เลือกตั้งบราซิลทำ MSCI Brazil ETF -19.63%



ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบตัดเชือก โดยสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำคนแรกของประเทศที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 หลังเอาชนะ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร สมาชิกวุฒิสภา และบุตรชายคนโตของ ฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีฝ่ายขวาจัด
 

พลิกชนะเลือกตั้ง สวนทางผลสำรวจ
 

วันนี้ (25 ตุลาคม) หน่วยงานเลือกตั้งบราซิลประกาศชัยชนะของลูลา โดยเขาได้รับคะแนนเสียง 51.75% ขณะที่ฟลาวิโอได้คะแนน 48.25% จากการนับคะแนนเสียง 98.76% ทำให้ลูลาเป็นผู้สมัครคนแรกที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ในการเลือกตั้งรอบแรก แต่สามารถพลิกกลับมาชนะในรอบตัดสินได้ นับตั้งแต่บราซิลกลับสู่ประชาธิปไตยในทศวรรษ 1980
 

ชัยชนะครั้งนี้พลิกความคาดหมายจากผลสำรวจความคิดเห็น หลังลูลาเผชิญความไม่พอใจจากประชาชนเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น และปัญหาทุจริตที่กระทบความเชื่อมั่นต่อพรรคแรงงาน ขณะที่ฟลาวิโอหวังใช้ชัยชนะจากการเลือกตั้งรอบแรกเป็นแรงส่งให้ขบวนการฝ่ายขวาจัดของบิดากลับสู่อำนาจ
 

หลังการประกาศผล เอดินโญ ซิลวา ผู้ประสานงานการหาเสียงของลูลา เผยแพร่วิดีโอร่วมฉลองกับทีมงาน พร้อมระบุว่า เป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตย ขณะที่ผู้สนับสนุนออกมารวมตัวฉลองในหลายเมือง ทั้งกรุงบราซิเลีย รีโอเดจาเนโร และปอร์ตูอาเลกรี
 

อนึ่ง นักสำรวจความคิดเห็นระบุว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิที่สูงกว่าคาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ลูลาชนะ โดยตลอดการหาเสียง เขาชูผลงานลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ รวมถึงอัตราว่างงาน อัตราการไม่รู้หนังสือ และการตัดไม้ทำลายป่าที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในสมัยที่ 3
 

ลูลายังประกาศเพิ่มเงินในโครงการสวัสดิการหลักอีก 15% ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว พร้อมเสนอนโยบายให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะฟรีทั่วประเทศในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งยังต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา
 

ชัยชนะของลูลายังช่วยชะลอกระแสชัยชนะของฝ่ายขวาในลาตินอเมริกา โดยทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พลาดโอกาสได้พันธมิตรสำคัญเพิ่ม หลังรัฐบาลฝ่ายขวาหลายประเทศในภูมิภาคสนับสนุนแนวทางของสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงและการย้ายถิ่นฐาน
 

ทั้งนี้ Reuters รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ดำเนินความพยายามสนับสนุนให้ตระกูลโบลโซนาโรกลับสู่อำนาจ ขณะที่ลูลาเตือนระหว่างหาเสียงว่า ฟลาวิโอจะลดงบสวัสดิการ ทำให้ความก้าวหน้าทางสังคมถอยหลัง และยกอธิปไตยของบราซิลให้แก่ทรัมป์
 

ฝ่ายโบลโซนาโรยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
 

อย่างไรก็ตาม ฟลาวิโอและทีมงานยังไม่ได้แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการหรือประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ โดยต้องจับตาว่า การขยายเวลาลงคะแนนออกไป 2 ชั่วโมงจะนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายหรือไม่
 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าระบบขนส่งสาธารณะในบางพื้นที่ระงับให้บริการ จนนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการขัดขวางประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่พื้นที่อื่นได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ทีมรณรงค์หาเสียงของทั้งลูลาและฟลาวิโอจึงยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดให้ขยายเวลาลงคะแนน ก่อนที่หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศจะเปิดให้ใช้สิทธิเพิ่มจนถึงเวลา 19.00 น. ตามเวลากรุงบราซิเลีย
 

โรเจริโอ มารินโญ ผู้ประสานงานการหาเสียงของฟลาวิโอ วิจารณ์การตัดสินใจดังกล่าว โดยกล่าวหาผู้พิพากษาศาลสูงสุดบางคนว่า แทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง พร้อแสดงความหวังว่า จะไม่มี ‘การรัฐประหารโดยตุลาการ’ หรือการใช้กลวิธีทางกระบวนการประสบความสำเร็จ
 

ด้านโมนิกา ยานาคีฟ ผู้สื่อข่าว Al Jazeera รายงานว่า ระบบตุลาการบราซิลเองก็มีความแตกแยก รวมถึงภายในศาลสูงสุด ทำให้สถานการณ์หลังเลือกตั้งต้องอาศัยการเจรจาทางการเมืองอย่างมาก
 

ฝ่ายขวาครองรัฐสภา ความท้าทายของรัฐบาลลูลา
 

แม้ลูลาจะรักษาตำแหน่งไว้ได้ แต่การบริหารประเทศสมัยที่ 4 อาจยากลำบากกว่าที่ผ่านมา หลังบราซิลเลือกสมาชิกรัฐสภาชุดที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมมากที่สุดนับตั้งแต่กลับสู่ประชาธิปไตยในทศวรรษ 1980 ขณะที่ผู้ว่าการรัฐฝ่ายขวาครองอำนาจในรัฐสำคัญหลายแห่ง
 

ขณะนี้ พรรคเสรีนิยมของโบลโซนาโรและพรรคพันธมิตรอาจครองที่นั่งรวมกันมากกว่า 280 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงมากถึง 50 ที่นั่งในวุฒิสภา เพียงพอให้ครองเสียงข้างมากได้ทั้งสองสภา
 

โอลิเวอร์ สตึนเคล ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มูลนิธิเจตูลิโอ วาร์กัส ประเมินว่า ลูลาอาจตกอยู่ในภาวะ ‘เป็ดง่อย’ ตั้งแต่เริ่มต้นวาระ เช่น อาจมีอิทธิพลลดลงในการเสนอชื่อผู้พิพากษาศาลสูงสุด ต้องรับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ควบคุมได้ยาก และอาจเผชิญความเสี่ยงจากกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง
 

ส่วน เฟร์นันโด บรันโกลี นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า รัฐบาลลูลาจะผลักดันนโยบายได้อย่างจำกัด เพราะต้องเจรจากับกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมและทยอยผลักดันนโยบายเป็นเรื่องๆ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่