♥️ Carlo Ancelotti ♥️ งานของผมมีความทุกข์มากกว่าความสุข เพราะต้องรับมือสถานการณ์ในแต่ละวัน และแม้ชนะก็ยังมีคนไม่พอใจรอบตัว
‼️ HIGHLIGHT ‼️
📌Preview แมนยู vs ไบร์ทตัน
🌶️ วิกฤตหลอน OTF: ทำไมคาร์ริกใกล้โดนปลด
🔥 จุดวิกฤต: หลากหลายปัญหา รอยร้าวในห้องแต่งตัว, ตัวเจ็บเพียบ ... โปรแกรมเดือนธันวาคม ฯลฯ
เจาะลึกเบื้องหลังโอกาสชนะเพียง 23% และความเสี่ยงถูกปลดสูงถึง 99%
📌 กระแสสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในรอบ 24 ชั่วโมง 📌 (สรุปภาพรวมของสำนักข่าวชั้นนำ) #ขออนุญาตครับAdmin
✂️ อนาคตของไมเคิล คาร์ริก ✂️
Sky Sports บอกทีมไม่ชนะติดต่อกัน 7 นัดในทุกรายการ ซึ่งเป็นฟอร์มแย่ที่สุดตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 ลอรี วิทเวลล์ (The Athletic) เรียกสุนทรพจน์ของคาร์ริกวันศุกร์ว่า "stirring" และซามูเอล ลักเฮิร์สต์ (The Sun) บอกว่าเห็นใจคาร์ริก
✂️ ปัญหาเสียประตูเร็วและหลักคิดเชิงแทกติก ✂️
💥💥 Sky Sports ชี้ว่าแมนยูเสียประตูตั้งแต่ช่วงต้นเกมในหลายนัด ทั้งโกโม่ (ไม่กี่นาทีแรก) และแอตเลติโก มาดริดสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเสียเร็วกว่านั้นอีก 60 วินาที ขณะที่ทั้งฤดูกาลเก็บคลีนชีตได้เพียงนัดเดียว คือเกมกับซาบาห์ 10 กันยายน 2026
ลัมเมนส์อธิบายว่า การเสียประตูในนาทีแรกๆ ทำให้แผนเกมเสียหาย และต้องไล่ตามเกมตลอด คาร์ริกยอมรับว่าทีมขาดความก้าวร้าว ความเข้มข้น และการวิ่ง ซึ่ง Sky Sports ระบุว่าเป็นสามอย่างที่ทีมมีเต็มที่ในครึ่งหลังฤดูกาลก่อน ลัมเมนส์ยังบอกว่าทีมต้องหาสมดุลระหว่างการไล่บอลเมื่อไม่มีบอล กับความนิ่งเมื่อเล่นออกจากแดนหลัง (Sky Sports)
ในมุมแทกติก Yahoo Sports รายงานว่า แฟร์นานเดสเล่นเป็นกองหน้าตัวหลอก (false nine) ในเกมกับลีดส์และโกโม่ และอาจกลับไปเล่นกองหน้าตัวรุกด้านหลังหัวหอก (เบอร์ 10) ตำแหน่งถนัด กองหน้าตัวหลอกคือกองหน้าที่ถอยลงมารับบอลลึก ทำให้แนวรุกไม่มีคนยืนกดแนวรับคู่แข่ง เบอร์ 10 คือตำแหน่งเชื่อมเกม ซึ่งเหมาะกับแฟร์นานเดสมากกว่า
✂️ ทีมบาดเจ็บก่อนเกมบอร์นมัธ ✂️
Yahoo Sports รายงานว่าลิซานโดร มาร์ติเนซ และมาร์คัส แรชฟอร์ด ยังพลาดเกม ส่วนอายเดน ฮีเวน กลับมาหลังหายป่วย โคบี ไมนู ยังต้องรออีกราว 1 สัปดาห์ ขณะที่ลุค ชอว์ เบนจามิน เชสโก แพทริค ดอร์กู มานูเอล อูการ์เต และทอม ฮีตัน อยู่ในห้องรักษาตัว ❌
ลิซานโดร มาร์ติเนซ และมาร์คัส แรชฟอร์ด น่าจะยังเป็นข้อสงสัยเรื่องความฟิต หลังจากไม่ได้ร่วมเดินทางไปแข่งขันบนแผ่นดินยุโรป 👀
ส่วนแพทริค ชินาเซก, เปเร ดอร์กู, ลุค ชอว์, ค็อบบี เมนู, มานูเอล อูการ์เต และเบนยามิน เชชโก ดูเหมือนจะต้องพลาดลงสนามเนื่องจาก ❌ ปัญหาอาการบาดเจ็บ
‼️ พรีวิว ฟุตบอล EPL แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ บอร์นมัธ ‼️
วันที่ 25-Oct-2026
💥💥 ทั้งสองทีมชนะลีกได้เพียง 1 นัดจาก 7 นัด แมนยูเพิ่งแพ้โกโม่ 1-4 ในแชมเปียนส์ลีก และ ไม่ชนะ 7 นัดติดในทุกรายการ ส่วนบอร์นมัธ ชนะ 2 นัดล่าสุดแบบไม่เสียประตู
แมนยูไม่ชนะบอร์นมัธมา 6 นัด ครั้งสุดท้ายที่ชนะคือสมัยเอริก เทน ฮาก เมื่อ 41 เดือนก่อน 3 นัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีกเสมอกันทั้งหมด
👀 แม้ไมเคิล คาร์ริก ยังคุมทีมในเกมนี้ แต่ผู้บริหารกังวลมากขึ้น 👀
✂️ คำให้สัมภาษณ์ก่อนเกม ✂️ ( สรุปจากรายงานของสื่อ )
ไมเคิล คาร์ริก กุนซือแมนยู: "ไอเดน ( เฮฟเวน ) ( ดาวรุ่งสารพัดประโยชน์ ) กลับมาร่วมซ้อมกับกลุ่มแล้ว เขาเคยมีอาการป่วยแต่ตอนนี้กลับมาอยู่กับทีมแล้ว และเราจะได้เห็นกันว่าอีกสองวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
" [สำหรับคนอื่นๆ] "ตอนนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจเสียมากกว่า ในแง่ของร่างกาย เหล่าผู้เล่นกำลังฟื้นตัวจากเกมการแข่งขัน และการฝึกซ้อมบนสนามหญ้าก็ทำได้จำกัดเพียงบางส่วนเท่านั้น"
เมื่อคาร์ริกถูกถามโดยเจาะจงเกี่ยวกับตำแหน่งของบรูโน เขากล่าวตอบว่า "สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมคือตัวทีมเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุด รวมถึงขุมกำลังและพลวัตภายในทีม"
"เช่นเดียวกัน มันคือเรื่องของสโมสรฟุตบอล และผมจะทำสิ่งที่♥️ ยอดเยี่ยมที่สุดเพื่อสโมสรแห่งนี้"
เซสโก, ไมนู, ชอว์, ดอร์กู และอูการ์เต ยังพักรักษาตัว คาร์ริกก่อนเกมโกโม่บอกว่าเซสโกกำลังรอภาพที่ชัดขึ้นของอาการ The Sun รายงานผ่าน Goal ว่าอาจพักได้ถึง 4 เดือน ❌
คาร์ริกบอกก่อนเกมโกโม่ว่าไมนูต้องพักอีกราว 10 วัน ลิซานโดร มาร์ติเนซ (อาการต้นขา) และมาร์คัส แรชฟอร์ด (อาการสะโพก) เป็นตัวสงสัย ส่วนไอเดน ฮีเวน กลับมาซ้อมกับกลุ่มหลังป่วย และ เลนี โยโร พร้อมลงเล่นหลังพักโทษแบน
นักเตะอื่นของแมนยู: เซนเนอ ลัมเมนส์ ให้สัมภาษณ์ Sky Sports ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าห้องแต่งตัวยังเป็นหนึ่งเดียว นักเตะบางครั้งพูดสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจหลังเกมเพราะหงุดหงิด และ ♥️ ทุกฝ่ายทั้งนักเตะ ทีมงาน และฝ่ายบริหารยืนอยู่ข้างโค้ช
มาร์โก โรเซ กุนซือบอร์นมัธ: คาดว่าแมนยูจะ "โกรธ" และเล่นหนักหน่วง บอร์นมัธต้องรับมือและเล่นเกมเปิด เพื่อหวังชัยชนะ เขาบอกว่าเสียงรอบสโมสรแมนยูไม่ควรกระทบทีมของเขา จูเนียร์ ครูปี มีแผนเดินทางไปด้วยและลงเล่นช่วงสั้นๆ เอวานิลสันไม่เป็นไรหลังบาดเจ็บเล็กน้อย เขาพูดถึงเกมคาราบาวคัพกับแอสตัน วิลลา ในวันพุธ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลในการหมุนเวียนผู้เล่น
📌 วิเคราะห์เจาะลึกความพร้อมของทั้งสองฝ่าย 📌
💥 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ลงเล่นลีก 7 นัด ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 2 ยิง 10 เสีย 10 ยังไม่มีคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกเลย นอกจากกลุ่มที่พักแล้ว ทอม ฮีตัน ผู้รักษาประตูสำรองก็บาดเจ็บด้วย ❌ Football365 รายงานบรรยากาศห้องแต่งตัวตึงเครียด
บอร์นมัธ: ชนะติดต่อกัน 3 นัดในทุกรายการ เอวานิลสันยิงในทุกนัดช่วงนี้ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ มี 4 ประตูในลีก แต่เสียไปแล้ว 9 ประตูใน 3 เกมเยือนในพรีเมียร์ลีก ผู้บาดเจ็บ: ครูปี (กลับมาซ้อม), อาราอูโจ, อเล็กซ์ สก็อตต์ และมิโลซาฟเยวิช
📌 ระบบการเล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 📌
แมนยู (ระบบ 4-2-3-1)
ผู้เล่นตัวจริง 11 คนที่คาด: ลัมเมนส์ - ดาโลต์, แมกไกวร์, เดอ ลิกต์, โยโร - ตีเลอมองส์, บาเลบา - ดิอาโล, แฟร์นานเดส, คุนยา - เอมเบอโม
แรชฟอร์ดน่าจะยังไม่พร้อมก่อนเกมโรมา วันที่ 3 พฤศจิกายน ฝั่งซ้ายจึงน่าจะเป็นคุนยา
ส่วนฝั่งซ้ายสุดไม่มีลุค ชอว์ และแพทริค ดอร์กู จึงต้องใช้นักเตะอื่นแทน คาดว่าเป็น โยโร่
ส่วนกัปตัน คาดจากการที่นักเตะบาดเจ็บจำนวนมาก จำต้องฝืนส่งบรูโน่เป็นตัวจริง
บอร์นมัธ (4-2-3-1)
ผู้เล่นตัวจริง 11 คนที่คาด: เปโตรวิช - สมิธ, ฮิลล์, ซิลวา, ทรูฟเฟิร์ต - อดัมส์, คริสตี - ราเยน, คุก, ทาเวอร์เนียร์ - เอวานิลสัน (ที่มาของรายชื่อ: Yahoo Sports )
มาร์โก โรเซ: ชอบเล่นเกมเปิด ตามคำพูดของเขาเอง และโยกย้ายผู้เล่นตามตารางแาข่งหนาแน่น
✂️ ทีมงานผู้ตัดสิน ✂️
ผู้ตัดสิน: จาร์เรด กิลเล็ตต์ (Jarred Gillett)
ส่วน VAR และทีมงานข้างสนาม: ไม่พบรายชื่อที่ยืนยันได้
📌 สถิติ 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม 📌
✂️ แมนยู ✂️ (เรียงจากเก่าไปใหม่)
20 Sep 2026 ฟูแล่ม 1-1 แมนยู (EPL)
10 Oct 2026 แมนยู 1-1 ทอตแนม (EPL)
13 Oct 2026 แอตเลติโก มาดริด 2-0 แมนยู (แชมเปียนส์ลีก)
18 Oct 2026 ลีดส์ 1-1 แมนยู (EPL)
21 Oct 2026 โกโม่ 4-1 แมนยู (แชมเปียนส์ลีก)
✂️ บอร์นมัธ ✂️ (เรียงจากเก่าไปใหม่)
20 Sep 2026 บอร์นมัธ 0-1 ลิเวอร์พูล (EPL)
10 Oct 2026 เชลซี 5-1 บอร์นมัธ (EPL)
15 Oct 2026 บอร์นมัธ 3-0 สตูร์ม กราซ (ยูโรปาลีก)
18 Oct 2026 บอร์นมัธ 2-0 ซันเดอร์แลนด์ (EPL)
22 Oct 2026 บอร์นมัธ 3-0 เอซี มิลาน (ยูโรปาลีก)
📌 วิเคราะห์การเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 📌
สไตล์ Football Made Simple : 💥💥 แมนยูเสียประตูไว ทำให้ต้องไล่ตามเกมและเปิดช่องหลังแนวรับ ผลคือเกมรับขาดความมั่นคง
สไตล์ Statman Dave : แมนยูเสีย 10 ยิง 10 ใน 7 นัดลีก ไม่มีคลีนชีตเลย ความเสี่ยงอยู่ที่ฝั่งเสียประตูมากกว่ายิงประตู
จุดแข็งในเกมรุก: แฟร์นานเดสเป็นดาวซัลโวทีม 3 ประตูในลีก (ตัวเลข ณ 10 ตุลาคม) ส่วนเอมเบอโมยิงเข้าเกมกับสเปอร์ส ทีมยิง 10 ประตูใน 7 นัดลีก ไม่ติดอันดับ 1-5 ของ EPL
จุดแข็งในเกมรับ: ❌ ไม่พบจุดแข็งที่ยืนยันได้ ทีมเสีย 10 ประตูใน 7 นัดลีก
📌 วิเคราะห์การเล่นของ บอร์นมัธ 📌
สไตล์ Football Made Simple : ฟอร์มยุโรปดีและเกมเหย้าแข็งแรง แต่เกมเยือนยังเปราะบาง โรเซต้องการเกมเปิดซึ่งเหมาะกับการสวนกลับ
สไตล์ Statman Dave : ชนะ 3 นัดติดแบบไม่เสียประตู ยิงรวม 8 ประตู แต่เสีย 9 ใน 3 เกมเยือนลีก ความแตกต่างระหว่างเหย้ากับเยือนชัดเจน
จุดแข็งในเกมรุก: เอวานิลสัน ยิงใน 3 นัดล่าสุด และทาเวอร์เนียร์ 4 ประตูในลีก
จุดแข็งในเกมรับ: ไม่เสียประตูใน 3 เกมล่าสุด
📌📌 การคาดการณ์โอกาสเกิดผลการแข่งขัน 📌📌 ( ไม่เกี่ยวข้องกับการพนัน )
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: 23%
เสมอ: 34%
บอร์นมัธชนะ: 43 %
🔥🔥🔥 สกอร์ที่คาด 🔥🔥🔥
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - บอร์นมัธ : 0 - 1
📌 ทำไมผมคาดว่า โอกาสแมนยูชนะเพียง 23 %📌
✂️ ผลงานที่สวนทางกัน ✂️
💥 5 นัดล่าสุด แมนยูเสมอ 3 แพ้ 2 กำลังอยู่ในช่วงผลงานดิ่งลง นัดล่าสุดที่แพ้ 1-4 นักเตะเดินเล่นเป็นหลัก กำลังใจหดหาย
🔴 ในขณะที่บอร์นมัธ แพ้ 2 ตามด้วยชนะ 3 ซึ่งยิง 3,2,3 ประตูตามลำดับ แถม clean sheet ทั้ง 3 เกม อยู่ในช่วงที่กำลังฮึกเหิม
แต่ก็ไม่ใช่แมนยูไม่มีโอกาส เพราะบอร์นมัธเสียถึง 9 ประตูใน 3 เกมเยือนใน EPL 👀
✂️ Squad ที่เล็ก & คุณภาพนักเตะโดยรวมยังไม่ดีนัก & นักเตะบาดเจ็บจำนวนมาก ✂️
❌ นักเตะตัวจริงบาดเจ็บจำนวนมากที่เจ็บยาว เช่น เชสโก้, อูกาเต้, ดอร์กู, ชอว์ ที่เจ็บไม่น่าจะนานนักคือ เมนู, แรซฟอร์ด, มาร์ติเนส ฯลฯ
❌ คุณภาพนักเตะโดยรวมยังไม่ดีนัก เช่น ลัมเมนส์, ดาโลต์, แมกไกวร์, เดอ ลิกต์, โยโร่, ตีเลอมองส์-บาเลบา - อาหมัด ส่วนเดอะแบก บรูโน่ก็ยังฟอร์มตกรูดจนยังกู่ไม่กลับ แถมไปมีปัญหากับหัวหน้างานโดยตรงอีก ( 🌶️🌶️ สมควรโดนทัวร์ลง )
✂️ โอกาสคาริกโดนปลดในปีนี้ ( 2026 ) สูงถึง 99% ✂️
ลองดูสถิติเหล่านี้ ( เฉพาะใน EPL ) นะครับ
💥 สล็อต อดีตกุนซือลิเวอร์พูล ถูกปลดทั้งที่ฤดูกาล 2025-26 ลิเวอร์พูลได้อันดับ 5 ได้ไป UCL ฤดูกาลก่อนหน้า ( 2024-25 ) ได้แชมป์ EPL ผลงานขนาดนี้ยังโดนปลด
💥 เทนฮาก อดีตกุนซือทีมเรา ถูกปลด 28 ตุลาคม 2024, อันดับ 14 ทั้งที่ฤดูกาลก่อนหน้า ( 2023-24 ) ได้อันดับที่ 8 คว้าเอฟเอ คัพ
💥 ส่วนอโมริมที่โดนวิลคอกซ์กดดันให้เปลี่ยนระบบการเล่นจนระเบิดออกมา ในฤดูกาลสุดท้าย (2024-25) อันดับใน EPL: อันดับ 14 (ณ วันที่ถูกปลด 28 ตุลาคม 2024 )
จะเห็นได้ว่า อันดับตารางใน EPL เป็น KPI ( Key Performance Indicater ) ที่สำคัญกับชะตากรรมของผู้จัดการทีมมากแค่ไหน ? การไป UCL เป็น 1 ของรายได้หลักของสโมสรในยุโรป ดังที่จะได้ข่าวว่า ทีมเราพอได้ไป UCL ทางสปอนเซอร์หลายรายเพิ่มค่าโฆษณาถึง 25% ( ตอนที่อดไปก็โดนลดด้วยสัดส่วนใกล้เคียงกัน ) ขนาดนี่เป็นรายได้แค่ 1 ตัวอย่าง
และที่จะถูกปลดภายในปีนี้ถึง 99% เพราะเดือนธันวาโปรแกรมตั้งแต่ 03-Dec-2026 จนถึงสิ้นปี ( 31-Dec-2026 ) แมนยูมีเตะ ❌ ถึง 7 นัด !
✂️ สถานะการณ์ภายในของแมนยู ✂️
🌶️🌶️ เริ่มจากมาติเนสทนความอัดอั้นไม่ได้ ระเบิดฉะวิลคอกซ์
🌶️ ต่อด้วยคุนญ่ากับบรูโน่มีปัญหากับคาริก
❌❌❌ ผมยังคิดไม่ออกว่า 43 ปีที่ดูบอลจริงจังมา เคยได้รับรู้ว่ามีฟุตบอลทีมไหน เละเทะในแทบทุกด้านขนาดนี้ ขนาดไม่เละมากนัก ยังไม่รอด นี่เละตั้งแต่บนสุด ( ฝ่ายบริหาร ) ผู้จัดการทีม ยันฝ่ายปฏิบัติ ( นักฟุตบอล ) จะเหลือรึ ? ( มีต่อ )
[ Red Devils ] Why CARRICK's SACK RISK 🔥🔥🔥 99% 🔥🔥🔥 by DEC 2026 ?
‼️ HIGHLIGHT ‼️
📌Preview แมนยู vs ไบร์ทตัน
🌶️ วิกฤตหลอน OTF: ทำไมคาร์ริกใกล้โดนปลด
🔥 จุดวิกฤต: หลากหลายปัญหา รอยร้าวในห้องแต่งตัว, ตัวเจ็บเพียบ ... โปรแกรมเดือนธันวาคม ฯลฯ
เจาะลึกเบื้องหลังโอกาสชนะเพียง 23% และความเสี่ยงถูกปลดสูงถึง 99%
📌 กระแสสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในรอบ 24 ชั่วโมง 📌 (สรุปภาพรวมของสำนักข่าวชั้นนำ) #ขออนุญาตครับAdmin
✂️ อนาคตของไมเคิล คาร์ริก ✂️
Sky Sports บอกทีมไม่ชนะติดต่อกัน 7 นัดในทุกรายการ ซึ่งเป็นฟอร์มแย่ที่สุดตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 ลอรี วิทเวลล์ (The Athletic) เรียกสุนทรพจน์ของคาร์ริกวันศุกร์ว่า "stirring" และซามูเอล ลักเฮิร์สต์ (The Sun) บอกว่าเห็นใจคาร์ริก
✂️ ปัญหาเสียประตูเร็วและหลักคิดเชิงแทกติก ✂️
💥💥 Sky Sports ชี้ว่าแมนยูเสียประตูตั้งแต่ช่วงต้นเกมในหลายนัด ทั้งโกโม่ (ไม่กี่นาทีแรก) และแอตเลติโก มาดริดสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเสียเร็วกว่านั้นอีก 60 วินาที ขณะที่ทั้งฤดูกาลเก็บคลีนชีตได้เพียงนัดเดียว คือเกมกับซาบาห์ 10 กันยายน 2026
ลัมเมนส์อธิบายว่า การเสียประตูในนาทีแรกๆ ทำให้แผนเกมเสียหาย และต้องไล่ตามเกมตลอด คาร์ริกยอมรับว่าทีมขาดความก้าวร้าว ความเข้มข้น และการวิ่ง ซึ่ง Sky Sports ระบุว่าเป็นสามอย่างที่ทีมมีเต็มที่ในครึ่งหลังฤดูกาลก่อน ลัมเมนส์ยังบอกว่าทีมต้องหาสมดุลระหว่างการไล่บอลเมื่อไม่มีบอล กับความนิ่งเมื่อเล่นออกจากแดนหลัง (Sky Sports)
ในมุมแทกติก Yahoo Sports รายงานว่า แฟร์นานเดสเล่นเป็นกองหน้าตัวหลอก (false nine) ในเกมกับลีดส์และโกโม่ และอาจกลับไปเล่นกองหน้าตัวรุกด้านหลังหัวหอก (เบอร์ 10) ตำแหน่งถนัด กองหน้าตัวหลอกคือกองหน้าที่ถอยลงมารับบอลลึก ทำให้แนวรุกไม่มีคนยืนกดแนวรับคู่แข่ง เบอร์ 10 คือตำแหน่งเชื่อมเกม ซึ่งเหมาะกับแฟร์นานเดสมากกว่า
✂️ ทีมบาดเจ็บก่อนเกมบอร์นมัธ ✂️
Yahoo Sports รายงานว่าลิซานโดร มาร์ติเนซ และมาร์คัส แรชฟอร์ด ยังพลาดเกม ส่วนอายเดน ฮีเวน กลับมาหลังหายป่วย โคบี ไมนู ยังต้องรออีกราว 1 สัปดาห์ ขณะที่ลุค ชอว์ เบนจามิน เชสโก แพทริค ดอร์กู มานูเอล อูการ์เต และทอม ฮีตัน อยู่ในห้องรักษาตัว ❌
ลิซานโดร มาร์ติเนซ และมาร์คัส แรชฟอร์ด น่าจะยังเป็นข้อสงสัยเรื่องความฟิต หลังจากไม่ได้ร่วมเดินทางไปแข่งขันบนแผ่นดินยุโรป 👀
ส่วนแพทริค ชินาเซก, เปเร ดอร์กู, ลุค ชอว์, ค็อบบี เมนู, มานูเอล อูการ์เต และเบนยามิน เชชโก ดูเหมือนจะต้องพลาดลงสนามเนื่องจาก ❌ ปัญหาอาการบาดเจ็บ
‼️ พรีวิว ฟุตบอล EPL แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ บอร์นมัธ ‼️
วันที่ 25-Oct-2026
💥💥 ทั้งสองทีมชนะลีกได้เพียง 1 นัดจาก 7 นัด แมนยูเพิ่งแพ้โกโม่ 1-4 ในแชมเปียนส์ลีก และ ไม่ชนะ 7 นัดติดในทุกรายการ ส่วนบอร์นมัธ ชนะ 2 นัดล่าสุดแบบไม่เสียประตู
แมนยูไม่ชนะบอร์นมัธมา 6 นัด ครั้งสุดท้ายที่ชนะคือสมัยเอริก เทน ฮาก เมื่อ 41 เดือนก่อน 3 นัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีกเสมอกันทั้งหมด
👀 แม้ไมเคิล คาร์ริก ยังคุมทีมในเกมนี้ แต่ผู้บริหารกังวลมากขึ้น 👀
✂️ คำให้สัมภาษณ์ก่อนเกม ✂️ ( สรุปจากรายงานของสื่อ )
ไมเคิล คาร์ริก กุนซือแมนยู: "ไอเดน ( เฮฟเวน ) ( ดาวรุ่งสารพัดประโยชน์ ) กลับมาร่วมซ้อมกับกลุ่มแล้ว เขาเคยมีอาการป่วยแต่ตอนนี้กลับมาอยู่กับทีมแล้ว และเราจะได้เห็นกันว่าอีกสองวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
" [สำหรับคนอื่นๆ] "ตอนนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจเสียมากกว่า ในแง่ของร่างกาย เหล่าผู้เล่นกำลังฟื้นตัวจากเกมการแข่งขัน และการฝึกซ้อมบนสนามหญ้าก็ทำได้จำกัดเพียงบางส่วนเท่านั้น"
เมื่อคาร์ริกถูกถามโดยเจาะจงเกี่ยวกับตำแหน่งของบรูโน เขากล่าวตอบว่า "สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมคือตัวทีมเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุด รวมถึงขุมกำลังและพลวัตภายในทีม"
"เช่นเดียวกัน มันคือเรื่องของสโมสรฟุตบอล และผมจะทำสิ่งที่♥️ ยอดเยี่ยมที่สุดเพื่อสโมสรแห่งนี้"
เซสโก, ไมนู, ชอว์, ดอร์กู และอูการ์เต ยังพักรักษาตัว คาร์ริกก่อนเกมโกโม่บอกว่าเซสโกกำลังรอภาพที่ชัดขึ้นของอาการ The Sun รายงานผ่าน Goal ว่าอาจพักได้ถึง 4 เดือน ❌
คาร์ริกบอกก่อนเกมโกโม่ว่าไมนูต้องพักอีกราว 10 วัน ลิซานโดร มาร์ติเนซ (อาการต้นขา) และมาร์คัส แรชฟอร์ด (อาการสะโพก) เป็นตัวสงสัย ส่วนไอเดน ฮีเวน กลับมาซ้อมกับกลุ่มหลังป่วย และ เลนี โยโร พร้อมลงเล่นหลังพักโทษแบน
นักเตะอื่นของแมนยู: เซนเนอ ลัมเมนส์ ให้สัมภาษณ์ Sky Sports ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าห้องแต่งตัวยังเป็นหนึ่งเดียว นักเตะบางครั้งพูดสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจหลังเกมเพราะหงุดหงิด และ ♥️ ทุกฝ่ายทั้งนักเตะ ทีมงาน และฝ่ายบริหารยืนอยู่ข้างโค้ช
มาร์โก โรเซ กุนซือบอร์นมัธ: คาดว่าแมนยูจะ "โกรธ" และเล่นหนักหน่วง บอร์นมัธต้องรับมือและเล่นเกมเปิด เพื่อหวังชัยชนะ เขาบอกว่าเสียงรอบสโมสรแมนยูไม่ควรกระทบทีมของเขา จูเนียร์ ครูปี มีแผนเดินทางไปด้วยและลงเล่นช่วงสั้นๆ เอวานิลสันไม่เป็นไรหลังบาดเจ็บเล็กน้อย เขาพูดถึงเกมคาราบาวคัพกับแอสตัน วิลลา ในวันพุธ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลในการหมุนเวียนผู้เล่น
📌 วิเคราะห์เจาะลึกความพร้อมของทั้งสองฝ่าย 📌
💥 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ลงเล่นลีก 7 นัด ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 2 ยิง 10 เสีย 10 ยังไม่มีคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกเลย นอกจากกลุ่มที่พักแล้ว ทอม ฮีตัน ผู้รักษาประตูสำรองก็บาดเจ็บด้วย ❌ Football365 รายงานบรรยากาศห้องแต่งตัวตึงเครียด
บอร์นมัธ: ชนะติดต่อกัน 3 นัดในทุกรายการ เอวานิลสันยิงในทุกนัดช่วงนี้ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ มี 4 ประตูในลีก แต่เสียไปแล้ว 9 ประตูใน 3 เกมเยือนในพรีเมียร์ลีก ผู้บาดเจ็บ: ครูปี (กลับมาซ้อม), อาราอูโจ, อเล็กซ์ สก็อตต์ และมิโลซาฟเยวิช
📌 ระบบการเล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 📌
แมนยู (ระบบ 4-2-3-1)
ผู้เล่นตัวจริง 11 คนที่คาด: ลัมเมนส์ - ดาโลต์, แมกไกวร์, เดอ ลิกต์, โยโร - ตีเลอมองส์, บาเลบา - ดิอาโล, แฟร์นานเดส, คุนยา - เอมเบอโม
แรชฟอร์ดน่าจะยังไม่พร้อมก่อนเกมโรมา วันที่ 3 พฤศจิกายน ฝั่งซ้ายจึงน่าจะเป็นคุนยา
ส่วนฝั่งซ้ายสุดไม่มีลุค ชอว์ และแพทริค ดอร์กู จึงต้องใช้นักเตะอื่นแทน คาดว่าเป็น โยโร่
ส่วนกัปตัน คาดจากการที่นักเตะบาดเจ็บจำนวนมาก จำต้องฝืนส่งบรูโน่เป็นตัวจริง
บอร์นมัธ (4-2-3-1)
ผู้เล่นตัวจริง 11 คนที่คาด: เปโตรวิช - สมิธ, ฮิลล์, ซิลวา, ทรูฟเฟิร์ต - อดัมส์, คริสตี - ราเยน, คุก, ทาเวอร์เนียร์ - เอวานิลสัน (ที่มาของรายชื่อ: Yahoo Sports )
มาร์โก โรเซ: ชอบเล่นเกมเปิด ตามคำพูดของเขาเอง และโยกย้ายผู้เล่นตามตารางแาข่งหนาแน่น
✂️ ทีมงานผู้ตัดสิน ✂️
ผู้ตัดสิน: จาร์เรด กิลเล็ตต์ (Jarred Gillett)
ส่วน VAR และทีมงานข้างสนาม: ไม่พบรายชื่อที่ยืนยันได้
📌 สถิติ 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม 📌
✂️ แมนยู ✂️ (เรียงจากเก่าไปใหม่)
20 Sep 2026 ฟูแล่ม 1-1 แมนยู (EPL)
10 Oct 2026 แมนยู 1-1 ทอตแนม (EPL)
13 Oct 2026 แอตเลติโก มาดริด 2-0 แมนยู (แชมเปียนส์ลีก)
18 Oct 2026 ลีดส์ 1-1 แมนยู (EPL)
21 Oct 2026 โกโม่ 4-1 แมนยู (แชมเปียนส์ลีก)
✂️ บอร์นมัธ ✂️ (เรียงจากเก่าไปใหม่)
20 Sep 2026 บอร์นมัธ 0-1 ลิเวอร์พูล (EPL)
10 Oct 2026 เชลซี 5-1 บอร์นมัธ (EPL)
15 Oct 2026 บอร์นมัธ 3-0 สตูร์ม กราซ (ยูโรปาลีก)
18 Oct 2026 บอร์นมัธ 2-0 ซันเดอร์แลนด์ (EPL)
22 Oct 2026 บอร์นมัธ 3-0 เอซี มิลาน (ยูโรปาลีก)
📌 วิเคราะห์การเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 📌
สไตล์ Football Made Simple : 💥💥 แมนยูเสียประตูไว ทำให้ต้องไล่ตามเกมและเปิดช่องหลังแนวรับ ผลคือเกมรับขาดความมั่นคง
สไตล์ Statman Dave : แมนยูเสีย 10 ยิง 10 ใน 7 นัดลีก ไม่มีคลีนชีตเลย ความเสี่ยงอยู่ที่ฝั่งเสียประตูมากกว่ายิงประตู
จุดแข็งในเกมรุก: แฟร์นานเดสเป็นดาวซัลโวทีม 3 ประตูในลีก (ตัวเลข ณ 10 ตุลาคม) ส่วนเอมเบอโมยิงเข้าเกมกับสเปอร์ส ทีมยิง 10 ประตูใน 7 นัดลีก ไม่ติดอันดับ 1-5 ของ EPL
จุดแข็งในเกมรับ: ❌ ไม่พบจุดแข็งที่ยืนยันได้ ทีมเสีย 10 ประตูใน 7 นัดลีก
📌 วิเคราะห์การเล่นของ บอร์นมัธ 📌
สไตล์ Football Made Simple : ฟอร์มยุโรปดีและเกมเหย้าแข็งแรง แต่เกมเยือนยังเปราะบาง โรเซต้องการเกมเปิดซึ่งเหมาะกับการสวนกลับ
สไตล์ Statman Dave : ชนะ 3 นัดติดแบบไม่เสียประตู ยิงรวม 8 ประตู แต่เสีย 9 ใน 3 เกมเยือนลีก ความแตกต่างระหว่างเหย้ากับเยือนชัดเจน
จุดแข็งในเกมรุก: เอวานิลสัน ยิงใน 3 นัดล่าสุด และทาเวอร์เนียร์ 4 ประตูในลีก
จุดแข็งในเกมรับ: ไม่เสียประตูใน 3 เกมล่าสุด
📌📌 การคาดการณ์โอกาสเกิดผลการแข่งขัน 📌📌 ( ไม่เกี่ยวข้องกับการพนัน )
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: 23%
เสมอ: 34%
บอร์นมัธชนะ: 43 %
🔥🔥🔥 สกอร์ที่คาด 🔥🔥🔥
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - บอร์นมัธ : 0 - 1
📌 ทำไมผมคาดว่า โอกาสแมนยูชนะเพียง 23 %📌
✂️ ผลงานที่สวนทางกัน ✂️
💥 5 นัดล่าสุด แมนยูเสมอ 3 แพ้ 2 กำลังอยู่ในช่วงผลงานดิ่งลง นัดล่าสุดที่แพ้ 1-4 นักเตะเดินเล่นเป็นหลัก กำลังใจหดหาย
🔴 ในขณะที่บอร์นมัธ แพ้ 2 ตามด้วยชนะ 3 ซึ่งยิง 3,2,3 ประตูตามลำดับ แถม clean sheet ทั้ง 3 เกม อยู่ในช่วงที่กำลังฮึกเหิม
แต่ก็ไม่ใช่แมนยูไม่มีโอกาส เพราะบอร์นมัธเสียถึง 9 ประตูใน 3 เกมเยือนใน EPL 👀
✂️ Squad ที่เล็ก & คุณภาพนักเตะโดยรวมยังไม่ดีนัก & นักเตะบาดเจ็บจำนวนมาก ✂️
❌ นักเตะตัวจริงบาดเจ็บจำนวนมากที่เจ็บยาว เช่น เชสโก้, อูกาเต้, ดอร์กู, ชอว์ ที่เจ็บไม่น่าจะนานนักคือ เมนู, แรซฟอร์ด, มาร์ติเนส ฯลฯ
❌ คุณภาพนักเตะโดยรวมยังไม่ดีนัก เช่น ลัมเมนส์, ดาโลต์, แมกไกวร์, เดอ ลิกต์, โยโร่, ตีเลอมองส์-บาเลบา - อาหมัด ส่วนเดอะแบก บรูโน่ก็ยังฟอร์มตกรูดจนยังกู่ไม่กลับ แถมไปมีปัญหากับหัวหน้างานโดยตรงอีก ( 🌶️🌶️ สมควรโดนทัวร์ลง )
✂️ โอกาสคาริกโดนปลดในปีนี้ ( 2026 ) สูงถึง 99% ✂️
ลองดูสถิติเหล่านี้ ( เฉพาะใน EPL ) นะครับ
💥 สล็อต อดีตกุนซือลิเวอร์พูล ถูกปลดทั้งที่ฤดูกาล 2025-26 ลิเวอร์พูลได้อันดับ 5 ได้ไป UCL ฤดูกาลก่อนหน้า ( 2024-25 ) ได้แชมป์ EPL ผลงานขนาดนี้ยังโดนปลด
💥 เทนฮาก อดีตกุนซือทีมเรา ถูกปลด 28 ตุลาคม 2024, อันดับ 14 ทั้งที่ฤดูกาลก่อนหน้า ( 2023-24 ) ได้อันดับที่ 8 คว้าเอฟเอ คัพ
💥 ส่วนอโมริมที่โดนวิลคอกซ์กดดันให้เปลี่ยนระบบการเล่นจนระเบิดออกมา ในฤดูกาลสุดท้าย (2024-25) อันดับใน EPL: อันดับ 14 (ณ วันที่ถูกปลด 28 ตุลาคม 2024 )
จะเห็นได้ว่า อันดับตารางใน EPL เป็น KPI ( Key Performance Indicater ) ที่สำคัญกับชะตากรรมของผู้จัดการทีมมากแค่ไหน ? การไป UCL เป็น 1 ของรายได้หลักของสโมสรในยุโรป ดังที่จะได้ข่าวว่า ทีมเราพอได้ไป UCL ทางสปอนเซอร์หลายรายเพิ่มค่าโฆษณาถึง 25% ( ตอนที่อดไปก็โดนลดด้วยสัดส่วนใกล้เคียงกัน ) ขนาดนี่เป็นรายได้แค่ 1 ตัวอย่าง
และที่จะถูกปลดภายในปีนี้ถึง 99% เพราะเดือนธันวาโปรแกรมตั้งแต่ 03-Dec-2026 จนถึงสิ้นปี ( 31-Dec-2026 ) แมนยูมีเตะ ❌ ถึง 7 นัด !
✂️ สถานะการณ์ภายในของแมนยู ✂️
🌶️🌶️ เริ่มจากมาติเนสทนความอัดอั้นไม่ได้ ระเบิดฉะวิลคอกซ์
🌶️ ต่อด้วยคุนญ่ากับบรูโน่มีปัญหากับคาริก
❌❌❌ ผมยังคิดไม่ออกว่า 43 ปีที่ดูบอลจริงจังมา เคยได้รับรู้ว่ามีฟุตบอลทีมไหน เละเทะในแทบทุกด้านขนาดนี้ ขนาดไม่เละมากนัก ยังไม่รอด นี่เละตั้งแต่บนสุด ( ฝ่ายบริหาร ) ผู้จัดการทีม ยันฝ่ายปฏิบัติ ( นักฟุตบอล ) จะเหลือรึ ? ( มีต่อ )