“นนท์” สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลังจากกลับจากงานศพของญาติคนหนึ่ง
ในคืนแรก เขากำลังเดินเข้าบ้านตอนประมาณสองทุ่ม ไฟหน้าบ้านส่องให้เห็นเงาของเขาบนพื้น
แต่เงานั้นกลับไม่ขยับตามเขา
นนท์หยุดเดิน
เงายังคงเดินต่อไปอีกสองก้าว ก่อนจะหยุดหันกลับมาหาเขา
เขาตกใจจนวิ่งเข้าบ้านและปิดประตูทันที
เช้าวันต่อมา เขาคิดว่าตัวเองคงตาฝาด จึงไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง
แต่คืนถัดมา เหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นอีก
คราวนี้เงาของเขายกมือขึ้นโบกให้ ทั้งที่นนท์ยืนมือแนบลำตัว
นนท์รีบเปิดไฟทุกดวงในบ้าน
แต่เงากลับหายไป
เขาตัดสินใจไปหาหลวงตาที่วัดใกล้บ้าน และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
หลวงตานิ่งไปนาน ก่อนถามว่า
“โยมไปงานศพใครมา?”
นนท์ตอบว่าเป็นงานศพของลุง
หลวงตาถามต่อว่า
“ก่อนลุงเสียชีวิต ท่านได้ฝากอะไรไว้กับโยมหรือเปล่า?”
นนท์นึกขึ้นได้ว่า ก่อนลุงเสียชีวิต ลุงเคยให้กระจกเก่าแก่เขาบานหนึ่ง โดยกำชับว่าอย่าทิ้งมันเด็ดขาด
นนท์นำกระจกกลับไปให้หลวงตาดู
เมื่อหลวงตาเห็นกระจก ก็รีบใช้ผ้าคลุมทันที
“เอากลับไปไว้ที่เดิมไม่ได้แล้วโยม”
หลวงตาบอกว่า กระจกบานนี้เคยอยู่ในบ้านเก่าของครอบครัว และมีความเชื่อว่า หากมองกระจกหลังเที่ยงคืน จะเห็นสิ่งที่ติดตามตัวเรามา
นนท์กลับบ้านและนำกระจกไปวางไว้ในห้องเก็บของ
แต่คืนนั้นเขาฝันเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ปลายเตียง
ชายคนนั้นไม่มีใบหน้า
และมีเงาสองเงาอยู่ใต้เท้า
เงาหนึ่งเป็นของเขาเอง
อีกเงาหนึ่งกำลังคลานเข้ามาหาเตียง
นนท์สะดุ้งตื่นตอนตีสาม
เขาลุกไปดื่มน้ำและเดินผ่านกระจกในห้องนั่งเล่น
ในกระจก เขาเห็นตัวเองยืนอยู่ตามปกติ
แต่เงาที่สะท้อนอยู่ด้านหลังกลับเป็นชายไร้ใบหน้า
นนท์รีบหันกลับไป
ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
เมื่อหันกลับมามองกระจกอีกครั้ง ชายคนนั้นยกมือขึ้นชี้ไปที่ห้องเก็บของ
นนท์รวบรวมความกล้า เปิดประตูห้องเก็บของ และพบกระจกเก่าถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว
เขากระชากผ้าออก
บนกระจกมีข้อความเขียนด้วยนิ้วมือเป็นรอยฝุ่นว่า
“คืนเงาให้ฉัน”
นนท์รีบคลุมกระจกและวิ่งออกจากบ้านไปวัด
หลวงตาฟังเรื่องทั้งหมดแล้วบอกให้เขากลับไปค้นเอกสารเก่าของครอบครัว
นนท์ค้นจนพบรูปถ่ายใบหนึ่ง เป็นรูปของชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างลุงของเขา
ด้านหลังรูปเขียนว่า
“พี่ชายฝาแฝดของพ่อ ผู้หายตัวไปเมื่อสี่สิบปีก่อน”
นนท์เพิ่งรู้ว่าครอบครัวเคยมีเรื่องเกี่ยวกับชายคนนี้
เขานำรูปไปให้พ่อดู
พ่อหน้าซีดทันที
พ่อเล่าว่า ชายคนนั้นหายตัวไปในคืนหนึ่ง หลังจากมีปากเสียงกับลุงเรื่องมรดก ไม่มีใครพบเขาอีกเลย
แต่ก่อนหายตัวไป เขาเคยพูดว่า
“สักวันหนึ่ง ฉันจะกลับมาเอาสิ่งที่เป็นของฉันคืน”
คืนนั้น นนท์ตัดสินใจนำกระจกไปคืนที่บ้านเก่าของครอบครัว
เขาวางกระจกไว้ในห้องเดิม แล้วรีบเดินออกมา
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกก็ดังสนั่น
นนท์หันกลับไปมอง
ในเศษกระจก เขาเห็นชายไร้ใบหน้ายืนอยู่
ชายคนนั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
และเป็นครั้งแรกที่นนท์เห็นใบหน้าของเขา
มันเหมือนนนท์ทุกอย่าง
เหมือนแม้กระทั่งรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่คิ้วขวา
นนท์รีบวิ่งออกจากบ้านเก่าโดยไม่หันกลับมาอีก
หลายวันต่อมา ทุกอย่างดูเหมือนกลับสู่ปกติ
จนกระทั่งคืนหนึ่ง นนท์ยืนแปรงฟันหน้ากระจกในห้องน้ำ
เขาสังเกตว่าเงาของตัวเองยังคงขยับตามปกติ
แต่เมื่อเขายิ้ม...
เงาในกระจกกลับไม่ยิ้มตาม
มันจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้นแตะกระจก
แล้วขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า
“ขอบใจที่คืนร่างให้ฉัน”
นนท์ถอยหลังด้วยความตกใจ
แต่เมื่อเขามองลงไปที่พื้น...
ไม่มีเงาของเขาอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
.
.
.
เงาที่ไม่ใช่ของเรา
ในคืนแรก เขากำลังเดินเข้าบ้านตอนประมาณสองทุ่ม ไฟหน้าบ้านส่องให้เห็นเงาของเขาบนพื้น
แต่เงานั้นกลับไม่ขยับตามเขา
นนท์หยุดเดิน
เงายังคงเดินต่อไปอีกสองก้าว ก่อนจะหยุดหันกลับมาหาเขา
เขาตกใจจนวิ่งเข้าบ้านและปิดประตูทันที
เช้าวันต่อมา เขาคิดว่าตัวเองคงตาฝาด จึงไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง
แต่คืนถัดมา เหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นอีก
คราวนี้เงาของเขายกมือขึ้นโบกให้ ทั้งที่นนท์ยืนมือแนบลำตัว
นนท์รีบเปิดไฟทุกดวงในบ้าน
แต่เงากลับหายไป
เขาตัดสินใจไปหาหลวงตาที่วัดใกล้บ้าน และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
หลวงตานิ่งไปนาน ก่อนถามว่า
“โยมไปงานศพใครมา?”
นนท์ตอบว่าเป็นงานศพของลุง
หลวงตาถามต่อว่า
“ก่อนลุงเสียชีวิต ท่านได้ฝากอะไรไว้กับโยมหรือเปล่า?”
นนท์นึกขึ้นได้ว่า ก่อนลุงเสียชีวิต ลุงเคยให้กระจกเก่าแก่เขาบานหนึ่ง โดยกำชับว่าอย่าทิ้งมันเด็ดขาด
นนท์นำกระจกกลับไปให้หลวงตาดู
เมื่อหลวงตาเห็นกระจก ก็รีบใช้ผ้าคลุมทันที
“เอากลับไปไว้ที่เดิมไม่ได้แล้วโยม”
หลวงตาบอกว่า กระจกบานนี้เคยอยู่ในบ้านเก่าของครอบครัว และมีความเชื่อว่า หากมองกระจกหลังเที่ยงคืน จะเห็นสิ่งที่ติดตามตัวเรามา
นนท์กลับบ้านและนำกระจกไปวางไว้ในห้องเก็บของ
แต่คืนนั้นเขาฝันเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ปลายเตียง
ชายคนนั้นไม่มีใบหน้า
และมีเงาสองเงาอยู่ใต้เท้า
เงาหนึ่งเป็นของเขาเอง
อีกเงาหนึ่งกำลังคลานเข้ามาหาเตียง
นนท์สะดุ้งตื่นตอนตีสาม
เขาลุกไปดื่มน้ำและเดินผ่านกระจกในห้องนั่งเล่น
ในกระจก เขาเห็นตัวเองยืนอยู่ตามปกติ
แต่เงาที่สะท้อนอยู่ด้านหลังกลับเป็นชายไร้ใบหน้า
นนท์รีบหันกลับไป
ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
เมื่อหันกลับมามองกระจกอีกครั้ง ชายคนนั้นยกมือขึ้นชี้ไปที่ห้องเก็บของ
นนท์รวบรวมความกล้า เปิดประตูห้องเก็บของ และพบกระจกเก่าถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว
เขากระชากผ้าออก
บนกระจกมีข้อความเขียนด้วยนิ้วมือเป็นรอยฝุ่นว่า
“คืนเงาให้ฉัน”
นนท์รีบคลุมกระจกและวิ่งออกจากบ้านไปวัด
หลวงตาฟังเรื่องทั้งหมดแล้วบอกให้เขากลับไปค้นเอกสารเก่าของครอบครัว
นนท์ค้นจนพบรูปถ่ายใบหนึ่ง เป็นรูปของชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างลุงของเขา
ด้านหลังรูปเขียนว่า
“พี่ชายฝาแฝดของพ่อ ผู้หายตัวไปเมื่อสี่สิบปีก่อน”
นนท์เพิ่งรู้ว่าครอบครัวเคยมีเรื่องเกี่ยวกับชายคนนี้
เขานำรูปไปให้พ่อดู
พ่อหน้าซีดทันที
พ่อเล่าว่า ชายคนนั้นหายตัวไปในคืนหนึ่ง หลังจากมีปากเสียงกับลุงเรื่องมรดก ไม่มีใครพบเขาอีกเลย
แต่ก่อนหายตัวไป เขาเคยพูดว่า
“สักวันหนึ่ง ฉันจะกลับมาเอาสิ่งที่เป็นของฉันคืน”
คืนนั้น นนท์ตัดสินใจนำกระจกไปคืนที่บ้านเก่าของครอบครัว
เขาวางกระจกไว้ในห้องเดิม แล้วรีบเดินออกมา
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกก็ดังสนั่น
นนท์หันกลับไปมอง
ในเศษกระจก เขาเห็นชายไร้ใบหน้ายืนอยู่
ชายคนนั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
และเป็นครั้งแรกที่นนท์เห็นใบหน้าของเขา
มันเหมือนนนท์ทุกอย่าง
เหมือนแม้กระทั่งรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่คิ้วขวา
นนท์รีบวิ่งออกจากบ้านเก่าโดยไม่หันกลับมาอีก
หลายวันต่อมา ทุกอย่างดูเหมือนกลับสู่ปกติ
จนกระทั่งคืนหนึ่ง นนท์ยืนแปรงฟันหน้ากระจกในห้องน้ำ
เขาสังเกตว่าเงาของตัวเองยังคงขยับตามปกติ
แต่เมื่อเขายิ้ม...
เงาในกระจกกลับไม่ยิ้มตาม
มันจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้นแตะกระจก
แล้วขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า
“ขอบใจที่คืนร่างให้ฉัน”
นนท์ถอยหลังด้วยความตกใจ
แต่เมื่อเขามองลงไปที่พื้น...
ไม่มีเงาของเขาอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
.
.
.