ต้นไม้เป็น ‘ฮีทสโตรก’ จากอากาศร้อน สังเคราะห์แสงไม่ได้ เกิดภาวะขาดแคลนคาร์บอน เสี่ยงยืนต้นตาย

ต้นไม้เป็น ‘ฮีทสโตรก’ จากอากาศร้อน สังเคราะห์แสงไม่ได้ เกิดภาวะขาดแคลนคาร์บอน เสี่ยงยืนต้นตาย กระทบระบบนิเวศทั้งระบบ



“ป่าเรดวูดชายฝั่ง” ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นป่าที่มีต้นไม้ที่สูงที่สุดและอยู่มานานเป็นพันปี แต่ปัจจุบันต้นไม้ในป่าแห่งนี้กำลังเผชิญกับ “อาการฮีทสโตรก” โดยเมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น จะทำให้ต้นไม้ลดระดับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงลง ส่งผลให้ต้นไม้ต้องชะลอการ “หายใจ” และ “กินอาหาร” ลงชั่วคราว ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส

ต้นเรดวูดชายฝั่ง เป็นพืชที่มีความสูงหลายร้อยเมตร ด้วยความสูงขนาดนี้ ทำให้เรือนยอดของพวกมันเปรียบเสมือน “ผืนป่าแห่งที่สอง” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นจำนวนมาก พืชเหล่านี้
ทำหน้าที่เป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคงให้แก่ระบบนิเวศมานานหลายพันปี

บนใบของพืชมี “ปากใบ” ทำหน้าที่รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาเพื่อสังเคราะห์ด้วยแสง และระบายน้ำออกเพื่อลดความร้อน เมื่อปากใบเปิด ต้นไม้จะสามารถ “หายใจ” เอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปสร้างพลังงานได้ แต่ก็ต้องสูญเสียน้ำไปพร้อมกัน ในทางกลับกัน หากปากใบปิด ต้นไม้จะกักเก็บน้ำไว้ได้ แต่กระบวนการสร้างอาหารก็จะหยุดชะงักลงทันที

ใบจึงจำเป็นต้องเปิดปากใบเพื่อคายน้ำ ซึ่งคล้ายกับวิธีที่มนุษย์ขับเหงื่อเพื่อระบายความร้อน แต่พืชจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีน้ำมากพอที่จะเสียไปเท่านั้น

การที่อุณหภูมิใบไม้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณชัดเจนว่าใบไม้ไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ส่งผลให้ต้นเรดวูดต้องตัดสินใจปิดปากใบ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำอันมีค่าไปในสภาวะแห้งแล้ง การปิดปากใบนี้ช่วยประหยัดน้ำได้ก็จริง แต่ก็ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาเพิ่มได้ ซึ่งหมายความว่าพวกมันกำลังหยุด “กินอาหาร” และไม่สามารถสะสมพลังงานที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้เลย

เมื่อใบไม้ไม่สามารถระบายความร้อนให้เย็นลงได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อกลไกภายในอย่างรุนแรง โดยดัชนีประสิทธิภาพของ “ระบบแสงสอง” (Photosystem II) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดักจับแสงเพื่อสังเคราะห์ด้วยแสง ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง เมื่อใบมีอุณหภูมิสูงกว่าอากาศเพียงเล็กน้อย และดิ่งลงจนเกือบเป็นศูนย์เมื่อความแตกต่างของอุณหภูมิสูงเกิน 5 องศาเซลเซียส

วิกฤตินี้ ทำให้เกิด “ภาวะขาดแคลนคาร์บอน” (Carbon Starvation) ทำให้พืชไม่สามารถเจริญเติบโต จนอาจนำไปสู่วงจรอุบาทว์ที่ทำให้ต้นไม้แคระแกร็นและทยอยยืนต้นตายในที่สุด ขณะเดียวกัน ก็ส่งผลกระทบย้อนกลับต่อระบบภูมิอากาศ เนื่องจากการกักเก็บคาร์บอนของป่าลดลง


อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1257566

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่