มิวสิกวิดีโอเพลง "Tarantino" และมินิอัลบั้ม "Press Play" ของลิซ่า (LISA) ได้รับความสนใจและการวิเคราะห์อย่างกว้างขวางจากยูทูปเบอร์และเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทั้งในมุมมองของการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ งานดนตรี และคาแรกเตอร์ของศิลปิน
คลิปวิดีโอนี้จากช่องของ
Jordan Orme ซึ่งเป็นนักลำดับภาพ (Video Editor) และคนทำหนัง ได้มา
วิเคราะห์และเจาะลึกมิวสิกวิดีโอเพลง "Tarantino" ของ LISA โดยเน้นการถอดรหัสการเล่าเรื่อง เทคนิคการตัดต่อ และการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ของผู้กำกับระดับโลกอย่าง Quentin Tarantino (
0:06)
ใจความสำคัญและข้อวิเคราะห์หลักๆ มีดังนี้ครับ:
1. การอ้างอิงถึงภาพยนตร์ของ Tarantino (Tarantino References)
Jordan ชี้ให้เห็นว่ามิวสิกวิดีโอนี้เต็มไปด้วยลายเซ็นและฉากจำลองจากหนังของ Tarantino หลายเรื่อง (
0:10):
Four Rooms:แนวคิดของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงแรม โดยมีผู้กำกับชื่อดังพักอยู่ในห้อง Penthouse (
0:45)
Kill Bill: ชุดหนังลายงู (Snakeskin Leather) ที่ LISA ใส่ สื่อถึงทีมสังหาร "Deadly Viper Assassination Squad" (คาแรกเตอร์ Black Mamba ของ The Bride) (
1:54) นอกจากนี้ในทีเซอร์ยังใช้เสียงผิวปากที่เป็นเอกลักษณ์จากเรื่องนี้ด้วย (
5:43)
Pulp Fiction:
ฉากที่เต้นรำในโรงแรม อ้างอิงมาจากฉากเต้นทวิสต์ชื่อดังที่ Jack Rabbit Slims (
4:27)
ฉากในห้องครัวที่ LISA ต่อสู้เสร็จแล้วมานั่งกินเฟรนช์ฟรายส์และจิบเครื่องดื่มอย่างใจเย็น สื่อถึงตัวละคร Jules ที่กินเบอร์เกอร์ในระหว่างทำภารกิจ เป็นการผสานความนิ่ง อาหาร และความรุนแรง (Calm + Food + Carnage) เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความเท่ (
8:37)
ความคลั่งไคล้เท้า (Foot Fetish): ท่อนร้องและฉากที่พูดถึงการเอาเท้าพาดออกมาข้างนอกรถ/หน้าต่าง สื่อถึงมุกตลกเฉพาะตัวที่มักปรากฏในหนังของ Tarantino (
5:30)
2. เทคนิคการทำหนังและการตัดต่อ (Film Making & Editing)
งานภาพและเสียง: ชื่นชมการใช้เลนส์ Anamorphic ที่ให้มิติภาพเหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวูด (
5:09) และการออกแบบเสียง (Sound Effects) ในฉากต่อสู้ที่ทำออกมาได้ทรงพลังและสมจริง (Visceral) (
7:14)
ทีมงานเบื้องหลัง: กล่าวถึงผู้กำกับ
James Mehle ที่เคยมีผลงานกับศิลปินดังมากมาย (
2:20) และผู้ควบคุมท่าเต้น (Choreographer)
Sienna Lalau ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ออกแบบท่าเต้นเพลง "ON" ของ BTS (
6:00)
ฉากแอ็กชัน: ชื่นชมการแสดงคิวบู๊ของ LISA โดยกล่าวว่าเธอทำตามความฝันที่อยากเล่นบทแอ็กชัน (สอดคล้องกับการที่เธอร่วมแสดงในซีรีส์
The White Lotus หรือ
Taigo ตามที่เขาเข้าใจ) (
7:26)
3. ทฤษฎีและการตีความ "จดหมายลึกลับ" (The Letter Theory)
Jordan ได้ตั้งข้อสังเกตและทฤษฎีที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "จดหมาย" ที่ LISA พยายามเอาไปส่งในโรงแรมไว้ดังนี้ (
0:10):
เป็นเรื่องในหัวของ LISA: เขามองว่าฉากบู๊ไล่ล่าทั้งหมดเป็นเรื่องราวในจินตนาการหรือจิตใต้สำนึกของ LISA (
10:11) ว่าถ้าเธอต้องไปส่งจดหมายให้ผู้กำกับคนโปรดในโรงแรมแล้วเกิดเรื่องขึ้นมาจะเป็นอย่างไร (
10:18) สังเกตจากตอนจบที่เธอเดินออกจากลิฟต์มาในสภาพปกติ (
10:50)
จดหมายคือการเสนอบท (The Pitch): เนื่องจาก Quentin Tarantino กำลังจะทำภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในอาชีพของเขา (
12:16) จดหมายนี้จึงอาจเปรียบเสมือนใบสมัครหรือข้อเสนอจาก LISA ที่บอกว่า
"เฮ้ ช่วยแคสต์ฉันเข้าหนังของคุณที" (
12:20) โดยตัวมิวสิกวิดีโอนี้เองก็คือข้อพิสูจน์ (Proof) ว่าเธอสามารถเล่นบทแอ็กชันสไตล์เขาได้ (
12:48)
ลูกเล่น MacGuffin: การที่เอ็มวีไม่ยอมเปิดเผยว่าในจดหมายเขียนว่าอะไร เป็นลูกเล่นการเล่าเรื่องแบบ "MacGuffin" (สิ่งของที่ทุกคนแย่งชิงกันแต่ผู้ชมไม่รู้ว่าคืออะไร) เหมือนกับกระเป๋าเจิดจรัสใน
Pulp Fiction (
12:25)
จุดหักมุมตอนท้าย (The Twist): ในฉากจบที่เผยให้เห็นสมุดร่างบทของผู้กำกับ (Tarantino) ที่มีรูปวาดผู้หญิงหน้าตาเหมือน LISA อยู่แล้ว (
11:42) หมายความว่าจริงๆ แล้ว LISA ไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ตัวเองหรือส่งจดหมายใดๆ เลย เพราะเธอได้กลายมาเป็น
"Muse" (แรงบันดาลใจ) ในผลงานของเขาเรียบร้อยแล้ว (
13:06)
รวมบทวิเคราะห์ Tarantino MV จากช่อง Filmmaker Explains และ " Press Play EP " ของลิซ่า
คลิปวิดีโอนี้จากช่องของ Jordan Orme ซึ่งเป็นนักลำดับภาพ (Video Editor) และคนทำหนัง ได้มาวิเคราะห์และเจาะลึกมิวสิกวิดีโอเพลง "Tarantino" ของ LISA โดยเน้นการถอดรหัสการเล่าเรื่อง เทคนิคการตัดต่อ และการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ของผู้กำกับระดับโลกอย่าง Quentin Tarantino (0:06)
ใจความสำคัญและข้อวิเคราะห์หลักๆ มีดังนี้ครับ:
1. การอ้างอิงถึงภาพยนตร์ของ Tarantino (Tarantino References)
Jordan ชี้ให้เห็นว่ามิวสิกวิดีโอนี้เต็มไปด้วยลายเซ็นและฉากจำลองจากหนังของ Tarantino หลายเรื่อง (0:10):
Four Rooms:แนวคิดของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงแรม โดยมีผู้กำกับชื่อดังพักอยู่ในห้อง Penthouse (0:45)
Kill Bill: ชุดหนังลายงู (Snakeskin Leather) ที่ LISA ใส่ สื่อถึงทีมสังหาร "Deadly Viper Assassination Squad" (คาแรกเตอร์ Black Mamba ของ The Bride) (1:54) นอกจากนี้ในทีเซอร์ยังใช้เสียงผิวปากที่เป็นเอกลักษณ์จากเรื่องนี้ด้วย (5:43)
Pulp Fiction:
ฉากที่เต้นรำในโรงแรม อ้างอิงมาจากฉากเต้นทวิสต์ชื่อดังที่ Jack Rabbit Slims (4:27)
ฉากในห้องครัวที่ LISA ต่อสู้เสร็จแล้วมานั่งกินเฟรนช์ฟรายส์และจิบเครื่องดื่มอย่างใจเย็น สื่อถึงตัวละคร Jules ที่กินเบอร์เกอร์ในระหว่างทำภารกิจ เป็นการผสานความนิ่ง อาหาร และความรุนแรง (Calm + Food + Carnage) เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความเท่ (8:37)
ความคลั่งไคล้เท้า (Foot Fetish): ท่อนร้องและฉากที่พูดถึงการเอาเท้าพาดออกมาข้างนอกรถ/หน้าต่าง สื่อถึงมุกตลกเฉพาะตัวที่มักปรากฏในหนังของ Tarantino (5:30)
2. เทคนิคการทำหนังและการตัดต่อ (Film Making & Editing)
งานภาพและเสียง: ชื่นชมการใช้เลนส์ Anamorphic ที่ให้มิติภาพเหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวูด (5:09) และการออกแบบเสียง (Sound Effects) ในฉากต่อสู้ที่ทำออกมาได้ทรงพลังและสมจริง (Visceral) (7:14)
ทีมงานเบื้องหลัง: กล่าวถึงผู้กำกับ James Mehle ที่เคยมีผลงานกับศิลปินดังมากมาย (2:20) และผู้ควบคุมท่าเต้น (Choreographer) Sienna Lalau ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ออกแบบท่าเต้นเพลง "ON" ของ BTS (6:00)
ฉากแอ็กชัน: ชื่นชมการแสดงคิวบู๊ของ LISA โดยกล่าวว่าเธอทำตามความฝันที่อยากเล่นบทแอ็กชัน (สอดคล้องกับการที่เธอร่วมแสดงในซีรีส์ The White Lotus หรือ Taigo ตามที่เขาเข้าใจ) (7:26)
3. ทฤษฎีและการตีความ "จดหมายลึกลับ" (The Letter Theory)
Jordan ได้ตั้งข้อสังเกตและทฤษฎีที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "จดหมาย" ที่ LISA พยายามเอาไปส่งในโรงแรมไว้ดังนี้ (0:10):
เป็นเรื่องในหัวของ LISA: เขามองว่าฉากบู๊ไล่ล่าทั้งหมดเป็นเรื่องราวในจินตนาการหรือจิตใต้สำนึกของ LISA (10:11) ว่าถ้าเธอต้องไปส่งจดหมายให้ผู้กำกับคนโปรดในโรงแรมแล้วเกิดเรื่องขึ้นมาจะเป็นอย่างไร (10:18) สังเกตจากตอนจบที่เธอเดินออกจากลิฟต์มาในสภาพปกติ (10:50)
จดหมายคือการเสนอบท (The Pitch): เนื่องจาก Quentin Tarantino กำลังจะทำภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในอาชีพของเขา (12:16) จดหมายนี้จึงอาจเปรียบเสมือนใบสมัครหรือข้อเสนอจาก LISA ที่บอกว่า "เฮ้ ช่วยแคสต์ฉันเข้าหนังของคุณที" (12:20) โดยตัวมิวสิกวิดีโอนี้เองก็คือข้อพิสูจน์ (Proof) ว่าเธอสามารถเล่นบทแอ็กชันสไตล์เขาได้ (12:48)
ลูกเล่น MacGuffin: การที่เอ็มวีไม่ยอมเปิดเผยว่าในจดหมายเขียนว่าอะไร เป็นลูกเล่นการเล่าเรื่องแบบ "MacGuffin" (สิ่งของที่ทุกคนแย่งชิงกันแต่ผู้ชมไม่รู้ว่าคืออะไร) เหมือนกับกระเป๋าเจิดจรัสใน Pulp Fiction (12:25)
จุดหักมุมตอนท้าย (The Twist): ในฉากจบที่เผยให้เห็นสมุดร่างบทของผู้กำกับ (Tarantino) ที่มีรูปวาดผู้หญิงหน้าตาเหมือน LISA อยู่แล้ว (11:42) หมายความว่าจริงๆ แล้ว LISA ไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ตัวเองหรือส่งจดหมายใดๆ เลย เพราะเธอได้กลายมาเป็น "Muse" (แรงบันดาลใจ) ในผลงานของเขาเรียบร้อยแล้ว (13:06)