนที่สองเราได้หลับนอนร่วมกันและมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันครั้งแรกและหลังจากนั้นเธอก็มีอาการตกขาวเป็นแบบน้ำ(นั่นคือจุดเริ่มต้นปัญหาของการสื่อการ)
ผมได้พาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาลผลออกมาก็คือว่าเป็นตกขาวปกติตามที่เธอบอกมา แต่เธอมีอาการปวดท้องน้อย,อุ้งเชิงการอยู่ด้วย
พอกลับมาไม่กี่วันเธอก็เอ่ยมาว่า"เราไปตรวจเลือดกันไหมเพราะมี พสพ.กันและเราก็ป่วยกัน" แต่ในความคิดของผมคิดว่า ที่เธอให้ผมไปตรวจเลือดก็คงกลัวว่าผมไปมี พสพ.กับคนอื่น มันทำให้ตัวผมมองว่าเธอคิดว่าฉันเป็น

เหรอ? และเราก็มีปัญหากัน เป็นที่ว่า ผมถามอะไรมักจะดูผิดไปเสมอ อธิบายไม่ได้ มันทำให้ผมปวดหัวไมเกรนเกือบอาทิตย์...
แน่นอนผมก็ไปตรวจเลือดทางโรค พสพ.HIV,HPV ผมออกมาผมก็ส่งให้เธอดูว่าผลเป็นลบนะ(ปกติไม่มีเชื้อ)ผมจึงบอกนางว่า "ฉันไปตรวจมาแล้วนะ ถึงตาเธอต้องไปตรวจแล้วนะ"
แต่... คำตอบที่ได้กลับมาคือเธอแสดงท่าทีที่จะไม่ตรวจเธอกลับบอกว่า "ฉันจะไปตรวจทำไมฉันไม่ได้เป็น ผญ.ขายบริการ" ผมก็อ้าวทำไมเป็นแบบนี้ เพราะก่อนหน้าที่เราจะอาศัยอยู่ด้วยกันเธอก็ได้คุยนัดเจอกับชาวต่างชาติ4-5คน ผมก็ตกใจพอสมควรและทำให้ผมคิดไปไกล จนเรามีปัญหากัน คุยกันสื่อสารกันไม่ได้ อธิบายก็ไม่รับฟังกันต่างคนต่างมีความตืดที่ตัวเองคิด
สุดท้ายก็จะจบโดยการแยกย้ายกัน เธอก็บอกกับผมว่า"ฉันก็มีศักดิ์ศรีในตัวฉันพอ" เพราะก่อนหน้าที่เราจะมี พสพ.กัน เธอก็ไปนัดเจอกับชาวต่างชาติ ฉันก็กลัวเหมือนกัน (นัดเจอไม่ใช่ที่จะมี พสพ.เสมอไป เธอได้กล่าวมา) และเธอก็ไปตรวจผลก็เป็นลบ
หลังจากนั้นผมเลยสรุปและบอกว่า
"ที่ฉันเข้าใจในคำว่าตรวจเลือดหลังมี พสพ.กัน ก็คือตรวจโรค HIV,HPV ซึ่งจะให้เธอได้สบายใจตามที่เธอบอกมา แต่ที่เธอจะให้เราไปตรวจเลือดกันคือตรวจแบบตรวจสุขภาพใช่ไหม ไม่ใช่ตรวจเลือดตรวจโรคตามที่เธอบอกมา"
เธอก็ตอบว่าใช่!!!
ผมก็บอกว่าถ้าเราสื่อสารกันให้ดีกว่านี้ ใช่คำง่ายๆที่เข้าใจกันคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เธอควรปรับเปลี่ยนการสื่อสารของเธอ เพราะฉันพยายามทำความเข้าใจและเรียบเรียงคำพูดของเธอแล้วฉันก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อสารมันออกมา
เธอก็บอกว่าฉันก็เป็นอย่างนี้ฉันเปลี่ยนตัวเองไม่ได้และฉันจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง
ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรฉันจะพยายาม
หลังจากนั้นเราก็ปรับความเข้าใจและใช้ชีวิตกันมา
#แต่ไม่ชัวร์ว่ามันจะเข้าใจกันหรือไม่เพราะมันมีเรื่องที่สองที่ผมคงเรียกร้องเธอและได้ถามที่เรื่องเล็กๆและได้จบความสัมพันธ์กัน
*** จบเรื่องแรก ***
เดี๋ยวผมจะมาเล่าเรื่องที่ 2 ต่อ
การทะเลาะกันคือการปรับความเข้าใจ จริงเหรอ?
ผมก็อยากจะมาเล่าเรื่องราวชีวิตกับคนรัก(อาจใช่)
ผมมีการทะเลาะกับ ผญ.คนนึง ซึ่งในตัวผมมองว่า ปัญหาที่คาใจของเราควรพูดคุย,อธิบายให้กันฟัง เพื่อว่าในอนาคตมันจะไม่เกิดเรื่องและความคิดตัวเองในแบบนี้ และไม่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในสิ่งที่มันค้างคาใจ
1.การสื่อสารของกันและกัน
การสื่อสารของผมและเธอมันเปรียบเหมือนว่า เธอคือนักหลักการและวิชาการ ส่วนของผม เป็นคนบ้านๆซึ่งเน้นคำสั้นๆได้ใจความและเข้าใจง่าย
ในทุกๆเรื่องที่มีปัญหากันเธอมักจะอธิบายเป็นรายละเอียดแบบหนังสือราชการแบบทางการต้องมีสำนวนต้องมีPartเรื่องลำดับ 1,2,3 แต่สุดท้ายสรุปไม่ได้ว่ามันคืออะไร ผมก็จะบอกกับเธอเสมอว่า "เธอเราไม่เข้าใจจริงๆกับสิ่งที่เธอบอกมา หรือเอาง่าย ฉันมันโง่ที่ไม่เข้าใจ"
เรื่องมีอยู่ว่าตามที่ผมสรุปได้
- เรื่องเกิดจากว่า หลังที่เราคบกัน(อาจใช่)ก่อนหน้า 3 เดือนคือเราคุยกันเราไปเที่ยวกันทำกิจกรรมร่วมกัน หลักจากนั้นมาเธอได้ย้ายที่พักแล้วผมก็ไปช่วยย้ายเข้า นั่นคือคืนแรกและครั้งแรกที่เราอาศัยอยู่หลับนอนด้วยกัน แต่ไม่มีเพศสัมพันธ์
คืนที่สองเราได้หลับนอนร่วมกันและมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันครั้งแรกและหลังจากนั้นเธอก็มีอาการตกขาวเป็นแบบน้ำ(นั่นคือจุดเริ่มต้นปัญหาของการสื่อการ)
ผมได้พาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาลผลออกมาก็คือว่าเป็นตกขาวปกติตามที่เธอบอกมา แต่เธอมีอาการปวดท้องน้อย,อุ้งเชิงการอยู่ด้วย
พอกลับมาไม่กี่วันเธอก็เอ่ยมาว่า"เราไปตรวจเลือดกันไหมเพราะมี พสพ.กันและเราก็ป่วยกัน" แต่ในความคิดของผมคิดว่า ที่เธอให้ผมไปตรวจเลือดก็คงกลัวว่าผมไปมี พสพ.กับคนอื่น มันทำให้ตัวผมมองว่าเธอคิดว่าฉันเป็น
แน่นอนผมก็ไปตรวจเลือดทางโรค พสพ.HIV,HPV ผมออกมาผมก็ส่งให้เธอดูว่าผลเป็นลบนะ(ปกติไม่มีเชื้อ)ผมจึงบอกนางว่า "ฉันไปตรวจมาแล้วนะ ถึงตาเธอต้องไปตรวจแล้วนะ"
แต่... คำตอบที่ได้กลับมาคือเธอแสดงท่าทีที่จะไม่ตรวจเธอกลับบอกว่า "ฉันจะไปตรวจทำไมฉันไม่ได้เป็น ผญ.ขายบริการ" ผมก็อ้าวทำไมเป็นแบบนี้ เพราะก่อนหน้าที่เราจะอาศัยอยู่ด้วยกันเธอก็ได้คุยนัดเจอกับชาวต่างชาติ4-5คน ผมก็ตกใจพอสมควรและทำให้ผมคิดไปไกล จนเรามีปัญหากัน คุยกันสื่อสารกันไม่ได้ อธิบายก็ไม่รับฟังกันต่างคนต่างมีความตืดที่ตัวเองคิด
สุดท้ายก็จะจบโดยการแยกย้ายกัน เธอก็บอกกับผมว่า"ฉันก็มีศักดิ์ศรีในตัวฉันพอ" เพราะก่อนหน้าที่เราจะมี พสพ.กัน เธอก็ไปนัดเจอกับชาวต่างชาติ ฉันก็กลัวเหมือนกัน (นัดเจอไม่ใช่ที่จะมี พสพ.เสมอไป เธอได้กล่าวมา) และเธอก็ไปตรวจผลก็เป็นลบ
หลังจากนั้นผมเลยสรุปและบอกว่า
"ที่ฉันเข้าใจในคำว่าตรวจเลือดหลังมี พสพ.กัน ก็คือตรวจโรค HIV,HPV ซึ่งจะให้เธอได้สบายใจตามที่เธอบอกมา แต่ที่เธอจะให้เราไปตรวจเลือดกันคือตรวจแบบตรวจสุขภาพใช่ไหม ไม่ใช่ตรวจเลือดตรวจโรคตามที่เธอบอกมา"
เธอก็ตอบว่าใช่!!!
ผมก็บอกว่าถ้าเราสื่อสารกันให้ดีกว่านี้ ใช่คำง่ายๆที่เข้าใจกันคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เธอควรปรับเปลี่ยนการสื่อสารของเธอ เพราะฉันพยายามทำความเข้าใจและเรียบเรียงคำพูดของเธอแล้วฉันก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อสารมันออกมา
เธอก็บอกว่าฉันก็เป็นอย่างนี้ฉันเปลี่ยนตัวเองไม่ได้และฉันจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง
ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรฉันจะพยายาม
หลังจากนั้นเราก็ปรับความเข้าใจและใช้ชีวิตกันมา
#แต่ไม่ชัวร์ว่ามันจะเข้าใจกันหรือไม่เพราะมันมีเรื่องที่สองที่ผมคงเรียกร้องเธอและได้ถามที่เรื่องเล็กๆและได้จบความสัมพันธ์กัน
*** จบเรื่องแรก ***
เดี๋ยวผมจะมาเล่าเรื่องที่ 2 ต่อ