แมนยู ของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กลับมาเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังบุกแพ้ โคโม่ 1-4 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ บอร์นมัธ เพิ่งสร้างเซอร์ไพรส์โค่น เอซี มิลาน เกมนี้เจ้าถิ่นต้องเร่งเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนฯ ยูไนเต็ด - บอร์นมัธ
เวลา : 21.00 น. ถ่ายทอดสด : MONOMAX
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
แมนฯ ยูไนเต็ด - ไมเคิ่ล คาร์ริค กำลังเผชิญวิกฤตปัญหานักเตะบาดเจ็บอย่างหนัก โดยจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ค็อบบี้ เมนู, ลุค ชอว์, เบนยามิน เชชโก้ และ แพทริค ดอร์กู แน่นอน เช่นเดียวกับ มานูเอล อูการ์เต้ ที่ต้องพักยาว ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ยังต้องรอประเมินความพร้อม โดยทั้งคู่มีโอกาสพลาดลงสนามสูง ข่าวดีคือ เลนี่ โยโร่ พ้นโทษแบนจากเกมยุโรปและพร้อมกลับมาช่วยทีมได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตามองคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส อาจถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง หลังออกมาวิจารณ์ทีมต่อหน้าสื่อหลังจบเกมแพ้ โคโม่
บอร์นมัธ - มาร์โก โรเซ่อ จะไม่มี อเล็กซ์ โทธ ที่บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า รวมถึง ฮูเลียน อเราโฮ และ อเล็กซ์ สก็อตต์ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม อย่างไรก็ตาม เอลี จูเนียร์ ครูปี กองหน้าดาวรุ่งสามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บบริเวณเท้าได้แล้ว และคาดว่าจะมีชื่อช่วยทีมในเกมนี้ ด้านการจัดทัพน่าหมุนเวียนเล็กน้อยจากชุดที่สร้างประวัติศาสตร์ถล่ม เอซี มิลาน ในยูโรปา ลีก โดย รายาน, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์, ลูอิส คุก, ยอร์เย่ เปโตรวิช และกัปตัน อดัม สมิธ มีโอกาสคัมแบ็กตัวจริง
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ - ดีโอโก้ ดาโลต์, เลนี่ โยโร่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, นุสแซร์ มาซราวี - ยูริ ตีเลอมันส์, คาร์ลอส บาเลบา - อาหมัด ดิยัลโล่, เมสัน เมาท์, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ - โจชัว เซิร์กซี
บอร์นมัธ (4-2-3-1) : ยอร์เย่ เปโตรวิช - อดัม สมิธ, เจมส์ ฮิลล์, อันโตนิโอ ซิลวา, อาเดรียง ทรุฟแฟร์ - ไทเลอร์ อดัมส์, ลูอิส คุก - รายาน, ไรอัน คริสตี้, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ - เอวานิลซอน
ความน่าจะเป็นของเกม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการเรียกศักดิ์ศรีกลับคืนมา หลังเจอฝันร้ายจากการบุกไปแพ้ทีมจากอิตาลีเมื่อต้นสัปดาห์ โดยเกมนี้จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ เกมล่าสุดทัพปีศาจแดงพ่าย โคโม่ แบบหมดรูป 1-4 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ บอร์นมัธ เพิ่งผ่านค่ำคืนสุดพิเศษในสนามไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม ด้วยการไล่ถล่ม เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปมาได้สำเร็จ
ผลการแข่งขันที่คาด
แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ บอร์นมัธ 1-2
ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 5 มี 12 คะแนน เตรียมเปิดแอนฟิลด์รับมือ ไบรท์ตัน ทีมอันดับ 3 ที่ออกสตาร์ตยอดเยี่ยมเก็บไปแล้ว 16 แต้ม เกมนี้หงส์แดงหวังคว้าชัยเพื่อขยับเข้าใกล้เส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ลิเวอร์พูล - ไบรท์ตัน
เวลา : 21.00 น. ถ่ายทอดสด : MONOMAX
สนาม : แอนฟิลด์
ลิเวอร์พูล - อันโดนี่ อิราโอล่า ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่เมื่อ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า กลับมาลงฝึกซ้อมกับทีมตามปกติและพร้อมลงสนามเต็มที่ ขณะที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ค ก็พร้อมคืนทีมเช่นกัน หลังชดใช้โทษแบนในลีกเรียบร้อยในเกมบุกแซง เบรนท์ฟอร์ด 2-1 อย่างไรก็ตาม ทีมยังคงไม่มี โดมินิค โซโบซไล ที่มีปัญหาเอ็นหลังหัวเข่า รวมถึง เจเรมี่ ฟริมปง และ บิกตอร์ มูนญอซ ที่ยังต้องพักรักษาตัว ส่วน ริโอ เอ็นกูโมอา ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปี ซึ่งกำลังทำผลงานโดดเด่น คาดว่าจะได้ออกสตาร์ตทางฝั่งขวาอีกครั้ง
ไบรท์ตัน - ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ หมุนเวียนนักเตะหลายตำแหน่งในเกมคอนเฟอเรนซ์ ลีก กลางสัปดาห์ที่บุกไปเสมอ ยาโบลเนช 0-0 แต่เกมนี้จะเรียกผู้เล่นตัวหลักกลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยจะมีเพียง ป่าสกาล กรอสส์, โอลิวิเย่ร์ บอสกายี่ และ บาร์ต แฟร์บรุคเก้น ที่ได้ลงตัวจริงต่อ อย่างไรก็ตาม ทัพนกนางนวลยังขาดผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย ได้แก่ คาโอรุ มิโตมะ, เอแวน เฟอร์กูสัน, สเตฟานอส ซิมาส และ เฟมี อาซีซ ซึ่งยังไม่พร้อมลงสนาม
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - โรนัลด์ อเราโฮ, เฌเรมี่ ฌักเก้ต์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิลอช เคอร์เคซ - ไรอัน กราเฟนแบร์ค, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - ริโอ เอ็นกูโมอา, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, บรัดเลย์ บาร์กโกล่า - อเล็กซานเดอร์ อิซัค
ไบรท์ตัน (4-2-3-1) : บาร์ต แฟร์บรุคเก้น - เฟอร์ดี้ คาดิโอลู, ลูก้า วุชโควิช, ลูอิส ดังค์, โอลิวิเย่ร์ บอสกายี่ - พาสกาล กรอสส์, เชม่า อันเดรส - ดีเอโก้ โกเมซ, ยาซิน อายารี่, มักซิม เดอ ไคเปอร์ - ชาราลัมพอส คอสตูลาส
ความน่าจะเป็นของเกม
หาก ลิเวอร์พูล ประมาทไบรท์ตัน ก็อาจต้องเจอกับงานหนักในการรับมือพลังและความมุ่งมั่นของทีมเยือน อย่างไรก็ตาม หงส์แดงมีทีเด็ดในแนวรุกมากพอที่จะเจาะแนวรับไบรท์ตันได้ และอาจคว้าชัยในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกที่แอนฟิลด์ ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้สำเร็จ
ผลการแข่งขันที่คาด
ลิเวอร์พูล ชนะ ไบรท์ตัน 3-2
.
.
.
อ้างอิงที่มา : https://www.siamsport.co.th/football-international/premierleague/111189/
https://www.siamsport.co.th/football-international/premierleague/111190/
วิเคราะห์บอล แมนยู vs บอร์นมัธ ผีแดงหวังคืนฟอร์ม และ ลิเวอร์พูล vs ไบรท์ตัน 25 ต.ค. 69 หงส์แดงล่าแต้ม
แมนยู ของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กลับมาเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังบุกแพ้ โคโม่ 1-4 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ บอร์นมัธ เพิ่งสร้างเซอร์ไพรส์โค่น เอซี มิลาน เกมนี้เจ้าถิ่นต้องเร่งเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
แมนฯ ยูไนเต็ด - ไมเคิ่ล คาร์ริค กำลังเผชิญวิกฤตปัญหานักเตะบาดเจ็บอย่างหนัก โดยจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ค็อบบี้ เมนู, ลุค ชอว์, เบนยามิน เชชโก้ และ แพทริค ดอร์กู แน่นอน เช่นเดียวกับ มานูเอล อูการ์เต้ ที่ต้องพักยาว ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ยังต้องรอประเมินความพร้อม โดยทั้งคู่มีโอกาสพลาดลงสนามสูง ข่าวดีคือ เลนี่ โยโร่ พ้นโทษแบนจากเกมยุโรปและพร้อมกลับมาช่วยทีมได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตามองคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส อาจถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง หลังออกมาวิจารณ์ทีมต่อหน้าสื่อหลังจบเกมแพ้ โคโม่
บอร์นมัธ - มาร์โก โรเซ่อ จะไม่มี อเล็กซ์ โทธ ที่บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า รวมถึง ฮูเลียน อเราโฮ และ อเล็กซ์ สก็อตต์ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม อย่างไรก็ตาม เอลี จูเนียร์ ครูปี กองหน้าดาวรุ่งสามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บบริเวณเท้าได้แล้ว และคาดว่าจะมีชื่อช่วยทีมในเกมนี้ ด้านการจัดทัพน่าหมุนเวียนเล็กน้อยจากชุดที่สร้างประวัติศาสตร์ถล่ม เอซี มิลาน ในยูโรปา ลีก โดย รายาน, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์, ลูอิส คุก, ยอร์เย่ เปโตรวิช และกัปตัน อดัม สมิธ มีโอกาสคัมแบ็กตัวจริง
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ - ดีโอโก้ ดาโลต์, เลนี่ โยโร่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, นุสแซร์ มาซราวี - ยูริ ตีเลอมันส์, คาร์ลอส บาเลบา - อาหมัด ดิยัลโล่, เมสัน เมาท์, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ - โจชัว เซิร์กซี
บอร์นมัธ (4-2-3-1) : ยอร์เย่ เปโตรวิช - อดัม สมิธ, เจมส์ ฮิลล์, อันโตนิโอ ซิลวา, อาเดรียง ทรุฟแฟร์ - ไทเลอร์ อดัมส์, ลูอิส คุก - รายาน, ไรอัน คริสตี้, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ - เอวานิลซอน
ความน่าจะเป็นของเกม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการเรียกศักดิ์ศรีกลับคืนมา หลังเจอฝันร้ายจากการบุกไปแพ้ทีมจากอิตาลีเมื่อต้นสัปดาห์ โดยเกมนี้จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ เกมล่าสุดทัพปีศาจแดงพ่าย โคโม่ แบบหมดรูป 1-4 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ บอร์นมัธ เพิ่งผ่านค่ำคืนสุดพิเศษในสนามไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม ด้วยการไล่ถล่ม เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปมาได้สำเร็จ
ผลการแข่งขันที่คาด
แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ บอร์นมัธ 1-2
ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 5 มี 12 คะแนน เตรียมเปิดแอนฟิลด์รับมือ ไบรท์ตัน ทีมอันดับ 3 ที่ออกสตาร์ตยอดเยี่ยมเก็บไปแล้ว 16 แต้ม เกมนี้หงส์แดงหวังคว้าชัยเพื่อขยับเข้าใกล้เส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
ลิเวอร์พูล - อันโดนี่ อิราโอล่า ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่เมื่อ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า กลับมาลงฝึกซ้อมกับทีมตามปกติและพร้อมลงสนามเต็มที่ ขณะที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ค ก็พร้อมคืนทีมเช่นกัน หลังชดใช้โทษแบนในลีกเรียบร้อยในเกมบุกแซง เบรนท์ฟอร์ด 2-1 อย่างไรก็ตาม ทีมยังคงไม่มี โดมินิค โซโบซไล ที่มีปัญหาเอ็นหลังหัวเข่า รวมถึง เจเรมี่ ฟริมปง และ บิกตอร์ มูนญอซ ที่ยังต้องพักรักษาตัว ส่วน ริโอ เอ็นกูโมอา ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปี ซึ่งกำลังทำผลงานโดดเด่น คาดว่าจะได้ออกสตาร์ตทางฝั่งขวาอีกครั้ง
ไบรท์ตัน - ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ หมุนเวียนนักเตะหลายตำแหน่งในเกมคอนเฟอเรนซ์ ลีก กลางสัปดาห์ที่บุกไปเสมอ ยาโบลเนช 0-0 แต่เกมนี้จะเรียกผู้เล่นตัวหลักกลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยจะมีเพียง ป่าสกาล กรอสส์, โอลิวิเย่ร์ บอสกายี่ และ บาร์ต แฟร์บรุคเก้น ที่ได้ลงตัวจริงต่อ อย่างไรก็ตาม ทัพนกนางนวลยังขาดผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย ได้แก่ คาโอรุ มิโตมะ, เอแวน เฟอร์กูสัน, สเตฟานอส ซิมาส และ เฟมี อาซีซ ซึ่งยังไม่พร้อมลงสนาม
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - โรนัลด์ อเราโฮ, เฌเรมี่ ฌักเก้ต์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิลอช เคอร์เคซ - ไรอัน กราเฟนแบร์ค, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - ริโอ เอ็นกูโมอา, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, บรัดเลย์ บาร์กโกล่า - อเล็กซานเดอร์ อิซัค
ไบรท์ตัน (4-2-3-1) : บาร์ต แฟร์บรุคเก้น - เฟอร์ดี้ คาดิโอลู, ลูก้า วุชโควิช, ลูอิส ดังค์, โอลิวิเย่ร์ บอสกายี่ - พาสกาล กรอสส์, เชม่า อันเดรส - ดีเอโก้ โกเมซ, ยาซิน อายารี่, มักซิม เดอ ไคเปอร์ - ชาราลัมพอส คอสตูลาส
ความน่าจะเป็นของเกม
หาก ลิเวอร์พูล ประมาทไบรท์ตัน ก็อาจต้องเจอกับงานหนักในการรับมือพลังและความมุ่งมั่นของทีมเยือน อย่างไรก็ตาม หงส์แดงมีทีเด็ดในแนวรุกมากพอที่จะเจาะแนวรับไบรท์ตันได้ และอาจคว้าชัยในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกที่แอนฟิลด์ ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้สำเร็จ
ผลการแข่งขันที่คาด
ลิเวอร์พูล ชนะ ไบรท์ตัน 3-2
.
.
.
อ้างอิงที่มา : https://www.siamsport.co.th/football-international/premierleague/111189/
https://www.siamsport.co.th/football-international/premierleague/111190/