ห้องเรียนที่มีนักเรียน 41 คน

ครูปกรณ์เพิ่งย้ายไปสอนที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในชนบท

โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร อาคารเรียนเป็นไม้เก่า มีห้องเรียนทั้งหมดหกห้อง

ครูเก่าที่โรงเรียนเตือนเขาตั้งแต่วันแรกว่า

“ถ้าต้องอยู่เวรกลางคืน แล้วได้ยินเสียงเด็กนับเลขจากห้อง ป.6 อย่าเดินเข้าไปดู”

ครูปกรณ์หัวเราะ

“เด็กกลับบ้านหมดแล้วนะครับ จะมีใครอยู่ได้ยังไง?”

ครูเก่าไม่ตอบ เพียงพูดว่า

“ผมเตือนแล้วนะ”

คืนวันหนึ่ง ครูปกรณ์ได้รับมอบหมายให้อยู่เฝ้าโรงเรียน เพราะวันรุ่งขึ้นจะมีการสอบ เขาต้องตรวจห้องเรียนและเก็บเอกสารให้เรียบร้อย

เวลาประมาณสี่ทุ่ม เขาเดินผ่านอาคารเรียนชั้นสอง

ทันใดนั้น มีเสียงเด็กพูดพร้อมกันดังมาจากห้อง ป.6

“หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...”

ครูปกรณ์หยุดเดิน

เขาคิดว่ามีเด็กแอบเข้ามาเล่น จึงเดินไปเปิดประตูห้อง

แต่ภายในห้องกลับว่างเปล่า

โต๊ะเรียนเรียงเป็นแถว กระดานดำสะอาด และหน้าต่างทุกบานปิดสนิท

เขาหัวเราะกับตัวเองแล้วเดินออกมา

แต่เมื่อเดินถึงบันได เสียงนับเลขก็ดังขึ้นอีก

“สามสิบแปด...สามสิบเก้า...สี่สิบ...”

ครูปกรณ์หันกลับไปมอง

ประตูห้อง ป.6 เปิดอยู่

และมีเงาเด็กจำนวนมากนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียน

เขารีบเดินกลับไป

แต่เมื่อมองผ่านประตู ทุกอย่างกลับว่างเปล่าอีกครั้ง

บนกระดานดำมีข้อความเขียนด้วยชอล์กว่า

“ครูครับ วันนี้นักเรียนมาไม่ครบ”

ครูปกรณ์รู้สึกเย็นวาบ เขารีบเดินลงจากอาคาร

แต่ระหว่างเดินผ่านห้องพักครู เขาได้ยินเสียงเด็กผู้ชายเรียกจากด้านหลัง

“คุณครูครับ”

เขาหันไปเห็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่ตรงทางเดิน สวมชุดนักเรียนเก่าที่ไม่เหมือนเครื่องแบบของโรงเรียนในปัจจุบัน

“หนูมาทำอะไรตรงนี้?”

เด็กชายตอบว่า

“หนูมารอเพื่อนครับ”

“เพื่อนอยู่ไหน?”

เด็กชายชี้ไปทางห้อง ป.6

“อยู่ในห้องครับ ครูไปนับพวกเราหน่อยได้ไหม?”

ครูปกรณ์นึกถึงคำเตือนของครูเก่า แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินตามเด็กไป เพราะคิดว่าอาจมีเด็กหลงเหลืออยู่จริง ๆ

เมื่อเปิดประตูห้อง ป.6 เขาพบเด็กนักเรียนเต็มห้อง

ทุกคนนั่งนิ่ง หันหน้ามาทางกระดานดำ

ครูปกรณ์มองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า

“ใครเป็นคนเปิดไฟ?”

ไม่มีใครตอบ

เขาจึงถามอีกครั้ง

“พวกเธอมาทำอะไรกันตอนดึก?”

เด็กทั้งห้องค่อย ๆ หันหน้ามาหาเขาพร้อมกัน

เด็กคนหนึ่งยกมือขึ้น

“คุณครูครับ วันนี้มีนักเรียน 41 คน”

ครูปกรณ์มองจำนวนโต๊ะ

มีเด็กนั่งอยู่จริง ๆ 41 คน

แต่ในทะเบียนนักเรียนของโรงเรียน ห้อง ป.6 มีเพียง 40 คน

เขาเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

“แล้วใครเป็นคนที่ 41?”

เด็กทุกคนชี้ไปยังโต๊ะตัวสุดท้ายริมหน้าต่าง

มีเด็กชายคนหนึ่งนั่งก้มหน้าอยู่

ครูปกรณ์เดินเข้าไปใกล้

“เธอชื่ออะไร?”

เด็กชายไม่ตอบ

เขาจึงวางมือลงบนไหล่เด็ก

ไหล่นั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง

เด็กชายค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาว่างเปล่า และมีรอยดินเปื้อนอยู่เต็มแก้ม

“ครูครับ...ครูจำหนูไม่ได้เหรอ?”

ครูปกรณ์ถอยหลังทันที

เด็กชายพูดต่อ

“เมื่อยี่สิบปีก่อน ครูเคยมาสอนที่โรงเรียนนี้”

ครูปกรณ์ส่ายหน้า

“เป็นไปไม่ได้ ฉันเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก”

เด็กชายยิ้มเศร้า ๆ

“ครูอาจจำไม่ได้ แต่หนูจำได้”

จากนั้นภาพทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป

ห้องเรียนเก่ากลับมาสว่างด้วยแสงแดด เด็ก ๆ ทุกคนแต่งเครื่องแบบนักเรียนแบบโบราณ และครูหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนสอนอยู่หน้ากระดาน

ครูคนนั้นมีใบหน้าเหมือนครูปกรณ์ทุกอย่าง

เด็กชายชี้ไปที่ครูหน้ากระดาน

“นั่นไงครับครู”

ทันใดนั้น เสียงระฆังโรงเรียนก็ดังขึ้น

ภาพทั้งหมดหายไป

ครูปกรณ์พบว่าตัวเองนั่งอยู่บนพื้นห้องเรียนมืด ๆ เพียงลำพัง

เช้าวันต่อมา เขารีบไปถามครูเก่าเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืน

ครูเก่าจึงพาเขาไปเปิดห้องเก็บเอกสารเก่า

ในนั้นมีสมุดทะเบียนนักเรียนเมื่อยี่สิบปีก่อน

ครูปกรณ์เปิดดูทีละหน้า จนพบรูปถ่ายของเด็กชายคนหนึ่ง

เด็กคนนั้นคือเด็กที่เขาเห็นเมื่อคืน

ชื่อของเขาคือ “ภพ”

ในช่องหมายเหตุระบุว่า เด็กชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับบ้านหลังเลิกเรียน

ครูปกรณ์ถามครูเก่าว่า

“แล้วทำไมเด็กคนนั้นถึงเรียกผมว่าครู?”

ครูเก่ามองหน้าเขาอย่างประหลาดใจ

ก่อนตอบว่า

“ครูปกรณ์ครับ คุณเคยเป็นครูที่นี่เมื่อยี่สิบปีก่อนจริง ๆ”

“แต่คุณประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนเปิดเทอมใหม่”

ครูปกรณ์ยืนนิ่ง

เขาก้มมองมือตัวเอง

และเพิ่งสังเกตว่า มือของเขาซีดขาวเหมือนกระดาษ

คืนนั้น เสียงนับเลขดังขึ้นจากห้อง ป.6 อีกครั้ง

“สามสิบแปด...สามสิบเก้า...สี่สิบ...”

จากนั้นมีเสียงเด็กชายพูดขึ้นว่า

“วันนี้นักเรียนมาไม่ครบครับ”

เสียงอีกคนตอบกลับมา

“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ครูจะพาเขามาเอง”
.
.
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่