น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.)
กล่าวว่า "วธ.ได้รับหนังสือจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูช ลงวันที่ 22 ต.ค. 2569 ซึ่งมีข้อกล่าวอ้างและข้อเรียกร้องเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทคนา
ทั้งนี้ยืนยันว่า ปราสาทตาควายและปราสาทคนา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายไทยแล้ว การดำเนินงานของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องจึงเป็นไปเพื่อปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุภายใต้กรอบกฎหมายไทย
โดยคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
โดยปราสาทคนา กรมศิลปากรเคยดำเนินการสำรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนเมื่อประมาณ พ.ศ. 2544
ขณะนั้นไม่พบเจ้าหน้าที่ทหารหรือพลเรือนชาวกัมพูชาในบริเวณพื้นที่ที่สำรวจ และไม่ปรากฏการคัดค้านหรือขัดขวางการดำเนินงานจากฝ่ายกัมพูชา ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการดำเนินงานสำรวจของหน่วยงานไทยที่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องได้ โดยภายหลังเหตุการณ์การสู้รบและการหยุดยิง หน่วยงานไทยได้ดำเนินการดูแลรักษาพื้นที่และมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง
กรมศิลปากรได้สำรวจและจัดทำบัญชีรายการโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา พร้อมนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย
เพื่อป้องกันการสูญหาย ถูกทำลาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อคุ้มครองโบราณวัตถุให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม"
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อไปว่า "สำหรับข้อเรียกร้องของฝ่ายกัมพูชาให้ส่งคืนโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนานั้น ยืนยันว่า โบราณวัตถุดังกล่าวเป็นโบราณวัตถุของไทย ซึ่งกรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ จัดทำบัญชีรายการ และนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของไทยภายใต้กฎหมายไทย ประเทศไทยไม่อาจยอมรับข้อเรียกร้องให้ส่งคืนโบราณวัตถุโดยอาศัยเพียงการกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชา โดยปราศจากหลักฐานและฐานสิทธิทางกฎหมายที่ชัดเจนรองรับ ทั้งนี้ ประเทศไทยจะยืนหยัดในการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณวัตถุของไทย โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง"
เดลินิวส์ออนไลน์
เมินข้อเรียกร้อง " กัมพูชา " ยืนยัน "โบราณวัตถุ" เป็นของไทย
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.)
กล่าวว่า "วธ.ได้รับหนังสือจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูช ลงวันที่ 22 ต.ค. 2569 ซึ่งมีข้อกล่าวอ้างและข้อเรียกร้องเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทคนา
ทั้งนี้ยืนยันว่า ปราสาทตาควายและปราสาทคนา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายไทยแล้ว การดำเนินงานของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องจึงเป็นไปเพื่อปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุภายใต้กรอบกฎหมายไทย
โดยคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
โดยปราสาทคนา กรมศิลปากรเคยดำเนินการสำรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนเมื่อประมาณ พ.ศ. 2544
ขณะนั้นไม่พบเจ้าหน้าที่ทหารหรือพลเรือนชาวกัมพูชาในบริเวณพื้นที่ที่สำรวจ และไม่ปรากฏการคัดค้านหรือขัดขวางการดำเนินงานจากฝ่ายกัมพูชา ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการดำเนินงานสำรวจของหน่วยงานไทยที่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องได้ โดยภายหลังเหตุการณ์การสู้รบและการหยุดยิง หน่วยงานไทยได้ดำเนินการดูแลรักษาพื้นที่และมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง
กรมศิลปากรได้สำรวจและจัดทำบัญชีรายการโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา พร้อมนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย
เพื่อป้องกันการสูญหาย ถูกทำลาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อคุ้มครองโบราณวัตถุให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม"
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อไปว่า "สำหรับข้อเรียกร้องของฝ่ายกัมพูชาให้ส่งคืนโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนานั้น ยืนยันว่า โบราณวัตถุดังกล่าวเป็นโบราณวัตถุของไทย ซึ่งกรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ จัดทำบัญชีรายการ และนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของไทยภายใต้กฎหมายไทย ประเทศไทยไม่อาจยอมรับข้อเรียกร้องให้ส่งคืนโบราณวัตถุโดยอาศัยเพียงการกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชา โดยปราศจากหลักฐานและฐานสิทธิทางกฎหมายที่ชัดเจนรองรับ ทั้งนี้ ประเทศไทยจะยืนหยัดในการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณวัตถุของไทย โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง"
เดลินิวส์ออนไลน์