49 นัดไร้พ่าย จบลงเพราะเกมเดียว และพิซซ่าชิ้นเดียว / By When Saturday Comes



ในโลกธุรกิจ บางครั้งผู้คนไม่ได้จดจำบริษัทจากวันที่ประสบความสำเร็จที่สุด

แต่จดจำจากวันที่เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่

วงการฟุตบอลก็ไม่ต่างกัน

แม้เกมระหว่าง แมนยู และ อาร์เซนอล จะมีนับร้อยนัดตลอดประวัติศาสตร์

แต่มีหนึ่งเกมที่ถูกพูดถึงมานานกว่า 20 ปี

ไม่ใช่เพราะจำนวนประตูที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่เพราะถ้วยรางวัลที่ได้รับ

แต่เป็นเพราะ "พิซซ่า" เพียงชิ้นเดียว..

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2004

ในเกมที่ปัจจุบันแฟนบอลรู้จักกันในชื่อ

"Pizzagate"

หรือ

"Battle of the Buffet"

เมื่ออาร์เซนอล กลายเป็นทีมที่ไม่มีใครหยุดได้

ก่อนเกมวันนั้น

ทีมของ Arsène Wenger เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2003/04 แบบไม่แพ้ใครทั้งฤดูกาล

จนได้รับฉายา

"The Invincibles"

หรือ

"ทีมไร้พ่าย"

ไม่เพียงเท่านั้น

อาร์เซนอลยังขยายสถิติไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีกต่อเนื่องเป็น

49 นัด

ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของลีกอังกฤษในยุคนั้น

อีกเพียงนัดเดียว

พวกเขาจะกลายเป็นทีมแรกที่ไม่แพ้ใคร 50 นัดติดต่อกัน

แต่ปัญหาคือ...เกมนัดต่อไปต้องบุกไปเยือนแมนยูที่สนาม Old Trafford

คู่ปรับเบอร์หนึ่งในยุคนั้น

เกมที่เต็มไปด้วยความเดือด

ตั้งแต่นาทีแรก

เกมเต็มไปด้วยการเข้าปะทะหนัก การโต้เถียง และความตึงเครียด

นักเตะทั้งสองทีมเล่นกันอย่างดุเดือด

เพราะนี่ไม่ใช่แค่เกมฟุตบอลธรรมดา

แต่เป็นศึกชิงศักดิ์ศรีระหว่างผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 2 คนของยุค

คือ Sir Alex Ferguson และ Arsène Wenger

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 73

เมื่อ Wayne Rooney ล้มลงในเขตโทษจากจังหวะปะทะกับ Sol Campbell

ผู้ตัดสิน Mike Riley เป่าให้จุดโทษแก่แมนยูทันที

จังหวะดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในจังหวะดราม่า ที่ถูกถกเถียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

เพราะฝั่งอาร์เซนอล เชื่อว่า Rooney พุ่งล้ม

ขณะที่ฝั่งแมนยูมองว่าเป็นฟาวล์ชัดเจน

จากนั้น Ruud van Nistelrooy

รับหน้าที่ยิงเข้าไปไม่พลาด

แมนยูขึ้นนำ 1-0

ก่อนที่ Rooney จะมายิงปิดท้ายช่วงท้ายเกม

ช่วยให้แมนยูชนะ 2-0

และยุติสถิติไร้พ่าย 49 นัดของ อาร์เซนอล ลงทันที

แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นตำนาน

กลับไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม

หลังจบเกม นักเตะและสตาฟฟ์ของทั้งสองทีมเผชิญหน้ากันภายในอุโมงค์ทางเดิน

มีการโต้เถียง ตะโกนใส่กัน และเกิดความวุ่นวายอย่างหนัก

ท่ามกลางความชุลมุน มีพิซซ่าชิ้นหนึ่งถูกขว้างออกมา

และพุ่งไปโดนหน้าของ Sir Alex Ferguson เต็ม ๆ

สื่ออังกฤษจึงตั้งชื่อเหตุการณ์นี้ว่า

"Pizzagate"

เพื่อเลียนแบบชื่อคดี Watergate อันโด่งดังของสหรัฐฯ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนขว้างพิซซ่า

ชื่อของนักเตะหลายคนถูกกล่าวหา โดยเฉพาะ Ashley Cole

แต่ไม่มีใครยอมรับความจริง

กระทั่งปี 2017 Cesc Fàbregas

ออกมายอมรับด้วยตัวเองว่า คนที่ขว้างพิซซ่าชิ้นนั้น คือเขาเอง

ซึ่งในตอนนั้นอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น..
หลายคนมองว่า Pizzagate เป็นเพียงเรื่องตลกในวงการฟุตบอล

แต่ในมุมหนึ่ง มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพรีเมียร์ลีก

หลังเกมดังกล่าว อาร์เซนอลเริ่มเสียโมเมนตัม

จากทีมนำจ่าฝูง กลับถูกเชลซีของ José Mourinho แซงคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนั้น

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง Wenger และ Ferguson ก็ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น

จนกลายเป็นหนึ่งในคู่ปรับที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ

สรุปแล้วหากพูดถึงเกมที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

Pizzagate คงติดอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะนี่คือเกมที่ หยุดสถิติไร้พ่าย 49 นัดของอาร์เซนอล
ทำให้ความบาดหมางระหว่างแมนยู และ อาร์เซนอล รุนแรงขึ้นสร้างหนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดของวงการฟุตบอล

และพิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้ง...สิ่งที่ผู้คนจดจำมากที่สุดจากเหตุการณ์หนึ่ง

อาจไม่ใช่ประตูชัย ไม่ใช่แชมป์

แต่เป็นพิซซ่าชิ้นเดียว ที่บินไปโดนหน้า Sir Alex Ferguson นั่นเอง..

Reference:
-https://en.wikipedia.org/wiki/Battle_of_the_Buffet
-https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/manchester-united-pizzagate-Arsenal-ruud-7988644.amp

ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้

👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes

https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่