Howa Type 64 ใช้ซองกระสุนความจุ 20 นัดของ M14 เป็นมาตรฐานแต่อย่างไรก็ตามตัวต้นแบบซองกระสุนความจุ 30 นัดก็ถูกทำออกมาด้วยแต่ไม่ได้มีการนำมาประจำการในกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น
การที่ซองกระสุนความจุ 30 นัด ไม่ถูกนำมาใช้งานจริงและคงไว้เพียงขนาด 20 นัด ในรุ่นมาตรฐานนั้น มีเหตุผลสำคัญทางด้านยุทธวิธีและการออกแบบปืนประเภท Battle Rifle ดังนี้
ขนาดและน้ำหนักขณะยิงในท่านอน
ซองกระสุนความจุ 30 นัดสำหรับกระสุนขนาดใหญ่อย่าง 7.62×51mm NATO จะมีความยาวมาก ทำให้เวลาทหารนอนยิง ตัวแมกกาซีนจะยื่นออกมาดันกับพื้นดิน ส่งผลให้แนวลำกล้องสูงขึ้น ตัวทหารลอยสูงจากพื้นดิน เพิ่มพื้นที่เป้าหมายให้ศัตรูเห็นได้ง่ายขึ้น และควบคุมปืนได้ยากขึ้น
ปัญหาเรื่องน้ำหนักและการสมดุล
ปืน Type 64 มีน้ำหนักเปล่าค่อนข้างมากอยู่แล้ว (ประมาณ 4.3 กก.) หากบรรจุกระสุน 7.62 NATO จำนวน 30 นัด จะทำให้ส่วนกลางของปืนหนักขึ้นมาก ส่งผลต่อการเล็งย้ายเป้าหมาย และเพิ่มความล้าให้แก่ผู้ใช้งานในการลาดตระเวนระยะยาว
หลักนิยมการใช้งาน
Type 64 ออกแบบมาเพื่อเน้นการยิงหวังผลในระยะกลางถึงไกลแบบยิงทีละนัด (Semi-automatic) เป็นหลักแม้จะยิงรัวแบบ Full-auto ได้ แต่ด้วยแรงรีคอยล์ของกระสุน 7.62mm (แม้ญี่ปุ่นจะใช้กระสุนที่มีการลดปริมาณดินปืนลงเล็กน้อย หรือ Reduced-charge 7.62mm ก็ตาม) การยิงรัวต่อเนื่องปริมาณมากก็ยังควบคุมได้ยาก การใช้ซองกระสุนความจุ 20 นัดจึงถือเป็นจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุดระหว่างความยืดหยุ่นในการยิง ความแม่นยำ และ น้ำหนัก
https://x.com/L4xdbBmFLm96386/status/2114534272988250203/photo/1
สวัสดีครับ
สารานุกรมปืนตอนที่ 2424 ตัวต้นแบบซองกระสุนความจุ 30 นัดของ Howa Type 64
การที่ซองกระสุนความจุ 30 นัด ไม่ถูกนำมาใช้งานจริงและคงไว้เพียงขนาด 20 นัด ในรุ่นมาตรฐานนั้น มีเหตุผลสำคัญทางด้านยุทธวิธีและการออกแบบปืนประเภท Battle Rifle ดังนี้
ขนาดและน้ำหนักขณะยิงในท่านอน
ซองกระสุนความจุ 30 นัดสำหรับกระสุนขนาดใหญ่อย่าง 7.62×51mm NATO จะมีความยาวมาก ทำให้เวลาทหารนอนยิง ตัวแมกกาซีนจะยื่นออกมาดันกับพื้นดิน ส่งผลให้แนวลำกล้องสูงขึ้น ตัวทหารลอยสูงจากพื้นดิน เพิ่มพื้นที่เป้าหมายให้ศัตรูเห็นได้ง่ายขึ้น และควบคุมปืนได้ยากขึ้น
ปัญหาเรื่องน้ำหนักและการสมดุล
ปืน Type 64 มีน้ำหนักเปล่าค่อนข้างมากอยู่แล้ว (ประมาณ 4.3 กก.) หากบรรจุกระสุน 7.62 NATO จำนวน 30 นัด จะทำให้ส่วนกลางของปืนหนักขึ้นมาก ส่งผลต่อการเล็งย้ายเป้าหมาย และเพิ่มความล้าให้แก่ผู้ใช้งานในการลาดตระเวนระยะยาว
หลักนิยมการใช้งาน
Type 64 ออกแบบมาเพื่อเน้นการยิงหวังผลในระยะกลางถึงไกลแบบยิงทีละนัด (Semi-automatic) เป็นหลักแม้จะยิงรัวแบบ Full-auto ได้ แต่ด้วยแรงรีคอยล์ของกระสุน 7.62mm (แม้ญี่ปุ่นจะใช้กระสุนที่มีการลดปริมาณดินปืนลงเล็กน้อย หรือ Reduced-charge 7.62mm ก็ตาม) การยิงรัวต่อเนื่องปริมาณมากก็ยังควบคุมได้ยาก การใช้ซองกระสุนความจุ 20 นัดจึงถือเป็นจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุดระหว่างความยืดหยุ่นในการยิง ความแม่นยำ และ น้ำหนัก
https://x.com/L4xdbBmFLm96386/status/2114534272988250203/photo/1