วันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ประกาศข้อตกลงกรอบความร่วมมือระยะ 10 ปี เมื่อ2026 ตามเวลาสหรัฐฯ
ข้อตกลงนี้บริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ต้องทำการผลิตเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 Lightning II ให้สหรัฐฯ อย่างน้อย 850 ลำ โดยหากข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นสัญญาใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปีของโครงการ F-35
https://www.facebook.com/share/p/1C6t8CNVB1/?mibextid=wwXIfr
ยังไม่ใช่คำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ
แม้ตัวเลข 850 ลำจะดูยิ่งใหญ่ แต่ข้อตกลงนี้ยังไม่ใช่คำสั่งซื้อจริง ทั้งรอยเตอร์สและเดอะฮิลล์ (The Hill) รายงานว่าข้อตกลงนี้เป็นเพียงกรอบสัญญาระยะยาวที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า สภาคองเกรสต้องอนุมัติอำนาจทำสัญญาหลายปีและจัดสรรงบประมาณก่อน หลังจากนั้นสำนักงานโครงการร่วม F-35 กับล็อกฮีดจึงจะเจรจาราคา เงื่อนไข และกำหนดส่งมอบ เพื่อทำสัญญาอย่างเป็นทางการ
ข้อตกลงนี้ไม่ได้เป็นการซื้อรวดเดียว
โดยตัวเลข 850 ลำคือยอดขั้นต่ำที่จะทยอยผลิตตลอด 10 ปี ซึ่งบริษัทล็อกฮีดตั้งเป้ารักษากำลังผลิตไว้ที่ปีละ 156 ลำ รวมคำสั่งซื้อของประเทศพันธมิตรในล็อตการผลิตที่ 21 ถึง 30 ด้วย ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมยังไม่เปิดเผยมูลค่ารวมของข้อตกลง
ซื้อเครื่องพร้อมอะไหล่และงานซ่อมบำรุง
นอกจากตัวเครื่องบิน ข้อตกลงยังรวมอะไหล่ชุดแรก ชุดอุปกรณ์อัปเกรดตลอด 10 ปี และงานซ่อมบำรุงฝูงบิน F-35 ทั่วโลก การรวมทุกอย่างไว้ในสัญญาเดียวช่วยให้รัฐบาลสั่งซื้อในปริมาณมาก จึงได้ส่วนลดและวางแผนงบประมาณล่วงหน้าได้
ข้อตกลงนี้ยังช่วยแก้ปัญหาเดิมของโครงการ ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ต้องเจรจาสัญญาใหม่ทุกปี ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนวางแผนระยะยาวได้ยาก เมื่อรู้ยอดสั่งซื้อล่วงหน้า ซัพพลายเออร์จะซื้อวัตถุดิบล็อตใหญ่ได้ ช่วยลดเวลารอชิ้นส่วนและทำให้เครื่องบินพร้อมปฏิบัติภารกิจได้มากขึ้น
ล็อกฮีดลงทุนเอง 235,200 ล้านบาท
ล็อกฮีดจะลงทุนด้วยเงินของบริษัทเองอย่างน้อย 7,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 235,200 ล้านบาท ในโครงการที่สนับสนุน F-35 แลกกับคำมั่นสั่งซื้อระยะยาว ไมเคิล ดัฟฟีย์ (Michael P. Duffey) ปลัดกระทรวงฝ่ายจัดหา ระบุว่าข้อตกลงนี้ผูกแรงจูงใจทางการเงินของบริษัทไว้กับผลงานจริง เพื่อให้กองทัพได้อาวุธที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
ล็อกฮีดประเมินว่าโครงการจะช่วยรักษาตำแหน่งงานในสหรัฐฯ ราว 317,000 ตำแหน่ง และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจราว 79,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ 2.65 ล้านล้านบาท ตลอด 10 ปีข้างหน้า ปัจจุบัน F-35 เป็นหัวใจของธุรกิจอากาศยานของล็อกฮีด ซึ่งคิดเป็นเกือบ 40% ของรายได้รายไตรมาสของบริษัท
ยังต้องฝ่าด่านสภาคองเกรส
เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ถูกยกให้เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ด้วยเทคโนโลยีล่องหนที่ช่วยหลบการตรวจจับของเรดาร์ แต่โครงการนี้ก็ถูกสภาคองเกรสตรวจสอบมาตลอด เพราะงบบานปลายและราคาต่อลำที่สูง เมื่อปี 2017 ทรัมป์ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดีเคยกดดันให้ล็อกฮีดลดราคาต่อลำมาแล้ว
ทั้งนี้ บริษัท ล็อกฮีดหวังว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติอำนาจทำสัญญาหลายปีภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ผลการพิจารณาของสภาจะเป็นตัวตัดสินว่าข้อตกลง 850 ลำนี้จะกลายเป็นสัญญาจริงหรือไม่
ที่มาของข้อมูล Lockheed Martin, The War Zone
ขั้นตอนการสั่งซื้อ F-35 ตามข้อตกลงนี้ สรุปสั้น ๆ ได้ 6 ข้อ
1. ทำข้อตกลงกรอบ: เพนตากอนกับล็อกฮีดตกลงกันว่าจะผลิตอย่างน้อย 850 ลำใน 10 ปี ขั้นนี้ทำเสร็จแล้วเมื่อ 22 ต.ค. 2026 แต่ยังไม่ใช่คำสั่งซื้อ
2. สภาคองเกรสให้อำนาจ: สภาต้องอนุมัติให้รัฐบาลทำสัญญาผูกพันหลายปีได้ เพราะตามปกติต้องทำสัญญาใหม่ทุกปี
3. สภาจัดสรรงบประมาณ: สภาต้องอนุมัติเงินที่จะใช้ซื้อจริง
4. เจรจาสัญญาจริง: สำนักงานโครงการ F-35 กับล็อกฮีดตกลงราคา เงื่อนไข และกำหนดส่งมอบ
5. ลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการ: ขั้นนี้จึงนับเป็นคำสั่งซื้อจริง
6. ทยอยผลิตและส่งมอบ: ผลิตราวปีละ 156 ลำรวมของต่างประเทศ พร้อมส่งอะไหล่ ชุดอัปเกรด และงานซ่อมบำรุงตลอด 10 ปี
ตอนนี้ดีลนี้อยู่ที่ขั้นที่ 1 และกำลังรอขั้นที่ 2 กับ 3 จากสภาคองเกรส
ที่มาของข้อมูล
https://www.war.gov/News/Releases/Release/Article/4631150/department-of-war-and-lockheed-martin-finalize-landmark-10-year-f-35-deal-secur/
https://investors.lockheedmartin.com/news-releases/news-release-details/new-framework-agreement-multiyear-f-35-production-and
สหรัฐ สั่งซื้อ F-35 จำนวน 850 ลำ ใน 10 ปี แต่ยังต้องผ่านสภาคลองเกรส
ข้อตกลงนี้บริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ต้องทำการผลิตเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 Lightning II ให้สหรัฐฯ อย่างน้อย 850 ลำ โดยหากข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นสัญญาใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปีของโครงการ F-35
https://www.facebook.com/share/p/1C6t8CNVB1/?mibextid=wwXIfr
ยังไม่ใช่คำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ
แม้ตัวเลข 850 ลำจะดูยิ่งใหญ่ แต่ข้อตกลงนี้ยังไม่ใช่คำสั่งซื้อจริง ทั้งรอยเตอร์สและเดอะฮิลล์ (The Hill) รายงานว่าข้อตกลงนี้เป็นเพียงกรอบสัญญาระยะยาวที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า สภาคองเกรสต้องอนุมัติอำนาจทำสัญญาหลายปีและจัดสรรงบประมาณก่อน หลังจากนั้นสำนักงานโครงการร่วม F-35 กับล็อกฮีดจึงจะเจรจาราคา เงื่อนไข และกำหนดส่งมอบ เพื่อทำสัญญาอย่างเป็นทางการ
ข้อตกลงนี้ไม่ได้เป็นการซื้อรวดเดียว
โดยตัวเลข 850 ลำคือยอดขั้นต่ำที่จะทยอยผลิตตลอด 10 ปี ซึ่งบริษัทล็อกฮีดตั้งเป้ารักษากำลังผลิตไว้ที่ปีละ 156 ลำ รวมคำสั่งซื้อของประเทศพันธมิตรในล็อตการผลิตที่ 21 ถึง 30 ด้วย ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมยังไม่เปิดเผยมูลค่ารวมของข้อตกลง
ซื้อเครื่องพร้อมอะไหล่และงานซ่อมบำรุง
นอกจากตัวเครื่องบิน ข้อตกลงยังรวมอะไหล่ชุดแรก ชุดอุปกรณ์อัปเกรดตลอด 10 ปี และงานซ่อมบำรุงฝูงบิน F-35 ทั่วโลก การรวมทุกอย่างไว้ในสัญญาเดียวช่วยให้รัฐบาลสั่งซื้อในปริมาณมาก จึงได้ส่วนลดและวางแผนงบประมาณล่วงหน้าได้
ข้อตกลงนี้ยังช่วยแก้ปัญหาเดิมของโครงการ ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ต้องเจรจาสัญญาใหม่ทุกปี ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนวางแผนระยะยาวได้ยาก เมื่อรู้ยอดสั่งซื้อล่วงหน้า ซัพพลายเออร์จะซื้อวัตถุดิบล็อตใหญ่ได้ ช่วยลดเวลารอชิ้นส่วนและทำให้เครื่องบินพร้อมปฏิบัติภารกิจได้มากขึ้น
ล็อกฮีดลงทุนเอง 235,200 ล้านบาท
ล็อกฮีดจะลงทุนด้วยเงินของบริษัทเองอย่างน้อย 7,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 235,200 ล้านบาท ในโครงการที่สนับสนุน F-35 แลกกับคำมั่นสั่งซื้อระยะยาว ไมเคิล ดัฟฟีย์ (Michael P. Duffey) ปลัดกระทรวงฝ่ายจัดหา ระบุว่าข้อตกลงนี้ผูกแรงจูงใจทางการเงินของบริษัทไว้กับผลงานจริง เพื่อให้กองทัพได้อาวุธที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
ล็อกฮีดประเมินว่าโครงการจะช่วยรักษาตำแหน่งงานในสหรัฐฯ ราว 317,000 ตำแหน่ง และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจราว 79,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ 2.65 ล้านล้านบาท ตลอด 10 ปีข้างหน้า ปัจจุบัน F-35 เป็นหัวใจของธุรกิจอากาศยานของล็อกฮีด ซึ่งคิดเป็นเกือบ 40% ของรายได้รายไตรมาสของบริษัท
ยังต้องฝ่าด่านสภาคองเกรส
เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ถูกยกให้เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ด้วยเทคโนโลยีล่องหนที่ช่วยหลบการตรวจจับของเรดาร์ แต่โครงการนี้ก็ถูกสภาคองเกรสตรวจสอบมาตลอด เพราะงบบานปลายและราคาต่อลำที่สูง เมื่อปี 2017 ทรัมป์ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดีเคยกดดันให้ล็อกฮีดลดราคาต่อลำมาแล้ว
ทั้งนี้ บริษัท ล็อกฮีดหวังว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติอำนาจทำสัญญาหลายปีภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ผลการพิจารณาของสภาจะเป็นตัวตัดสินว่าข้อตกลง 850 ลำนี้จะกลายเป็นสัญญาจริงหรือไม่
ที่มาของข้อมูล Lockheed Martin, The War Zone
ขั้นตอนการสั่งซื้อ F-35 ตามข้อตกลงนี้ สรุปสั้น ๆ ได้ 6 ข้อ
1. ทำข้อตกลงกรอบ: เพนตากอนกับล็อกฮีดตกลงกันว่าจะผลิตอย่างน้อย 850 ลำใน 10 ปี ขั้นนี้ทำเสร็จแล้วเมื่อ 22 ต.ค. 2026 แต่ยังไม่ใช่คำสั่งซื้อ
2. สภาคองเกรสให้อำนาจ: สภาต้องอนุมัติให้รัฐบาลทำสัญญาผูกพันหลายปีได้ เพราะตามปกติต้องทำสัญญาใหม่ทุกปี
3. สภาจัดสรรงบประมาณ: สภาต้องอนุมัติเงินที่จะใช้ซื้อจริง
4. เจรจาสัญญาจริง: สำนักงานโครงการ F-35 กับล็อกฮีดตกลงราคา เงื่อนไข และกำหนดส่งมอบ
5. ลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการ: ขั้นนี้จึงนับเป็นคำสั่งซื้อจริง
6. ทยอยผลิตและส่งมอบ: ผลิตราวปีละ 156 ลำรวมของต่างประเทศ พร้อมส่งอะไหล่ ชุดอัปเกรด และงานซ่อมบำรุงตลอด 10 ปี
ตอนนี้ดีลนี้อยู่ที่ขั้นที่ 1 และกำลังรอขั้นที่ 2 กับ 3 จากสภาคองเกรส
ที่มาของข้อมูล
https://www.war.gov/News/Releases/Release/Article/4631150/department-of-war-and-lockheed-martin-finalize-landmark-10-year-f-35-deal-secur/
https://investors.lockheedmartin.com/news-releases/news-release-details/new-framework-agreement-multiyear-f-35-production-and