มุมมองไม่ตรงกับแฟน แต่ยังรักกันอยู่เลย

ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คุยด้วยกัน ผ่านมาด้วยกันมาตลอด เวลามีปัญหาอะไรแค่บอกเขา เขาก็จะพร้อมี่จะรับฟัง พร้อมที่จะนั่งอยู่ข้างๆเสมอ แล้วคุยกัน ไม่เคยปล่อยให้เราต้องเผชิญปัญหาคนเดียวจริงๆ เขาเป็นคนที่ดี แต่เรารู้สึกว่า

1.ตลอดที่ผ่านมาเขาดูไม่ได้คิดเรื่องของเราขนาดนั้น มันเป็นคำถามที่เกิดขึ้นแล้วสงสัยอยู่ในใจมาตลอด แรกๆก็คิดว่าดูๆไปก่อนเพราะยังคบกันได้ไม่นาน ตอนนี้คบกันจะได้7เดือนแล้ว
2.เขาจะเป็นคนที่ไม่ได้รายงานตลอดเวลาว่าทำอะไรไปไหนอยู่กับใคร เราไม่ใช่คนประเภทที่ต้องรู้ทุกวินาที แค่มันโหวง เราต้องการรู้ว่าแฟนเราทำอะไรอยู่บ้างในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ขอให้บอกทุกๆอย่างทุกๆวิ เรื่องนี้มันสำคัญกับเรามาก บางทีเรามารู้สิ่งต่างๆจากปากเพื่อนเขารวมถึงเพื่อนเราเองด้วย(สังคมเดียวกัน) และเขายังไม่ค่อยถามถึงตัวเราหรือความเป็นอยู่ของเราด้วยเช่นวันนี้กินข้าวยังหิวมั้ย มันนอยด์นะ มันคือภาษารักที่เรารู้สึกว่าเราถูกรักอะ ก็สงสัยว่าเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยคิดจะถามเลยเหรอ ถึงจะเคยคุยกันแล้วก็ตามว่าเราชอบให้ถาม เรารู้สึกว่าการอยากรู้เรื่องของอีกฝ่ายมันคือความรักอย่างนึง เราพยายามเข้าใจความเป็นเขา ตัวตนของเขามาตลอดจนจุดนึงรู้สึกว่าน้อยใจเสียใจเหมือนกัน เอ็นดูเขาเอ็นเราจะขาด ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่สำคัญกับเขาเลยหรอ
3.แพลนในชีวิตเขาที่จะเกิดขึ้นเราก็ได้รับรู้แบบใกล้ๆแล้ว คือเราอยากเป็นคนที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเขามากกว่านี้ คนคบกันแต่บางมุมรู้สึกห่างเหินกันมาก เรื่องทั่วไปบางทีเรารู้พร้อมคนอื่น มันสร้างระยะห่างทางใจจริงๆนะ ทำให้ย้ำไอความรู้สึกที่ว่าเราอยู่ตรงไหนของเขาไปอีก แบบเรื่องทั่วไปทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้แบบปกติล่ะ
4.อยากให้เขาเป็นคนคิดเริ่มต้นบ้าง เรื่องเล็กๆน้อยๆ

สัปดาห์ก่อนตัดสินใจบอกเขาไป เราเองรู้สึกว่าเราก็คาดหวังให้เขาเป็นแบบที่เราต้องการด้วย คืออยากให้เขาบอกบ้าง อยากให้เขาพูดถึงแพลนที่วางไว้แล้วและมันกำลังจะเกิดขึ้นให้ฟัง อยากให้เขาคิดเรื่องของเรามากกว่านี้ บางทีเขาดูไม่คิดอะไรเลยจริงๆจนเราสงสัย **แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้อยากให้เขามาเป็นคนที่ถูกต้องตามใจเราทั้งหมด ไม่เลย

พอได้คุยกันเราถามเขาว่าเราคบกันแบบไหน เพราะเรามีความคาดหวังนะให้ตอบตรงๆเลย เขาบอกว่าตอนนี้เขามองแค่วันนี้กับพรุ่งนี้ คือทำวันนี้กับพรุ่งนี้ให้ดีที่สุดไปเรื่อยๆ  ส่วนตัวเราคือมองไปอนาคต ว่าอยากมีเขาอยากให้เขาอยู่ในชีวิต เรารู้สึกว่าแรงที่ต้องลงมันต่างกัน ง่ายๆคือแฟนเราพูดกันตามบ้านๆก็คือคบไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งพอรู้แบบนี้แล้ว เราไม่รู้จะไปต่อยังไงเลย และจากอดีตของแฟนที่ผ่านมาเคยเป็นคนที่เอาใจคนอื่นมากแบบเซนซิทีฟ กับคนเก่าก็คิดถึงอนาคตมากแต่เพราะผิดหวัง ก่อนจะคบกันตัวเขาเองได้พัฒนาตัวเองมาเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นและคิดถึงตัวเองมากขึ้น พอเรารู้แบบนี้คำถามต่างๆที่มีก็เหมือนได้คำตอบหมด ที่ว่าทำไมเขาถึงดูเฉยๆไม่ค่อยคิดอะไรเลยนะ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็รู้สึกว่าเราดีใจกับเขามากที่เขามีชีวิตที่ดีขึ้น แต่เราก็รู้สึกเหมือนว่าเรากำลังไปขอให้เขากลับไปเป็นคนเขาคนเก่า คนที่ลึกซึ้งกว่านี้

ตอนนี้เขาเหมือนเฉยชากับคนอื่นมากขึ้น แต่บางทีมันมาถึงความสัมพันธ์ของเราด้วย กลับกันเราเป็นคนที่ไม่เคยจริงจังกับความรักมาก่อน พอมาเจอเขาถึงได้รักจริงขนาดนี้ มันเหมือนเราต่างคนต่างเปลี่ยนตอนได้เจอกันพอคบกันมันก็นะ เป็นแบบนี้ หลังจากคุยกันก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเอายังไงกันต่อ รักกันมากจริงๆไม่อยากเลิกกัน

เขาดูแลเราดีจริงๆไม่เคยหนีปัญหา กอดก็อุ่นเป็นไหล่ที่พักพิงแล้วสบายใจ ปัญหาอะไรที่เราไม่โอเคจากเขาเขารับฟังและปรับเข้าหากันตลอด แค่คิดว่าจะไม่มีแล้วมันก็เสียใจมากๆจริงๆ

ไม่อยากร้องไห้แล้ว แต่หลังจากคุยกันเราเห็นเขาบอกเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเขากับเรามากขึ้น เราก็รู้สึกขอบคุณเขามาก เขาเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งด้วย แต่เราก็เห็นการกระทำของเขา แต่ก็กลัวว่าเขาจะฝืนมั้ย(คิดว่าถ้าฝืนไม่เป็นตัวของตัวเองคือไม่ใช่แล้ว) แต่พอเรานึกไปคิดว่าเขามองความสัมพันธ์ตอนนี้ที่ต่างกันกับเรา เราเลยไม่รู้ว่าควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ เอาจริงๆอยากไปต่อมากๆเลยนะ เรื่องอื่นที่เล่าไปมันแก้ได้แต่เรื่องนี้ล่ะ จะทำยังไงได้บ้าง ขอคำแนะนำหน่อยนะคะ รบกวนใช้คำใจดีต่อกันนะ ขอบคุณมากๆค่ะที่อ่านจนจบ เสียใจจริงๆนะ ไม่ได้อยากหยุดอยู่แค่นี้เลย
**อายุ20ต้นอยู่ในวัยมหาลัยค่ะ กลัวเหมือนกันว่าจะได้รับความเห็นว่าวัยนี้อย่าไปคิดมากเลิกไปเลยเหมือนกัน แต่ขอให้นึกถึงความสัมพันธ์ที่มีคนตั้งใจรักกันหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่