แม่แค่เตือน แต่ลูกดันพูดแบบนี้?

พอดีมีเรื่องกับลูกสาวมาแต่ส่วนตัวคิดว่าตัวเองกับสามีก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะเลยอยากรู้ว่าคนสมัยนี้เขาเลี้ยงลูกกันยังไงหรือเราตามยุคสมัยไม่ทันเอง

เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นสามีออกไปซื้อของข้างนอกแล้วขับรถผ่านบ้านเพื่อนลูกสาวเห็นเพื่อนลูกกำลังล้างถ้วยล้างจานอยู่ พอกลับมาบ้านก็เลยพูดกับลูกว่า

“เห็นไหม เพื่อนลูกตื่นเช้ามาก็ล้างถ้วยล้างจานแล้ว ไม่เหมือนตัวเอง เพิ่งตื่นตอนสิบโมง”

แค่นี้เองค่ะ แค่ยกตัวอย่างให้ดูว่าคนอื่นเขายังรู้จักช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ไม่ตื่นสาย ไม่ได้พูดอะไรซับซ้อนเลย แต่ลูกสาวกลับทำหน้าไม่พอใจแล้วพูดสวนขึ้นมาว่า

“แล้วพ่อแม่เขาให้อะไรลูกเขาบ้าง แล้วพ่อแม่ล่ะ เวลาอยากได้อะไรเคยหาให้ไหม สักแต่จะเปรียบเทียบอย่างกับหนูไม่เคยทำงานบ้าน”

ยอมรับว่าตอนนั้นอึ้งมากค่ะ ไม่คิดว่าลูกจะเอาเรื่องนี้มาพูด ทั้งที่เรากับสามีก็เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กจนโต จะให้บอกว่าพ่อแม่ไม่เคยให้อะไรเลยก็คงไม่ใช่ อย่างน้อยข้าวปลาอาหารก็มีให้กิน บ้านก็มีให้อยู่ ไม่เคยปล่อยให้อดอยาก แล้วนี่แค่พูดถึงเพื่อนที่ตื่นเช้ามาช่วยงานบ้าน กลับกลายเป็นว่าเราต้องมานั่งตอบคำถามว่าพ่อแม่เคยให้อะไรลูกบ้าง

ก็เลยบอกลูกไปว่า

“ไม่ได้เปรียบเทียบ แค่พูดยกตัวอย่างว่าลูกเขาตื่นเช้ากว่า แล้วตัวเองมีสิทธิ์เรียกร้องอะไร ตื่นก็สาย ๆ”

เราก็ไม่เห็นว่าประโยคนี้จะผิดตรงไหนนะคะ ในเมื่อถ้าอยากให้พ่อแม่ตามใจ อยากได้อะไรก็อยากให้หาให้ อย่างน้อยก็ควรมีความรับผิดชอบของตัวเองบ้างหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าตัวเองมีหน้าที่แค่เรียน พอปิดเทอมก็เอาแต่นอนตื่นสาย ส่วนพ่อแม่ต้องตื่นมาทำงานบ้าน ทำงานหาเงินกันตามปกติ

แล้วขอพูดตรง ๆ นะคะ เราไม่ได้คาดหวังให้ลูกตื่นตีห้ามากวาดบ้านถูบ้านอะไรขนาดนั้นเลย แค่ตื่นมาให้เป็นเวลา แล้วช่วยหยิบจับงานบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ มันจะลำบากอะไรนักหนา บ้านตัวเองแท้ ๆ ไม่ใช่บ้านคนอื่นเสียหน่อย

ส่วนเรื่องที่ลูกบอกว่าเราชอบเปรียบเทียบ อันนี้ก็ไม่เข้าใจค่ะ การพูดถึงคนอื่นตามที่เห็นกับตาเรียกว่าเปรียบเทียบด้วยเหรอคะ ถ้าไม่อยากให้พ่อแม่พูดถึงคนอื่น ก็ทำตัวเองให้พ่อแม่ไม่ต้องพูดถึงสิคะ จะได้จบ ๆ ไป

อีกอย่าง เพื่อนลูกเขาก็อายุเท่ากัน ยังตื่นเช้ามาช่วยงานบ้านได้ แล้วทำไมลูกเราจะทำไม่ได้ ในเมื่อก็ไม่ได้มีภาระอะไรในช่วงปิดเทอม จะบอกว่าเหนื่อยจากการเรียนก็เข้าใจค่ะ แต่ตอนนี้ปิดเทอมแล้วนะคะ จะให้พ่อแม่เข้าใจทุกเรื่องจนไม่ต้องทำอะไรเลยหรือไง

ที่สำคัญ เรากับสามีก็ไม่ได้บังคับให้ลูกต้องหาเงินมาเลี้ยงพ่อแม่ ไม่ได้เรียกร้องให้ส่งเสียอะไรตอนแก่ แค่ขอให้ช่วยงานบ้านบ้าง ยังไม่ทันได้พูดอะไรมากมายก็โดนสวนกลับมาเป็นชุด แบบนี้คนเป็นพ่อแม่จะรู้สึกยังไงคะ

บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าเลี้ยงลูกมาจนโต พ่อแม่ต้องเป็นฝ่ายคิดทุกอย่างให้ จะซื้ออะไรให้ก็ต้องคิดถึงลูก จะทำอะไรก็ต้องนึกถึงลูก แต่พอถึงเวลาขอให้ลูกช่วยอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับกลายเป็นว่าพ่อแม่ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรเลย ถ้าต้องระวังคำพูดทุกคำขนาดนี้ ต่อไปคงต้องเขียนใส่กระดาษให้ลูกอ่านแทนแล้วมั้งคะ จะได้ไม่มีใครมาหาว่าเปรียบเทียบอีก

ที่สงสัยจริง ๆ คือ เราแค่ต้องการให้ลูกมีความรับผิดชอบ ไม่ได้จะเอาลูกไปแลกกับใคร ไม่ได้บอกว่าเพื่อนลูกดีกว่าลูกทุกอย่าง แค่เรื่องตื่นเช้ามาช่วยงานบ้านเรื่องเดียว แต่ลูกกลับพูดเหมือนเราไม่เคยทำอะไรให้เขาเลย

แล้วถ้าในเมื่อพ่อแม่เลี้ยงดูมาจนโต การขอให้ช่วยงานบ้านบ้างมันมากเกินไปตรงไหนคะ หรือเดี๋ยวนี้การเลี้ยงลูกต้องเลี้ยงให้เขาสบายที่สุด ห้ามขัดใจ ห้ามเตือน ห้ามพูดถึงคนอื่น เพราะเดี๋ยวลูกจะรู้สึกไม่ดี?

ขอถามเป็นข้อ ๆ นะคะ

1. พ่อแม่พูดถึงเพื่อนลูกที่ตื่นเช้ามาช่วยงานบ้าน ถือว่าเป็นการเปรียบเทียบที่แย่มากเลยเหรอคะ ทั้งที่ก็เป็นเรื่องจริง
2. ลูกมีสิทธิ์อะไรถึงพูดกับพ่อแม่ว่าเคยหาอะไรให้ไหม ทั้งที่พ่อแม่ก็เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโต หรือการเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้ทุกอย่างโดยไม่มีสิทธิ์คาดหวังอะไรเลย?
3. การที่พ่อแม่อยากให้ลูกช่วยงานบ้าน ถือเป็นการเรียกร้องมากเกินไปหรือเปล่าคะ ในเมื่อพ่อแม่ไม่ได้ขอเงิน ไม่ได้ขอให้ลูกเลี้ยงดู แค่ขอให้ช่วยงานบ้าน
4. ถ้าเป็นคุณ จะปล่อยให้ลูกนอนตื่นสิบโมงในช่วงปิดเทอมต่อไป หรือจะพูดให้รู้จักคิดเหมือนที่เราทำคะ?

ส่วนตัวเรายังยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ผิดค่ะ เพราะไม่ได้ด่าลูก ไม่ได้ใช้คำหยาบ ไม่ได้ลงไม้ลงมือ แค่พูดให้รู้จักดูคนอื่นเป็นตัวอย่าง แต่ถ้าลูกยังมองว่าทุกคำเตือนคือการเปรียบเทียบ ต่อไปก็คงไม่ต้องเตือนอะไรกันแล้วค่ะ อยากทำอะไรก็ทำไป เพราะวันหนึ่งโตขึ้นไปเจอคนข้างนอก เขาคงไม่ได้มาคอยระวังความรู้สึกให้เหมือนพ่อแม่หรอก

หรือจริง ๆ แล้วเราเลี้ยงลูกตามใจมากเกินไป จนเขาคิดว่าพ่อแม่มีหน้าที่ให้ทุกอย่าง แต่ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรเลยคะ?

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
เป็นการเปรียบเทียบชัดเจนเลยค่ะ
ลูกบ้านอื่นดี ลูกตัวเองไม่ดี
ในเมือคุณชอบเปรียบเทียบ ลูกคุณก็เลยเปรียบเทียบบ้าง ว่าพ่อแม่บ้านอื่นเขาให้ลูกได้มากกว่าคุณ

ถ้าคุณจะไม่ยอมรับก็เรื่องของคุณ แต่ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ก็แค่ประชดกันไปมา
ต่อให้ลูกคุณทำงานบ้านแล้ว คุณก็จะไปหาเรืองอื่นมาเปรียบเทียบอีกอยู่ดี
ดูลูกเขาสิ เรียนพิเศษทุกวัน ไม่เหมือนตัวเอง
ดูลูกเขาสิ สอบได้ที่ 1 สอบติดนั่นนี่ ไม่เหมือนตัวเอง
ดูลูกเขาสิ เล่นกีฬาเก่ง ไม่เหมือนตัวเอง

อนาคตถ้าพูดแบบนี้บ่อยๆ บอกเลย ลูกจะไม่อยู่บ้าน บ้านไม่ใช่ safe zone เราอายุ 40 ยังไม่ชอบเลยถ้าใครมาพูดกับเราแบบนี้ วิธีสอนมีเยอะแยะ ทำไมต้องเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ละบ้านไม่เหมือนกัน จะเทียบกันทำไม คนอื่นทำได้ ทำไมเราต้องทำได้ งั้นทุกคนบนโลกก็ควรต้องทำได้เหมือนกันสิ
ความคิดเห็นที่ 1
อ่านแล้วก็ดูเป็นการเปรียบเทียบนะ  จริงๆถ้าอยากให้ลูกช่วยงาน ก็ควรขอกันดีๆกับลูก ไม่ใช่ใช้วิธีให้ลูกดูเพื่อนเป็นตัวอย่างน่ะ เราว่า จขกท ทำไม่ถูกอะค่ะ

เทียบกับเด็กที่บ้าน  คือแม่ก็บอกน้องดีๆ ว่ากินเสร็จแล้วช่วยแม่ล้างจานให้หน่อยนะ แม่ทำกับข้าวเหนื่อยแล้วอ่ะ  คือบอกแค่นี้ ลูกก็ช่วยล้างจานให้แล้วอ่ะ แล้วพอเด็กทำเสร็จก็ขอบคุณเขา  วันต่อๆไป อยู่ๆ เขาก็เสนอล้างจานให้เองเลย จนตอนนี้น้องกลายเป็นตำแหน่งล้างจานให้แล้ว ไม่เห็นต้องเอาไปเปรียบเทียบกับเด็กบ้านอื่นเลย
ความคิดเห็นที่ 4
เลี้ยงลูกให้นึกถึงตอนเราอายุเท่าเค้าเรามีความรู้สึกนึกคิดยังไง จะได้เข้าใจความรู้สึกของลูก แน่นอนว่าไม่ว่าอายุเท่าไรก็ไม่มีใครชอบ การเปรียบเทียบ สมมติว่าตอนนี้แม่คุณมาบอกคุณว่า ดูลูกบ้านอื่นเค้าสิ เค้ารวยให้เงินแม่เป็นแสนเป็นล้าน คุณยังไม่เห็นจะให้แม่ซักบาท คุณจะชอบไหม คำพูดแบบนี้

เราไม่ได้ว่าเราเลี้ยงลูกดีนะ แต่ที่เราไม่ทำเลยคือคำพูดประชด เปรียบเทียบ กระแทกแดกดัน ลูกเอาอายุ 16 ปีแล้ว ปิดเทอมนอนตื่นเที่ยง ตื่นบ่าย ตื่นมาเข้าครัวกินอาหารที่แม่เตรียมไว้ เสร็จเค้าก็ล้างจานทั้งหมดที่มีในซิ้งค์รวมถึงของตัวเอง เราบอกเค้าว่า ดูห้องด้วยถ้ามีฝุ่นก็ทำความสะอาดเอาเครื่องดูดฝุ่นไปดูด ผ้าเต็มตระกร้าก็เอามาปั่น ตากให้เรียบร้อย อย่าอยู่แบบคนสกปรก ไม่ดี ลูกก็ไม่เห็นจะแอนตี้อะไร เค้าก็ทำหน้าที่ของเค้าไป เปิดเทอมตื่น ตีห้าครึ่ง ไม่เคยต้องปลุก ไม่เคยต้องบอกว่าต้องบอกว่าให้นอนกี่โมง ให้ลูกได้จัดการชีวิตเค้าเอง

ทั้งหมดทั้งมวลเรานึกถึงตอนตัวเองอายุเท่าลูก เรามีความสุขกับชีวิตในบ้านในทุกช่วงเวลา เปิดเทอม ปิดเทอม เพราะพ่อแม่เราให้อิสระทุกอย่าง เชื่อมั่นในความรับผิดชอบของเรา โดยไม่เคยจะเปรียบเทียบกับลูกใครเลย พอโตเป็นผู้ใหญ่ถึงได้รู้ว่าไม่มีที่ไหนจะอบอุ่นปลอดภัยมีความสุขเท่าที่บ้าน ซึ่งเราอยากให้ลูกเรารู้สึกแบบนี้เช่นกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่