ทำไมในเกมภูมิรัฐศาสตร์โลก ฝ่ายอนุรักษ์นิยมและชนชั้นนำไทย ถึงไม่มีวันกล้าตัดขาดจากสหรัฐฯ?

วิเคราะห์ดุลอำนาจโลก (Geopolitics) และฉากทัศน์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์สามเส้าสลับขั้วระหว่าง ไทย - สหรัฐอเมริกา - จีน
มีประเด็นหนึ่งที่น่าคิดมากๆ ในเชิงยุทธศาสตร์ความอยู่รอดของประเทศ และบทบาทของฝ่ายอนุรักษ์นิยมรวมถึงชนชั้นนำไทยครับ

หลายคนมักคิดว่า ยุคนี้จีนกำลังเรืองอำนาจ และถ้าสหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงหรือกดดันไทยมากๆ ไทยก็แค่พลิกขั้ว “ไปซบจีน” เพื่อตอบโต้ฝั่งตะวันตก แต่ถ้าเรามองโลกตามความเป็นจริง (Realpolitik) การทำแบบนั้นอาจเข้าข่ายการฆ่าตัวตายทางการทูต และชนชั้นนำไทยเองก็ตระหนักดีถึงเรื่องนี้

มุมสะท้อนว่า ทำไม "แสนยานุภาพอันทรงพลังของสหรัฐฯ" จึงเป็นสิ่งที่โครงสร้างอำนาจเดิมของไทยต้องหวาดเกรง และจำเป็นต้องโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อความอยู่รอด ผ่าน 3 ปัจจัยหลักครับ:

1.  มหาอำนาจอันดับหนึ่งที่มี "ไพ่ตาย" พร้อมสลับกระดาน
สหรัฐฯ ยังคงเป็นพญาอินทรีในแง่ของแสนยานุภาพทางทหาร ข้อมูลข่าวกรอง (Intelligence) และเครือข่ายความมั่นคงระดับโลก หากสถานการณ์เดินไปถึงจุดที่สหรัฐฯ มองว่าระบอบหรือโครงสร้างบางอย่างเป็นภัยต่อผลประโยชน์สูงสุดของเขา สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหารบุกด้วยซ้ำ แต่เขามีขีดความสามารถในการทำ "สงครามข้อมูลข่าวสาร" (Information Warfare) เช่น การตัดสินใจเปิดเผยหรือรับรองความถูกต้องของ "เอกสารลับของหน่วย CIG และ CIA ในช่วงปี พ.ศ. 2489 - 2495" ที่บันทึกข้อสมมติฐานเชิงลึกและหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ของคดีสำคัญในอดีตอย่างตรงไปตรงมา การปล่อยข้อมูลเหล่านี้ออกสู่เวทีสากลอย่างเป็นทางการ จะสร้างแรงสั่นคลอนต่อความชอบธรรมทางศีลธรรม (Moral Legitimacy) ของฝ่ายกุมอำนาจได้อย่างรุนแรงชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งชนชั้นนำไทยรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวในจุดนี้ดี

2. การไปหาจีนแบบ "เดินแก้ผ้าล่อนจ้อน" คือหายนะ
การเลือกตัดสัมพันธ์กับอเมริกาแล้วหันไปพึ่งพิงจีนฝ่ายเดียว เปรียบเสมือนการเดินแก้ผ้าไปหาจีนโดยไม่มีเกราะกำบังหรือแบคคอยคุ้มหลัง ในโลกการทูต หากคุณไม่มี "ไพ่ใบอื่น" มาคานอำนาจ (Leverage) คุณจะสูญเสียอำนาจต่อรองทันที พรรคคอมมิวนิสต์จีนคบค้าสมาคมบนพื้นฐานของผลประโยชน์ล้วนๆ และไม่ได้มีความผูกพันเชิงอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมใดๆ กับไทย หากวันใดที่จีนเห็นว่าการปล่อยให้โครงสร้างอำนาจเดิมของไทยล่มสลาย แล้วแทนที่ด้วยระบอบอื่นที่ควบคุมง่ายกว่าจะสร้างผลประโยชน์ให้จีนมากกว่า จีนก็พร้อมจะเขี่ยทิ้งทันที ชนชั้นนำไทยไม่ได้โง่และมองเกมนี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

3. ทางรอดเดียวคือการ "ศิโรราบและเจรจาลับ"
เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว หากอเมริกาตัดสินใจ "เอาจริงเต็มสูบ" และบีบไทยอย่างหนัก ทางเลือกของฝ่ายกุมอำนาจไทยไม่ใช่การประกาศสงครามหรือต่อต้านอย่างแข็งกร้าว แต่คือการยอมจำนน ประนีประนอม และเปิดเจรจาหลังบ้าน (Secret Negotiation) เพื่อหาทางลงที่ปลอดภัย (Safe Exit) และยอมปรับตัวภายใต้กติกาที่อเมริกากำหนด เพราะตราบใดที่ยังมีอเมริกาคอยเป็นดุลอำนาจค้ำหลังอยู่ ไทยก็ยังพอมีช่องว่างในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ไม่ให้โดนยักษ์ใหญ่อย่างจีนกลืนกินไปโดยสมบูรณ์

สรุปมุมมอง:
ในเกมระดับโลก ชนชั้นนำและฝ่ายอนุรักษ์นิยมไทยตระหนักถึงขีดจำกัดของตัวเองดี พวกเขาจะไม่มีวันเลือกทางเลือกที่นำไปสู่การฆ่าตัวตายทางการทูต และอเมริกาคือมหาอำนาจทรงอิทธิพลที่ไทย "ต้องเกรงใจ" และไม่อาจต่อกรตรงๆ ได้เลยเพื่อความอยู่รอดของระบอบเอง

คนไทยคิดอย่างไรกับดุลอำนาจที่ตึงเครียดนี้ครับ? คิดว่าถ้าถึงจุดเดือดจริงๆ ไทยเราจะยังคงรักษาแต้มต่อทางการทูตไว้ได้ หรือสุดท้ายต้องยอมศิโรราบให้แก่มหาอำนาจอันดับหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้? มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ
 
ข้อมูลเอไอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่