Annapurna Base Camp (ABC) to Mardi Himal Base Camp trekking เป็นการเดินป่าสองเส้นทางในครั้งเดียวที่ได้สัมผัสบรรยากาศและใ

ABC to Mardi Himal trekking เป็นการเริ่ม trekking จริงจังครั้งแรก เพราะด้วยความที่รู้สึกว่าเดินทางไปเดินป่าตั้งไกลถึงเนปาล ก็ขอให้ไกด์จัดเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ เอาแบบชมป่าชมเขา เข้าใกล้ชิดธรรมชาติแบบจุใจไปเลย ไกด์ก็จัดให้แบบจุใจจริง ที่จริงทีมไกด์วางแผนไว้ที่ 9 วัน แต่ด้วยความที่ speed ขาลงของนักวิ่งเทรลเข้าสิงห์ ก็เลยทำให้พวกเราลงมาจาก Mardi Himal Base Camp เร็วขึ้น วันสุดท้ายเลยได้มีเวลาไปเดินเล่นชมวิวทะเลสาบเฟวา (Phewa lake) และชอปปิ้งอุปกรณ์เดินป่าในเมืองโพขรา (Pokhara)

พวกเราออกเดินทางจากเชียงใหม่ แล้วไปต่อเครื่องที่ กทม. โดยสายการบินไทย ข้อดีคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋า และ full service แต่มีข้อจำกัดคือ ไฟลท์ของสายการบินไทยมักจะไปถึงสนามบินสนามบินนานาชาติตริภูวัน (Tribhuvan International Airport - TIA) ดึกมาก เที่ยวบินที่เราไปถึงสนามบินเวลาห้าทุ่มกว่า ซึ่งเสี่ยงมากที่ร้านแลกเงิน และร้านขายซิมมือถือในสนามบินจะปิด และเราต้องเดินทางจากกาฏมัณฑุไปโพขรา ในเช้าวันรุ่งขึ้น สอบถามไกด์ แนะนำให้แลกเงินที่สนามบินนิดหน่อยเพื่อใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆระหว่างเดินทางไปโพขรา แล้วเราสามารถไปแลกเงินได้เรทที่ดีกว่าที่โพขราได้ เราจึงแลกเงินเล็กน้อยที่สนามบิน พร้อมกับซื้อซิมของ Ncell ซึ่งยังเปิดอยู่ในสนามบิน แต่ใจจริงอยากได้ซิมของ Nepal Telecom (NTC) มากกว่า แต่ไม่มีหรือร้านอาจจะปิดไปแล้ว การซื้อซิมที่เนปาลต้องใช้รูปถ่าย และหน้า Passport พร้อมกรอกข้อมูลประวัติด้วย

จากนั้นเราออกมาจากสนามบิน มีป้าย Forever Trek Nepal  มารอรับถึงแม้จะดึกมาแต่เธอก็ยังมารอรับเราเข้าที่พักที่โรงแรม Katmandu Garden Home

เช้าวันที่ 1 เราต้องนั่งรถบัสจากกาฏมัณฑุ ไปเมืองโพขรา ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง ถ้าอยากประหยัดเวลาเราสามารถใช้บริการเครื่องบินเล็กได้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึงโพขรา แต่ด้วยความงก เพราะค่ารถบัสรวมอยู่ในค่าทริปทั้งหมดที่เราจ่ายไปแล้ว เราไม่ต้องเสียอะไรเพิ่มเลย แต่ถ้านั่งเครื่องเราต้องจ่ายเงินเอง เที่ยวละ 120 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 4,000 บาท (ไป-กลับก็ 8,000 บาท)  

จะว่าไปการนั่งบัสก็ไม่ได้แย่นะ เป็นรถแอร์ เค้ามีหยุดให้พักเข้าห้องน้ำระหว่างทาง หยุดให้พักทานข้าว แต่อาจจะต้องเสียเวลาเพิ่มและเส้นทางบางช่วงอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมถนนจากอุทกภัยน้ำท่วม อาจจะนั่งแลวโยกเยก หัวสั่นหัวคลอนไปบ้างบางช่วงที่ถนนขรุขระ..😅

ถึงเมืองโพขราแล้วเข้าที่พัก จากนั้นออกมาเดินเล่นช้อปปิ้ง แถวๆโรงแรม แต่ฝนตก ทำให้ไม่ได้ไปเดินเที่ยวทะเลสาบเฟวา เลยกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม เตรียมตัวสำหรับการเดินทางวันต่อไป

วันที่ 2 (วันแรกของการเทรคกิ้ง) นั่งรถยนต์ ออกไปหมู่บ้าน Samrung พร้อมลูกหาบและไกด์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงจุดเริ่มต้นเทรคกิ้ง ข้ามสะพานจินูดันดา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเทรคกิ้ง ไปยัง ABC จากนั้นเป็นขาขึ้นบันได ยาวไป เลยค่ะ ผ่านหมู่บ้านจินูดันดา (Jhinu Danda) ไปจนถึงหมู่บ้านชอมรอง (Chomrong) พักทานอาหารกลางวันที่นี่ แล้วจากนั้นเดินทางต่อเป็นขาลงบันไดยาวๆ ผ่านสถูปเจดีย์พุทธของหมู่บ้านชิมรอง ข้ามสะพานอีกรอบ แล้วก็เป็นขาขึ้นบันไดอีกยาวๆ ช่วงนี้มีฝนตกปรอยๆ อากาศดี มีหมอกเบาๆ เดินผ่านหมู่บ้าน Sinuwa แล้วก็ถึงที่พักที่ Upper Sinuwa ที่ความสูง 2,360 เมตร อากาศหนาวมาก อาจจะเพราะฝนตกด้วย และอุณหภูมิที่นี่จะลดลงฮวบฮาบลงช่วงเย็นจนถึงเช้า







เช้าวันที่ 3 เดินทางจาก Upper Sinuwa เพื่อไปพักที่ Deurali ค่อยๆไต่ขึ้นที่ความสูง 3,230 เมตร ผ่าน Bamboo, Dovan และเจอฝนตกตั้งแต่เดินทางถึงน้ำตก 108 สาย (108 Chahara Waterfall) และเข้า Himalaya จนถึง Deurali  พักที่นี่ 1 คืน







เช้าวันที่ 4 เดินทางต่อเพื่อไปถึงจุดหมายที่ Annapurna Base Camp(ABC) ที่ความสูง 4,130 เมตร ระหว่างทางวิวภูเขาข้างทางสวยงามมาก ผ่าน MBC (Machapuchare Base Camp) จากนั้นเจออากาศครึ้มๆ หมอกหนาแน่น ไปจนถึง ABC  มองไม่เห็นวิวอะไรเลย อุณหภูมิคืนนี้ -13 องศา หนาวมาก แถมยังมีอาการปวดหัวนิดๆ จาก Altitude sickness ทานยาแก้ปวด พร้อมจิบน้ำอุ่นแล้วอาการค่อยดีขึ้น








เช้าวันที่ 5 ออกมาจากที่พักเช้าๆ เจอวิวภูเขาหิมะล้อมรอบที่พัก สวยมาก สายๆ ฟ้าเปิดแสงอาทิตย์ส่อง ค่อยทำให้อากาศอบอุ่นขึ้นมาหน่อย จัดภาพถ่ายกันแบบจุใจไปเลย ถ่ายรูปเก็บภาพจุฬาแล้วก็เดินทางลงกลับทางเดิม แต่วันนี้ได้เห็นวิวรอบชัดขึ้นเพราะท้องฟ้าแจ่มใสมาก แต่ก็ยังมาเจอฝนแถวๆ Deurali - Himalaya ก่อนเข้าพักที่ Upper Sinuwa 1 คืน













เช้าวันที่ 6 ออกเดินทางต่อเพื่อไปเส้น Mardi Himal เดินทางมาตามเส้นทางเดิม ข้ามสะพานจิยูกันดาแล้วเลี้ยวซ้าย นั่งพักทานข้าวกลางวัน ได้ถ่ายรูปสวยๆ กับน้ำตกข้างทาง แล้วเข้าพักที่หมู่บ้าน Landrux








เช้าวันที่ 7 ออกเดินทางต่อไปยัง Low Camp เส้นทางช่วงนี้ขาขึ้นยาวๆ แต่ป่าข้างทางสวยมาก เขียวชะอุ้มไปด้วยพืชพรรณต่างๆ ทั้งมอส ทั้งเฟิร์น เข้าพักที่ Low Camp ความสูง 2,970 เมตร







เช้าวันที่ 8 ออกเดินทางจาก Low Camp เพื่อไป High Camp ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งสูง อากาศยิ่งเย็นลง พอใกล้ที่พักต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ พักที่ High Camp ความสูง 3,580 เมตร













เช้าวันที่ 9 (วันที่แปดของการเทรคกิ้ง) ตื่นตีสี่ พร้อมกับ headlamp เพื่อเดินขึ้นเขาไปที่ Mardi Himal Base Camp ที่ความสูง 4,500 เมตร แวะพักที่ Tea house ระหว่างทาง  อากาศหนาวเย็น แต่ระหว่างทางขึ้นก็ทำเอาเหงื่อตกกันไปตามๆกัน เพราะเดินขึ้นเขายาวๆ แนะนำต้องค่อยๆ เดิน จิบน้ำไปด้วย เพราะยิ่งสูง อากาศก็ยิ่งเบาบาง












ระหว่างทางก็เก็บภาพวิวสวยๆ ได้เยอะเลยค่ะ เพราะวิวสวยมาก สวยตลอดทาง ดื่มด่ำบรรยากาศ เก็บภาพวิวจุใจแล้วก็เดินลงทางเดิม ตามแผนเดิมไกด์จะให้พักที่ Low Camp แต่ด้วย speed การลงเขาของพวกเราเร็ว ไกด์จึงเปลี่ยนแผนให้ไปพักที่ Siding แทน ซึ่งใกล้เมืองโพขรา มากขึ้น อากาศอบอุ่นกว่า และเช้าวันรุ่งขึ้น จะมีรถมารับที่ Siding เลย เราจึงจบการเทรคกิ่งเร็วขึ้น 1 วัน










[img]htt
วันที่ 10 นั่งรถออกจาก Siding เพื่อไปยังโพขรา เรามีเวลาเดินเล่นรอบทะเลสาบเฟวา เดินช้อปปิ้งแถวโพขรา หาอาหารอร่อยๆ ทาน  พักที่ โพขรา 1 คืน

วันที่ 11 ออกเดินทางโดยรถบัสจากโพขราไปกาฏมัณฑุ โดยรถบัส เข้าพักผ่อนที่ โรงแรม มีเวลาออกไปเดินช้อปปิ้งที่ทาเมล (Thamel)  แล้วเดินทางไปขึ้นเครื่องเวลาสามทุ่ม เพราะไฟลท์กลับไทย สายการบินไทย เป็นเวลาเที่ยงคืนครึ่ง กลับถึงไทยเวลา 5.20 น (เวลาไทย) แล้วเราก็เดินทางต่อกลับเชียงใหม่กันค่ะ

กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ กับการเดินทางครั้งนี้ได้ประสบการณ์ดีๆ ได้รูปสวยๆ มาเพียบ
แนะนำทีมไกด์ และลูกหาบจากบริษัท Forever Trek Nepal ค่ะ ให้การดูแลและช่วยเหลือดีมากๆค่ะ..🙏

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่