ศาสนาอิสลามถือกำเนิดมาจากท่านนบีอิบรอฮีม (อิบราฮัม) อัลลอฮ์ทรงบอกให้มุสลิมทราบว่า ศาสนาอิสลามสืบทอดมาจากศาสนาของท่านนบีอิรอฮีมตามบัญญัติมรอัลกุรอานดังนี้:
โองการอัลกุรอานหลักที่สอนศาสดามูฮัมหมัดให้นับถือศาสนาของอิบราฮิมอย่างชัดเจนคือ ซูเราะห์อัน-นะห์ล (16:123)
“แล้วเราได้ประทานแก่เจ้า (โอ้ มูฮัมหมัด) ให้ปฏิบัติตามศาสนาของอิบรอฮีม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์”
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ซูเราะห์อัน-นะห์ล 16:123
ثُمَّ أَوْحَيْنَآ إِلَيْكَ أَنِ ٱتَّبِعْ مِلَّةَ إِبْرَٰهِيمَ حَنِيفًا ۖ وَمَا كَانَ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ
So We have taught thee the inspired (Message), "Follow the ways of Abraham the True in Faith, and he joined not gods with Allah."
ดังนั้น เราได้สอนเจ้าถึงสิ่งที่ถูกวะลใจว่า “จงปฏิบัติตามแนวทางของอิบรอฮีมผู้เที่ยงแท้ในการศรัทธา และเขาอย่าได้ร่วมเป็นภาคีกับอัลลอฮ์”
นอกจากนี้ก็มีบัญญัติต่างๆที่แสดงให้เห็นว่าศสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ท่านนบีอิรอฮีมยึดศรัทธา อัลกุรอานตอกย้ำคำสั่งนี้ในบทอื่นๆ อีกหลายบท โดยสั่งให้มูฮัมหมัดประกาศการยึดมั่นในศรัทธาของอิบราฮิม หรือสั่งให้ผู้ศรัทธาปฏิบัติตาม:
Surah Al-An'am (6:161): "จงกล่าวเถิดว่า 'แท้จริงพระเจ้าของฉันได้ทรงแนะนำฉันให้ไปสู่แนวทางที่เที่ยงตรง ศาสนาอันเที่ยงธรรม ศาสนาของอิบรอฮีม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ'"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ซูเราะฮฺอัลอันอาม (6:161)
قُلْ إِنَّنِى هَدَىٰنِى رَبِّىٓ إِلَىٰ صِرَٰطٍ مُّسْتَقِيمٍ دِينًا قِيَمًا مِّلَّةَ إِبْرَٰهِيمَ حَنِيفًا ۚ وَمَا كَانَ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ
Say: "Verily, my Lord hath guided me to a way that is straight,- a religion of right,- the path (trod) by Abraham the true in Faith, and he (certainly) joined not gods with Allah."
จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) “แท้จริงพระเจ้าของฉันได้ทรงชี้แนะแก่ฉันไปสู่ทางที่เที่ยงตรง เป็นศาสนาแห่งความถูกต้อง เป็นแนวทางที่อิบรอฮีมเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง และเขา (แน่นอน) มิได้เข้าร่วมกับพระเจ้าอื่นใดกับอัลลอฮฺ”
Surah Ali 'Imran (3:95): "จงพูดว่า 'อัลลอฮ์ได้บอกความจริง ดังนั้นจงปฏิบัติตามศาสนาของอับราฮัม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่กลุ่มผู้นับถือพระเจ้าหลายองค์'"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน(3:95)
قُلْ صَدَقَ ٱللَّهُ ۗ فَٱتَّبِعُوا۟ مِلَّةَ إِبْرَٰهِيمَ حَنِيفًا وَمَا كَانَ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ
Say: "Allah speaketh the Truth: follow the religion of Abraham, the sane in faith; he was not of the Pagans."
จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) อัลลอฮ์ตรัสความจริง จงปฏิบัติตามศาสนาของอิบรอฮีม ผู้มีความศรัทธาที่มั่นคง เขาไม่ใช่คนนอกรีต"
Surah Al-Baqarah (2:135): "พวกเขากล่าวว่า 'เป็นชาวยิวหรือคริสเตียน [ดังนั้น] คุณจะได้รับคำแนะนำ' จงกล่าวเถิดว่า 'แต่เรานับถือศาสนาของอิบรอฮีม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่คนในหมู่ผู้ตั้งภาคี'"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ซูเราะฮฺอัลบะก็อเราะฮฺ(2:135)
وَقَالُوا۟ كُونُوا۟ هُودًا أَوْ نَصَـٰرَىٰ تَهْتَدُوا۟ ۗ قُلْ بَلْ مِلَّةَ إِبْرَٰهِـۧمَ حَنِيفًا ۖ وَمَا كَانَ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ
They say: "Become Jews or Christians if ye would be guided (To salvation)." Say thou: "Nay! (I would rather) the Religion of Abraham the True, and he joined not gods with Allah."
พวกเขากล่าวว่า “จงมาเป็นยิวหรือเป็นคริสเตียนเถิด หากพวกท่านจะได้รับคำแนะนำ (เพื่อความรอด)” จงกล่าวเถิดว่า “เปล่าเลย! (ฉันขอเลือก) ศาสนาของอิบรอฮีมผู้เที่ยงแท้ และเขาไม่ได้เข้าร่วมกับพระเจ้าอื่นใดกับอัลลอฮ์”
อัลกุรอานใช้คำภาษาอาหรับฮานิฟซ้ำๆ ควบคู่ไปกับศาสดาอิบราฮิม แปลว่า "เที่ยงธรรม" หรือ "โน้มเอียงไปทางความจริง" ซึ่งแสดงถึงความนับถือพระเจ้าองค์เดียวที่บริสุทธิ์และไร้มลทิน (เตาฮีด) แต่ละโองการเฉพาะเจาะจงเหล่านี้สรุปโดยระบุว่าอิบราฮิมไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้นับถือพระเจ้าหลายองค์หรือผู้นับถือรูปเคารพ (มุชริกิน) นี่เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อคนต่างศาสนามักคาน เช่นเดียวกับคำกล่าวอ้างเฉพาะของกลุ่มร่วมสมัย โดยให้ความกระจ่างว่าเชื้อสายขั้นสูงสุดของการสักการะอันบริสุทธิ์ได้รับการอนุรักษ์ไว้โดยศาสนาอิสลาม
คำว่าอิสลามเป็นคำภาษาอาหรับที่แปลตามตัวอักษรว่า "ยอมจำนน" หรือ "ยอมจำนน" ต่อพระประสงค์ของพระเจ้า (อัลเลาะห์) มาจากรากไตรอักษร (س-ل-م)
คำรากศัพท์แบ่งปันความหมายที่เชื่อมโยงกับสันติภาพ (สลาม) ความบริสุทธิ์ และความปลอดภัย การบรรลุความสงบภายในและความปรองดองโดยยอมมอบเจตจำนงส่วนตัวของตนต่อการนำทางและคำสั่งของผู้สร้างองค์เดียว ผู้ที่ศรัทธาในศาสนาอิสลามเรียกว่ามุสลิม ซึ่งหมายถึง "ผู้ที่ยอมจำนน [ต่อพระประสงค์ของพระเจ้า]"
อิสลามเป็นศาสนาสากลที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวซึ่งมีพื้นฐานมาจากความเชื่อใน "อัลลอฮ์" หมายความถึงพระเจ้าองค์เดียว มีเอกลักษณ์ และเป็นสากล มีท่านศาสดามูฮัมมัดเป็นผู้เผยพระวจนะ ผู้ซึ่งอยู่ในสายผู้ส่งสารที่พระเจ้าส่งมา รวมถึงโนอาห์ อับราฮัม โมเสส พระเยซู และรวมทั้งท่านศาสดามูฮัมหมัด ในฐานะศาสดาพยากรณ์คนสุดท้าย และมี "อัลกุรอาน" ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดเผยแก่ศาสดามูฮัมหมัด ซึ่งถือเป็นพระวจนะโดยตรงของพระเจ้า
ศาสนาอิสลาม มีห้าเสาหลักคือ การปฏิบัติศรัทธาเกี่ยวข้องกับหน้าที่หลัก 5 ประการ ซึ่งมักเรียกกันว่าเสาหลัก 5 ประการ:
1. ชาฮาดาห์การปฏิญาณตนเพิ่อแสดงความศรัทธา "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้า มูฮัมหมัดคือศาสดาของพระเจ้า"
2. เศาะลาห์คือการทำพิธีละหมาดห้าครั้งต่อวัน
3. ซะกาต การเสียภาษีการกุศลเพื่อช่วยเหลือคนยากจน
4. "สวอม" หรือ صَوْم ในภาษาอาหรับ แท้จริงแล้วไม่ได้หมายถึงชื่อเดือน แต่หมายถึง "การถือศีลอด" ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติประการที่ 4 ของศาสนาอิสลาม ส่วนเดือนศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติศาสนกิจนี้คือ เดือนรอมฎอน การถือศีลอดงดทั้งอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกในช่วงเดือนรอมฎอน
5. ฮัจญ์ คือการเดินทางไปแสวงบุญที่เมกกะอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต หากมีความสามารถทางร่างกายและการเงิน
คุณต้องการสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับแง่มุมเฉพาะของศาสนาอิสลาม เช่น ประวัติศาสตร์อิสลาม คำสอนของอัลกุรอาน หรือความหมายของเทศกาลเฉพาะหรือไม่
ศาสนาอิสลามไม่มีการลิขิตชีวิตโดยพระเจ้า มุสลิมมีใจอิสระในการเลือกทางชีวิตของตนเองว่าจะเลือก แนวทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปราน หรือ ทางพวกที่ถูกกริ้วซึ่งเป็นทางของพวกที่หลงผิด
ศาสนาอิสลามยึดถืออัลกุรอานเป็นกฏหมายสูงสุด รองลงมาก็คือการปฏิบัติทางศาสนกิจที่เกี่ยวข้องกับหลักศรัทธาและพิธีกรรมของศาสดา เรียกว่า "ซุนนะห์" ไม่ว่าจะเป็นคำสอนใดๆหรือเรื่องบอกเล่าใดๆก็ตามไม่อาจจะขัดกับอัลกุรอานหรืออยู่นอกบริบทของอัลกุรอานได้ โดยเฉพาะการห้ามและการอนุมัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม
เนื่องจากศาสนาอิสลามคือศาสนาของท่านนบีอิบรอฮีม ดังนั้นการปฏิบัติเสาหลักห้าประการของศาสนาอิสลามจึงถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดสาย เช่น การปฏิญาณเข้ารัศาสนาอิสลาม การทำละหมาดปะจำวัน การถือศีลอด การจ่ายซะกาตและการไปประกอบพิธีฮัจจฺ ไม่เคยมีผู้ใดถือปฏิบัติตามเรื่องบอกเล่าเพราะการยึดถือเรื่องบอกเล่าย่อมมีการปฏิบัติที่ต่างกัน ในปัจฉิมเทศนาท่านศาสดาสั้งไว้ว่า ท่านทิ้งไวให้มุสลิมสองอย่างคืออัลกุรอานและหลักการปฏิบัติศาสนกิจของท่านเรียกภาษาาอรับว่า "ซุนนะห์" ของท่าน
................................
حَدَّثَنَا بَكْرِ بْنِ كَلَفٍ اَبَو بِشْرٍ, حَدَّ تَنَا عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ مَهْدِيٍ, ّ حَدَّ, َنَا عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ بَدَيْلٍ, عَنْ اَبِيهِ, عَنْ اَنَسِ بْنِ مَالِكٍ, قَالَ قَالَ رَسِولِ اللَّهِ ـ صلى الله عليه وسلم ـ إِنَّ لِلَّهِ اَهْلِينَ مِنَ النَّاسِ " . قَالَا يَا رَسِّهِ اللَّهِ مَنْ هِمْ قَالَ " هِمْ اَهْلَ "
มีรายงานจากท่านอนัส บิน มาลิก กล่าวว่า:
“ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์กล่าวว่า: 'อัลลอฮ์มีคนของพระองค์ในหมู่มนุษย์'
พวกเขากล่าวว่า: 'โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ พวกเขาเป็นใคร?'
เขากล่าวว่า: 'ประชาชาติแห่งอัลกุรอาน ประชาชาติของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ใกล้ชิดพระองค์'"
ระดับ: ฮาซัน (ดารุสซาลาม)
อ้างอิง : สุนัน อิบนุ มาญะฮ์ 215
การอ้างอิงในหนังสือ : บทนำ, ฮะดีษ 215
แปลภาษาอังกฤษ : เล่ม. 1 เล่ม 1 หะดีษ 215
ใครคือผู้ให้กำเนิดศาสนาอิสลาม?
โองการอัลกุรอานหลักที่สอนศาสดามูฮัมหมัดให้นับถือศาสนาของอิบราฮิมอย่างชัดเจนคือ ซูเราะห์อัน-นะห์ล (16:123)
“แล้วเราได้ประทานแก่เจ้า (โอ้ มูฮัมหมัด) ให้ปฏิบัติตามศาสนาของอิบรอฮีม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์”
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นอกจากนี้ก็มีบัญญัติต่างๆที่แสดงให้เห็นว่าศสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ท่านนบีอิรอฮีมยึดศรัทธา อัลกุรอานตอกย้ำคำสั่งนี้ในบทอื่นๆ อีกหลายบท โดยสั่งให้มูฮัมหมัดประกาศการยึดมั่นในศรัทธาของอิบราฮิม หรือสั่งให้ผู้ศรัทธาปฏิบัติตาม:
Surah Al-An'am (6:161): "จงกล่าวเถิดว่า 'แท้จริงพระเจ้าของฉันได้ทรงแนะนำฉันให้ไปสู่แนวทางที่เที่ยงตรง ศาสนาอันเที่ยงธรรม ศาสนาของอิบรอฮีม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ'"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Surah Ali 'Imran (3:95): "จงพูดว่า 'อัลลอฮ์ได้บอกความจริง ดังนั้นจงปฏิบัติตามศาสนาของอับราฮัม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่กลุ่มผู้นับถือพระเจ้าหลายองค์'"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Surah Al-Baqarah (2:135): "พวกเขากล่าวว่า 'เป็นชาวยิวหรือคริสเตียน [ดังนั้น] คุณจะได้รับคำแนะนำ' จงกล่าวเถิดว่า 'แต่เรานับถือศาสนาของอิบรอฮีม โน้มไปทางความจริง และเขาไม่ใช่คนในหมู่ผู้ตั้งภาคี'"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
อัลกุรอานใช้คำภาษาอาหรับฮานิฟซ้ำๆ ควบคู่ไปกับศาสดาอิบราฮิม แปลว่า "เที่ยงธรรม" หรือ "โน้มเอียงไปทางความจริง" ซึ่งแสดงถึงความนับถือพระเจ้าองค์เดียวที่บริสุทธิ์และไร้มลทิน (เตาฮีด) แต่ละโองการเฉพาะเจาะจงเหล่านี้สรุปโดยระบุว่าอิบราฮิมไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้นับถือพระเจ้าหลายองค์หรือผู้นับถือรูปเคารพ (มุชริกิน) นี่เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อคนต่างศาสนามักคาน เช่นเดียวกับคำกล่าวอ้างเฉพาะของกลุ่มร่วมสมัย โดยให้ความกระจ่างว่าเชื้อสายขั้นสูงสุดของการสักการะอันบริสุทธิ์ได้รับการอนุรักษ์ไว้โดยศาสนาอิสลาม
คำว่าอิสลามเป็นคำภาษาอาหรับที่แปลตามตัวอักษรว่า "ยอมจำนน" หรือ "ยอมจำนน" ต่อพระประสงค์ของพระเจ้า (อัลเลาะห์) มาจากรากไตรอักษร (س-ل-م)
คำรากศัพท์แบ่งปันความหมายที่เชื่อมโยงกับสันติภาพ (สลาม) ความบริสุทธิ์ และความปลอดภัย การบรรลุความสงบภายในและความปรองดองโดยยอมมอบเจตจำนงส่วนตัวของตนต่อการนำทางและคำสั่งของผู้สร้างองค์เดียว ผู้ที่ศรัทธาในศาสนาอิสลามเรียกว่ามุสลิม ซึ่งหมายถึง "ผู้ที่ยอมจำนน [ต่อพระประสงค์ของพระเจ้า]"
อิสลามเป็นศาสนาสากลที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวซึ่งมีพื้นฐานมาจากความเชื่อใน "อัลลอฮ์" หมายความถึงพระเจ้าองค์เดียว มีเอกลักษณ์ และเป็นสากล มีท่านศาสดามูฮัมมัดเป็นผู้เผยพระวจนะ ผู้ซึ่งอยู่ในสายผู้ส่งสารที่พระเจ้าส่งมา รวมถึงโนอาห์ อับราฮัม โมเสส พระเยซู และรวมทั้งท่านศาสดามูฮัมหมัด ในฐานะศาสดาพยากรณ์คนสุดท้าย และมี "อัลกุรอาน" ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดเผยแก่ศาสดามูฮัมหมัด ซึ่งถือเป็นพระวจนะโดยตรงของพระเจ้า
ศาสนาอิสลาม มีห้าเสาหลักคือ การปฏิบัติศรัทธาเกี่ยวข้องกับหน้าที่หลัก 5 ประการ ซึ่งมักเรียกกันว่าเสาหลัก 5 ประการ:
1. ชาฮาดาห์การปฏิญาณตนเพิ่อแสดงความศรัทธา "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้า มูฮัมหมัดคือศาสดาของพระเจ้า"
2. เศาะลาห์คือการทำพิธีละหมาดห้าครั้งต่อวัน
3. ซะกาต การเสียภาษีการกุศลเพื่อช่วยเหลือคนยากจน
4. "สวอม" หรือ صَوْم ในภาษาอาหรับ แท้จริงแล้วไม่ได้หมายถึงชื่อเดือน แต่หมายถึง "การถือศีลอด" ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติประการที่ 4 ของศาสนาอิสลาม ส่วนเดือนศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติศาสนกิจนี้คือ เดือนรอมฎอน การถือศีลอดงดทั้งอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกในช่วงเดือนรอมฎอน
5. ฮัจญ์ คือการเดินทางไปแสวงบุญที่เมกกะอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต หากมีความสามารถทางร่างกายและการเงิน
คุณต้องการสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับแง่มุมเฉพาะของศาสนาอิสลาม เช่น ประวัติศาสตร์อิสลาม คำสอนของอัลกุรอาน หรือความหมายของเทศกาลเฉพาะหรือไม่
ศาสนาอิสลามไม่มีการลิขิตชีวิตโดยพระเจ้า มุสลิมมีใจอิสระในการเลือกทางชีวิตของตนเองว่าจะเลือก แนวทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปราน หรือ ทางพวกที่ถูกกริ้วซึ่งเป็นทางของพวกที่หลงผิด
ศาสนาอิสลามยึดถืออัลกุรอานเป็นกฏหมายสูงสุด รองลงมาก็คือการปฏิบัติทางศาสนกิจที่เกี่ยวข้องกับหลักศรัทธาและพิธีกรรมของศาสดา เรียกว่า "ซุนนะห์" ไม่ว่าจะเป็นคำสอนใดๆหรือเรื่องบอกเล่าใดๆก็ตามไม่อาจจะขัดกับอัลกุรอานหรืออยู่นอกบริบทของอัลกุรอานได้ โดยเฉพาะการห้ามและการอนุมัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม
เนื่องจากศาสนาอิสลามคือศาสนาของท่านนบีอิบรอฮีม ดังนั้นการปฏิบัติเสาหลักห้าประการของศาสนาอิสลามจึงถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดสาย เช่น การปฏิญาณเข้ารัศาสนาอิสลาม การทำละหมาดปะจำวัน การถือศีลอด การจ่ายซะกาตและการไปประกอบพิธีฮัจจฺ ไม่เคยมีผู้ใดถือปฏิบัติตามเรื่องบอกเล่าเพราะการยึดถือเรื่องบอกเล่าย่อมมีการปฏิบัติที่ต่างกัน ในปัจฉิมเทศนาท่านศาสดาสั้งไว้ว่า ท่านทิ้งไวให้มุสลิมสองอย่างคืออัลกุรอานและหลักการปฏิบัติศาสนกิจของท่านเรียกภาษาาอรับว่า "ซุนนะห์" ของท่าน
................................
حَدَّثَنَا بَكْرِ بْنِ كَلَفٍ اَبَو بِشْرٍ, حَدَّ تَنَا عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ مَهْدِيٍ, ّ حَدَّ, َنَا عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ بَدَيْلٍ, عَنْ اَبِيهِ, عَنْ اَنَسِ بْنِ مَالِكٍ, قَالَ قَالَ رَسِولِ اللَّهِ ـ صلى الله عليه وسلم ـ إِنَّ لِلَّهِ اَهْلِينَ مِنَ النَّاسِ " . قَالَا يَا رَسِّهِ اللَّهِ مَنْ هِمْ قَالَ " هِمْ اَهْلَ "
มีรายงานจากท่านอนัส บิน มาลิก กล่าวว่า:
“ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์กล่าวว่า: 'อัลลอฮ์มีคนของพระองค์ในหมู่มนุษย์'
พวกเขากล่าวว่า: 'โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ พวกเขาเป็นใคร?'
เขากล่าวว่า: 'ประชาชาติแห่งอัลกุรอาน ประชาชาติของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ใกล้ชิดพระองค์'"
ระดับ: ฮาซัน (ดารุสซาลาม)
อ้างอิง : สุนัน อิบนุ มาญะฮ์ 215
การอ้างอิงในหนังสือ : บทนำ, ฮะดีษ 215
แปลภาษาอังกฤษ : เล่ม. 1 เล่ม 1 หะดีษ 215