⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น: โมโมทาโร่เด็กชายลูกท้อ 💖✨⌛




          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขา มีชายชรากับหญิงชราสองสามีภรรยาอาศัยอยู่ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตัดฟืน ทำสวน ปลูกข้าว และช่วยเหลือเพื่อนบ้านอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะมีชีวิตสงบสุข แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองรู้สึกเศร้าอยู่ลึก ๆ ก็คือพวกเขาไม่มีลูก

          วันหนึ่ง ขณะที่คุณยายหอบตะกร้าผ้าไปซักที่แม่น้ำ เธอก็ฮัมเพลงไปพลาง น้ำในลำธารใสแจ๋วจนเห็นปลาตัวเล็กว่ายวนไปมา ขณะที่เธอกำลังขยี้เสื้อผ้าอยู่นั้น ทันใดนั้น!
          ซ่าาา! กระแสน้ำไหลเชี่ยวขึ้น และเธอเห็นอะไรบางอย่างกำลังลอยมาตามน้ำ
          “ลูกท้อเหรอ?” มันเป็นลูกท้อขนาดมหึมา! เปลือกของมันสีชมพูระเรื่อเป็นประกายราวกับทอง เธอไม่เคยเห็นผลไม้อะไรใหญ่เท่านี้มาก่อน
          “ถ้าข้านำไปให้คุณตากินล่ะก็ คงทำเป็นขนมได้ทั้งอาทิตย์แน่ ๆ!” เธอจึงใช้ไม้เขี่ยลูกท้อเข้าหาฝั่ง แล้วแบกมันกลับบ้านไปด้วยความยากลำบาก

          เมื่อคุณยายกลับถึงบ้าน คุณตาซึ่งกำลังหั่นฟืนอยู่ถึงกับยกขวานขึ้นอย่างตกใจ “เจ้าหามันมาได้ยังไง!? ใหญ่ขนาดนี้ ข้ากินได้ทั้งปีแน่ ๆ!”
          ทั้งสองหัวเราะชอบใจ คุณยายจึงเตรียมมีดเพื่อผ่าลูกท้อออก แต่แล้ว… เป๊าะ! ลูกท้อแตกออกจากกัน แสงสีทองพวยพุ่งออกมา พร้อมกับเสียงร้องของเด็กทารก! “อุแว๊! อุแว๊!”
          ทั้งคุณตาและคุณยายต่างตกตะลึง มองดูเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่กลางเปลือกท้อ ใบหน้าของเขากลมเกลี้ยง ดวงตาสุกใสเปล่งประกาย เขามีพลังเหลือล้นตั้งแต่ยังเป็นทารก!

          “โอ้! ต้องเป็นของขวัญจากสวรรค์แน่ ๆ!” คุณยายอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา น้ำตาเอ่อคลอด้วยความปลื้มปิติ
          “เราจะตั้งชื่อเขาว่า ‘โมโมทาโร่’“ คุณตากล่าว ซึ่งหมายถึง “เด็กชายลูกท้อ”
          ทั้งสองจึงเลี้ยงดูโมโมทาโร่ด้วยความรัก และเด็กชายก็เติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มน้อยที่มีเรี่ยวแรงมหาศาล แข็งแกร่งกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป และมีจิตใจกล้าหาญเหนือใคร

          หลายปีผ่านไป โมโมทาโร่เติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ แข็งแรงราวกับนักรบ เขาสามารถยกก้อนหินหนักๆ ได้เพียงมือเดียว วิ่งไล่ลมได้เร็วกว่าใคร และจิตใจของเขาก็เต็มไปด้วยความกล้าหาญและคุณธรรม

          วันหนึ่ง โมโมทาโร่ได้ยินข่าวจากชาวบ้านว่า “ยักษ์โอนิ” บนเกาะอสูร ออกอาละวาด ปล้นสะดมหมู่บ้าน และจับตัวผู้คนไปเป็นทาส
          “ข้าจะไปปราบมัน!” โมโมทาโร่ประกาศ
          คุณยายตกใจมาก “ลูกจะไปคนเดียวไม่ได้! อันตรายเกินไป!”
          คุณตาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมก่อนพูดว่า “หากเจ้าตั้งใจจะไป ข้าจะไม่ห้าม… แต่เจ้าต้องเตรียมตัวให้ดี”

          คุณยายจึงทำ “คิบิดังโกะ” (ขนมดังโงะแบบพิเศษ) ให้เป็นเสบียง คำร่ำลือบอกว่าขนมนี้ช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้ที่กินมัน
          “นี่เป็นขนมที่ดีที่สุดของข้า กินแล้วเจ้าจะมีเรี่ยวแรงมากขึ้น” คุณยายยื่นให้ โมโมทาโร่รับมันมาแล้วยิ้ม
          “ข้าจะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ!” แล้วเขาก็ออกเดินทาง

          ระหว่างทาง โมโมทาโร่เดินผ่านป่าทึบ ลมพัดแรงจนกิ่งไม้สั่นไหว และทันใดนั้นเอง…
          “โฮ่ง! โฮ่ง!” เสียงเห่าดังขึ้น สุนัขตัวหนึ่งกระโจนออกจากพุ่มไม้ ขนของมันดำสนิท ดวงตาคมกริบราวกับนักล่า “เจ้าคือใคร? ทำไมมาที่ป่าของข้า?”
          โมโมทาโร่ไม่ตอบ เขาหยิบคิบิดังโกะออกจากถุงแล้วโยนให้สุนัข “นี่คือขนมวิเศษจากคุณยายของข้า หากเจ้ากินมัน เจ้าจะมีพลังมากขึ้น”
          สุนัขรับไปกัดคำหนึ่ง แล้วจู่ๆ มันก็ตาเป็นประกาย “อร่อยมาก! ข้าจะติดตามเจ้าไป ให้ข้าช่วยสู้กับยักษ์เถอะ!”
          โมโมทาโร่พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วออกเดินทางต่อพร้อมกับสุนัข

          เดินไปได้ไม่นาน พวกเขาได้ยินเสียง “แฮ่กๆๆๆ” เหมือนเสียงหอบเหนื่อย
          ทันใดนั้น ลิงตัวหนึ่งกระโดดลงจากต้นไม้ มันจ้องโมโมทาโร่แล้วพูดว่า “ข้าได้ยินว่าเจ้ามีขนมวิเศษ! ถ้าให้ข้ากิน ข้าจะช่วยเจ้า!”
          โมโมทาโร่โยนคิบิดังโกะให้ ลิงรับไปแล้วกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “ยอดเยี่ยม! ข้าจะไปกับเจ้า!”

          ทั้งสามออกเดินทางต่อ จนมาถึงชายป่า ขณะนั้นเอง…
          ฟึ่บ! ไก่ฟ้าตัวหนึ่งบินโฉบลงมาขวางหน้า มันมองโมโมทาโร่อย่างสงสัยพลางเอ่ยถาม “ข้าเห็นพวกเจ้า พวกเจ้ากำลังจะเดินทางไปที่ไหนกัน?”
          โมโมทาโร่ไม่ตอบ เขาหยิบคิบิดังโกะออกจากถุงแล้วโยนให้ไก่ฟ้า
          ไก่ฟ้าก้มลงจิกกินขนม แล้วมันก็กระพือปีกดีใจพร้อมกับพูดว่า “รสชาติดีมาก! ข้าจะติดตามพวกเจ้าไป!”

          โมโมทาโร่ สุนัข ลิง และไก่ฟ้า เดินทางร่วมกันจนมาถึงชายฝั่ง ที่ซึ่งพวกเขาจะต้องลงเรือไปยัง “เกาะอสูร” สถานที่ที่เหล่ายักษ์โอนิอาศัยอยู่


          ทะเลสีครามทอดยาวสุดสายตา คลื่นกระทบฝั่งเป็นระลอก เสียงนกทะเลร้องก้องไปทั่ว
          “ดูนั่น! ข้าเห็นเกาะแล้ว!” ไก่ฟ้าร้องขณะบินวนอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

          เกาะอสูรตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ปราสาทสีดำของพวกยักษ์สูงตระหง่าน เมฆครึ้มปกคลุมรอบ ๆ ทำให้ที่นั่นดูน่าหวาดหวั่น บนกำแพงสูงมีพวกยักษ์ตัวใหญ่เดินลาดตระเวนไปมา
          โมโมทาโร่กำหมัดแน่น “ถึงเวลาแล้ว เราจะไปช่วยเหลือทุกคน!”

          เมื่อเรือของพวกเขาเทียบท่าที่เกาะอสูร โมโมทาโร่และพรรคพวกหลบอยู่หลังโขดหิน มองไปยังประตูปราสาทที่ถูกเฝ้าโดยยักษ์สองตัว พวกมันตัวสูงใหญ่ ดวงตาแดงก่ำ มีเขาแหลมบนศีรษะ และถือกระบองเหล็ก
          “เราจะเข้าไปได้ยังไง?” ลิงกระซิบ
          “ให้ข้าจัดการเอง!” ไก่ฟ้าพูดก่อนจะบินพุ่งขึ้นไปด้วยความเร็ว
          มันร่อนลงตรงหน้ายักษ์ ใช้ปีกฟาดใส่ดวงตาของพวกมันจนยักษ์ร้องลั่น “โอ๊ยยย! อะไรเนี่ย!?”

          ทันใดนั้น ลิงก็โหนเถาวัลย์จากต้นไม้ กระโดดข้ามกำแพงไปแล้วปลดกลอนประตู “เข้ามาเร็ว!”
          โมโมทาโร่กับสุนัขพุ่งเข้าไปข้างในทันที
          ข้างในปราสาทเต็มไปด้วยยักษ์ที่กำลังกินเหล้าและหัวเราะเสียงดัง พวกมันไม่ทันสังเกตว่า โมโมทาโร่และพรรคพวกได้เข้ามาแล้ว “พวกเราจะทำยังไงต่อ?” สุนัขถาม
          “โจมตีเลย!” โมโมทาโร่ประกาศ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่พวกยักษ์ทันที!

          โมโมทาโร่ใช้ดาบไม้ไผ่ที่คุณตาให้มา ฟาดเข้าที่ขาของยักษ์ตัวหนึ่งจนมันล้มลง ส่วนสุนัขก็กระโดดงับแขนของอีกตัว ลิงกระโดดไปขโมยอาวุธของพวกมัน และไก่ฟ้าก็ใช้กรงเล็บจิกตาของยักษ์ไม่ให้มันสู้ได้
          “พวกมันเก่งเกินไป!” ยักษ์บางตัวเริ่มถอยหนี

          แต่แล้ว… “โครมมม!!” เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้น หัวหน้ายักษ์เดินออกมาจากห้องของมัน มันตัวใหญ่กว่ายักษ์ตัวอื่น ผิวสีแดงเข้ม เขาแหลมยาว และถือกระบองใหญ่ “เจ้ากล้าบุกมาที่นี่งั้นรึ!? ข้าจะบดขยี้พวกเจ้าเอง!”
          มันเงื้อกระบองขึ้นแล้วฟาดลงมา โมโมทาโร่กระโดดหลบหวุดหวิด ก่อนจะพุ่งเข้าไปโจมตี แต่ร่างของมันแข็งแกร่งมาก
          “แบบนี้ไม่ไหวแน่!” ลิงร้อง
          “ต้องร่วมมือกัน!” โมโมทาโร่ตะโกน
          ไก่ฟ้าบินขึ้นไปจิกตาของหัวหน้ายักษ์ ทำให้มันเสียการควบคุม สุนัขพุ่งเข้าไปกัดขาของมัน ขณะที่ลิงใช้ความว่องไวขโมยกระบองไป
          “ตอนนี้แหละ!” โมโมทาโร่กระโดดขึ้นไปฟาดเข้าที่หัวของมันเต็มแรง “ตุ้บ!!!”

          หัวหน้ายักษ์ล้มลงกับพื้น “ข้ายอมแล้ว! อย่าฆ่าข้าเลย!”
          โมโมทาโร่ชี้ดาบไปที่มัน “ถ้าเจ้าให้คำมั่นว่าจะเลิกทำชั่ว และคืนสมบัติที่ขโมยไป ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
          พวกยักษ์ที่เหลือต่างพยักหน้ารัว ๆ ด้วยความกลัว
          “ข้าจะไม่ทำชั่วอีกแล้ว!” หัวหน้ายักษ์พูดเสียงสั่น ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องนำสมบัติทั้งหมดมาคืน

          หลังจากปราบยักษ์ลงได้ โมโมทาโร่และพรรคพวกก็นำสมบัติทั้งหมดลงเรือ ขณะแล่นกลับบ้าน พวกเขามองกลับไปที่เกาะอสูรที่ตอนนี้ดูเงียบสงบลง ไม่มีเสียงคำรามของยักษ์อีกต่อไป
          “พวกเราทำได้แล้ว!” ลิงกระโดดด้วยความดีใจ
          “ใช่! ชาวบ้านจะต้องดีใจแน่ๆ!” ไก่ฟ้ากล่าว

          เมื่อพวกเขากลับมาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างออกมาต้อนรับ พวกเขาดีใจมากที่โมโมทาโร่ปราบยักษ์ได้สำเร็จและนำสมบัติกลับคืนมา ทุกคนต่างพากันโห่ร้องไชโยอย่างกึกก้อง
          คุณตาคุณยายรีบวิ่งโผเข้ามากอดโมโมทาโร่ด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ “เจ้ากลับมาแล้ว! เราภูมิใจในตัวเจ้ามาก!”
          โมโมทาโร่ยิ้ม ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าทำสำเร็จแล้ว!“

          นับแต่นั้นมา หมู่บ้านก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง และชื่อของ “โมโมทาโร่” ก็กลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น



(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นจะนำพาเราไปสู่ชัยชนะ แม้ว่าหนทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรค หากเราไม่ยอมแพ้ ก็จะสามารถก้าวข้ามมันไปได้ , ความสามัคคีคือพลังที่ยิ่งใหญ่ และ การใช้สติปัญญาสำคัญกว่ากำลังเพียงอย่างเดียว

          “พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กำลัง แต่คือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้”)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่