ประวัติโดยสังเขปของกล้วย พืชอาหารอันดับสี่ของโลก

กระทู้ข่าว
กล้วยที่เราใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคมีแหล่งกำเนิดจากภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ราวๆ 8,000-5,000 ปีก่อน โดยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่นักโบราณคดีได้ค้นพบในเขต "Kuk valley" (จังหวัดปาปัว ประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน)ซึ่งมีอายุราว 8,000 ปี พบว่า "กลัวย" เป็นไม้ผลชนิดแรก ๆ ที่มนุษย์นำมาปลูกไว้ในบริเวณที่อยู่อาศัย  

ชนิดของกล้วยที่เป็นแหล่งกำเนิดของสายพันธุ์กล้วยปัจจุบันมาจากสองชนิดคือ Musa balbisinia และ Musa acuminata ซึ่งทั้งสองชนิดดังกล่าวยังแยกย่อยเป็นชนิดย่อย (spp) อีกหลายชนิดดังแสดงในแผนภาพ

กล้วยทั้งสองชนิดเมื่อผสมข้ามพันธ์และคัดเลือกพันธุ์ทั้งโดยธรรมชาติและการคัดเลือกของชุมชนเกษตรกรรมโบราณทำให้เกิดชนิดและพันธุ์กล้วย และplantain(หรือกล้าย)หลากหลายเป็นจำนวนมากที่เรารับประทานเป็นอาหารในปัจจุบัน

กล้วยที่เรารู้จักส่วนมากมีโครโมโซมมากกว่า 2 ชุด (polyploid) ส่วนใหญ่เป็นลูกผสมระหว่างกล้วยทั้งสองชนิดข้างต้น นักชีววิทยาได้จัดกล้วยเหล่านี้โดยใช้ระบบจีโนมเป็นหลัก โดย จีโนม 'A' เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของ Musa acuminata ขณะที่ 'B' เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของ Musa balbisiana การซ้ำของจีโนมหมายถึงการมีโครโมโซมมากกว่า 2 ชุด และการมีทั้ง A และ B หมายถึงเป็นลูกผสม  ตัวอย่างเช่นกล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนางมีจีโนม AA กล้วยหอมทอง หอมเขียว มีจีโนม AAA  และกล้วยน้ำว้ามีพันธุกรรม AAB เป็นต้น

กล้วยได้แพร่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่อนุทวีปอินเดียและตอนใต้ของจีนก่อน อย่างไรก็ตามมีหลักฐานพบซากกล้วยที่กลายเป็นหินในบริเวณประเทศคาเมรูนซึ่งอยู่แอฟริกาตะวันตกเมื่อราวๆ 3,000 ปีก่อน ในขณะที่การแพร่หลายของกล้วยมากที่สุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อราวๆ 1,400-1,600 ปีก่อนในแอฟริกาตะวันออก โดยเกิดขึ้นเมื่อชาวเอเชียอาคเนย์ที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณเกาะบอเนียวเข้าไปยึดครองมาดาร์กัสการ์

กล้วยแพร่หลายไปสู่เอเชียกลางและตอนเหนือของแอฟริกาในช่วงการเผยแพร่อิสลามเมื่อประมาณ 700-1,500 ปีก่อน โดยผ่านทางอนุทวีปอินเดีย

ส่วนการขยายไปยังทวีปอเมริกานั้นเกิดขึ้นสองทาง ในระยะแรกเป็นการนำเข้าไปของโปรตุเกสเพื่อไปปลูกในทวีปอเมริกาใต้เมื่อราวๆ 400 ปีก่อน และต่อมานำเข้าไปปลูกในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกากลางโดยสเปนเมื่อราวๆ 200-300 ปีที่ผ่านมานี่เอง

กล้วยได้กลายเป็นพืชอุตสาหกรรมสำคัญ เมื่อบริษัทในสหรัฐเข้าไปลงทุนการเดินรถไฟและครอบครองสิทธิในที่ดินในละตินอเมริกาและแคริบเบียนในช่วงทศวรรษ 1890 พวกเขาพบว่ากล้วยหอมทอง (Gros Michel) ซึ่งนำพันธุกรรมจากประเทศในเอเชียอาคเนย์ไปปลูกในภูมิภาคดังกล่าวได้รับความนิยมมากจากคนอเมริกัน  จึงขยายพื้นที่ปลูกและลงทุนไปในหลายประเทศ บริษัทเหล่านี้สร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง และมีบทบาทสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารและการกำหนดนโยบายในประเทศต่างๆ ทั้งในฮอนดูรัส กัวเตมาลา และโคลอมเบีย สมญานาม "สาธารณรัฐกล้วย" เกิดขึ้นก็ด้วยบริบทนี้

อย่างไรก็ตาม การปลูกกล้วยหอมทองเชิงเดี่ยวซึ่งขยายพันธุ์โดยการใช้หน่อ ทำให้พันธุกรรมของกล้วยทุกต้นมีลักษณะเหมือนกันทุกประการกลายเป็นจุดอ่อนในเวลาต่อมา พื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองในภูมิภาคดังกล่าวได้ถูกทำลายแทบหมดสิ้นก่อนทศวรรษ 1960 เพราะการระบาดของโรคตายพราย "Panama disease" ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Fusarium  โรคนี้ระบาดจากปานามาก่อน แล้วแพร่กระจายสู่คอสตาริก้า กัวเตมาลา โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ กลายเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์การระบาดของโรคพืชที่ร้ายแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

ภายใน 5 ทศวรรษหลังการพบเชื้อดังกล่าว กล้วยหอมทองถูกทำลายจนเกือบสูญพันธุ์  แต่ระหว่างนั้นเองที่อุตสาหกรรมกล้วยได้นำเอากล้วยหอมเขียว "Cavendish" ซึ่งมีบันทึกว่านำไปจากเวียดนามปลูกแทน และพบว่าสามารถต้านทานโรคร้ายดังกล่าว  พื้นที่ปลูกกล้วยหอมเขียวจึงเข้ามาทดแทนกล้วยหอมทองอย่างรวดเร็ว ครอบครองพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ของโลกในปัจจุบัน แต่ก็เริ่มมีรายงานว่ากำลังเจอโรคตายพรายสเตรนใหม่เข้าทำลาย

คาดการณ์ว่าในประเทศไทยมีสายพันธุ์กล้วยมากกว่า 200 สายพันธุ์ แต่การปลูกกล้วยเพียงไม่กี่สายพันธุ์ จะก่อให้เกิดปัญหาโรคระบาดแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่