คุณทำงานมา 10 ปี แก้ปัญหาให้บริษัทมาไม่รู้กี่รอบ สอนงานรุ่นน้องมาเป็นสิบคน แต่วันหนึ่งได้รู้ว่าคนที่เพิ่งเข้ามาได้เงินเดือนสูงกว่าคุณ
ถ้าเคยเจอแบบนี้ ไม่ได้เป็นแค่คุณคนเดียว เรื่องนี้เกิดขึ้นในแทบทุกวงการ และมีเหตุผลเบื้องหลังที่น่าสนใจกว่าที่คิด
ทำไมคนใหม่ถึงได้เงินเดือนสูงกว่า?
1. ตลาดแรงงานกำหนดราคา ไม่ใช่ผลงานในอดีต
ตอนบริษัทต้องแย่งตัวคนจากข้างนอก เขาต้องเสนอราคาตามตลาด ซึ่งมักสูงกว่าที่พนักงานเก่าได้รับ เพราะเงินเดือนของคนเก่าปรับขึ้นปีละ 3-5% ตามกรอบของบริษัท แต่ราคาตลาดอาจขยับเร็วกว่านั้นมาก
2. คนเก่าไม่มีแรงต่อรอง ในสายตาองค์กร
พูดตรง ๆ คือบริษัทคิดว่าคนที่อยู่มานานมีโอกาสลาออกน้อยกว่า เลยไม่จำเป็นต้องรีบปรับให้ ส่วนคนใหม่ต้องจ่ายให้น่าสนใจพอ ไม่งั้นเขาก็ไม่มา
3. Profile ขายง่ายกว่าผลงานที่มองไม่เห็น
คนที่เคยอยู่บริษัทดัง มีปริญญาเด่น หรือมีทักษะที่กำลังฮอต จะดูมีมูลค่าทันทีบนกระดาษ ส่วนงานที่คุณแบกองค์กรมาตลอดมักเป็นงานเบื้องหลังที่ไม่มีใครเห็นตัวเลขชัด ๆ
ความภักดีไม่ได้รับประกันความมั่งคั่ง
องค์กรไม่ได้ใจร้ายเสมอไป แต่องค์กรคิดเรื่องต้นทุนและความเสี่ยง ไม่ได้คิดเรื่องบุญคุณ
ความจริงที่ต้องยอมรับคือ อายุงานคือเวลาที่คุณลงทุนไป แต่ไม่ได้แปลว่าบริษัทจะตอบแทนเท่ากับเวลานั้นโดยอัตโนมัติ คุณต้องเป็นฝ่ายทำให้คุณค่าของคุณมองเห็นได้และมีราคา
แล้วทำยังไงไม่ให้ถูกกดราคา?
1. รู้ราคาตลาดของตัวเอง
เปิดดูประกาศงานตำแหน่งเดียวกัน ถามเพื่อนในวงการ หรือลองสมัครงานข้างนอกดูบ้าง ไม่ต้องย้ายก็ได้ แค่ให้รู้ว่าตัวเองมีมูลค่าเท่าไหร่
2. เก็บผลงานเป็นตัวเลข
เช่น ช่วยลดต้นทุนได้เท่าไหร่ ทำรายได้เพิ่มเท่าไหร่ ประหยัดเวลาทีมไปกี่ชั่วโมง ตัวเลขทำให้การขอปรับเงินเดือนมีน้ำหนักขึ้นมาก
3. ขอปรับอย่างมีจังหวะ
เลือกช่วงที่ทำผลงานเด่น หรือช่วงประเมินผลประจำปี แล้วเตรียมข้อมูลไปคุยให้พร้อม อย่าขอด้วยอารมณ์
4. พัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการ
อายุงาน 10 ปีจะมีค่ามากขึ้นเมื่อมาคู่กับทักษะใหม่ ๆ ที่ตลาดกำลังหา
5. มีทางออกในมือเสมอ
คนที่พร้อมไปได้ทุกเมื่อ คือคนที่ต่อรองได้ดีที่สุด เพราะบริษัทรู้ว่าคุณมีทางเลือก
สรุป
คุณค่าของคุณไม่ได้ลดลงเพราะอยู่นาน แต่ถ้าไม่มีใครเห็นและไม่ได้พูดถึงมัน ราคาก็จะไม่ขยับ
ทำงานให้เต็มที่ได้ แต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย เพราะไม่มีใครดูแลราคาของคุณได้ดีเท่าตัวคุณเอง
เงินเดือนคนเก่า 10 ปี สู้เด็กใหม่ไม่ได้ ทำไมความภักดีถึงไม่คุ้มค่า?
คุณทำงานมา 10 ปี แก้ปัญหาให้บริษัทมาไม่รู้กี่รอบ สอนงานรุ่นน้องมาเป็นสิบคน แต่วันหนึ่งได้รู้ว่าคนที่เพิ่งเข้ามาได้เงินเดือนสูงกว่าคุณ
ถ้าเคยเจอแบบนี้ ไม่ได้เป็นแค่คุณคนเดียว เรื่องนี้เกิดขึ้นในแทบทุกวงการ และมีเหตุผลเบื้องหลังที่น่าสนใจกว่าที่คิด
ทำไมคนใหม่ถึงได้เงินเดือนสูงกว่า?
1. ตลาดแรงงานกำหนดราคา ไม่ใช่ผลงานในอดีต
ตอนบริษัทต้องแย่งตัวคนจากข้างนอก เขาต้องเสนอราคาตามตลาด ซึ่งมักสูงกว่าที่พนักงานเก่าได้รับ เพราะเงินเดือนของคนเก่าปรับขึ้นปีละ 3-5% ตามกรอบของบริษัท แต่ราคาตลาดอาจขยับเร็วกว่านั้นมาก
2. คนเก่าไม่มีแรงต่อรอง ในสายตาองค์กร
พูดตรง ๆ คือบริษัทคิดว่าคนที่อยู่มานานมีโอกาสลาออกน้อยกว่า เลยไม่จำเป็นต้องรีบปรับให้ ส่วนคนใหม่ต้องจ่ายให้น่าสนใจพอ ไม่งั้นเขาก็ไม่มา
3. Profile ขายง่ายกว่าผลงานที่มองไม่เห็น
คนที่เคยอยู่บริษัทดัง มีปริญญาเด่น หรือมีทักษะที่กำลังฮอต จะดูมีมูลค่าทันทีบนกระดาษ ส่วนงานที่คุณแบกองค์กรมาตลอดมักเป็นงานเบื้องหลังที่ไม่มีใครเห็นตัวเลขชัด ๆ
ความภักดีไม่ได้รับประกันความมั่งคั่ง
องค์กรไม่ได้ใจร้ายเสมอไป แต่องค์กรคิดเรื่องต้นทุนและความเสี่ยง ไม่ได้คิดเรื่องบุญคุณ
ความจริงที่ต้องยอมรับคือ อายุงานคือเวลาที่คุณลงทุนไป แต่ไม่ได้แปลว่าบริษัทจะตอบแทนเท่ากับเวลานั้นโดยอัตโนมัติ คุณต้องเป็นฝ่ายทำให้คุณค่าของคุณมองเห็นได้และมีราคา
แล้วทำยังไงไม่ให้ถูกกดราคา?
1. รู้ราคาตลาดของตัวเอง
เปิดดูประกาศงานตำแหน่งเดียวกัน ถามเพื่อนในวงการ หรือลองสมัครงานข้างนอกดูบ้าง ไม่ต้องย้ายก็ได้ แค่ให้รู้ว่าตัวเองมีมูลค่าเท่าไหร่
2. เก็บผลงานเป็นตัวเลข
เช่น ช่วยลดต้นทุนได้เท่าไหร่ ทำรายได้เพิ่มเท่าไหร่ ประหยัดเวลาทีมไปกี่ชั่วโมง ตัวเลขทำให้การขอปรับเงินเดือนมีน้ำหนักขึ้นมาก
3. ขอปรับอย่างมีจังหวะ
เลือกช่วงที่ทำผลงานเด่น หรือช่วงประเมินผลประจำปี แล้วเตรียมข้อมูลไปคุยให้พร้อม อย่าขอด้วยอารมณ์
4. พัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการ
อายุงาน 10 ปีจะมีค่ามากขึ้นเมื่อมาคู่กับทักษะใหม่ ๆ ที่ตลาดกำลังหา
5. มีทางออกในมือเสมอ
คนที่พร้อมไปได้ทุกเมื่อ คือคนที่ต่อรองได้ดีที่สุด เพราะบริษัทรู้ว่าคุณมีทางเลือก
สรุป
คุณค่าของคุณไม่ได้ลดลงเพราะอยู่นาน แต่ถ้าไม่มีใครเห็นและไม่ได้พูดถึงมัน ราคาก็จะไม่ขยับ
ทำงานให้เต็มที่ได้ แต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย เพราะไม่มีใครดูแลราคาของคุณได้ดีเท่าตัวคุณเอง