ช่วยหน่อยนะคะ กับคำถามนี้ “ทำไมถึงกลับมาอยู่บ้านล่ะ” กับความผิดพลาดของชีวิตที่น่าอายมาก

กระทู้สนทนา
อยากจะมาถามความเห็นทุกคน ว่าเราควรตอบคำถามนี้ยังไงดี รู้สึกอัดอึดใจตลอดเวลาที่เจอคำถามนี้ และอายมาก คิดว่าครอบครัวจะอายเหมือนกันเวลาที่เจอคำถามนี้ ขอเล่าเหตุการณ์ก่อน

คือเราเป็นคนที่บ้านอยู่ไกลจากตัวเมือง ลองจับจีพีเอสดูแล้ว ประมาณ 40 นาทีจะถึงตัวเมือง เราเข้ามาเรียนในเมืองตั้งแต่ม.ต้น เพราะรรในอำเภอตอนนั้น มีโรงเรียนมัธยมเพียงโรงเรียนเดียว และผอ.เขาก็ดูไม่ค่อยพัฒนาคุณภาพนักเรียนสักเท่าไร (ตอนนี้เปลี่ยนผอ.คนใหม่ โรงเรียนดีขึ้นมากๆ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก) เลยคิดจะเข้าไปเรียนในเมืองตั้งแต่เด็กๆ ไปเรียนม.ต้นอยู่หอใน ค่าเทอมค่อนข้างแพง(รวมค่าหอ) มีคุณครูคุมหอตลอด อยู่หอพักหญิงแยกกับหอพักชาย แต่ม.ปลายย้ายรร. เนื่องจากโรงเรียนที่เรียนตอนม.ต้น ค่าเทอมตอนม.ปลายแพงมากๆ เลยขำเป็นต้องย้ายรร. แต่ก็ยังเรียนในเมืองเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากหอใน เป็นหอนอก ตอนนั้นความคิด คิดว่าอิสระแน่นอน จะไปเที่ยวไหนก็ได้ ยิ่งอยู่ในเมืองด้วย แต่เราไม่ได้มีความคิดไปทางนั้นเลย (18+) แต่การที่ออกมาอยู่หอนอกมันก็ปรับตัวยากเช่นกัน มันทั้งเคว้ง ทั้งเหงา ตั้งแต่วันแรกที่เข้าหอ เรานอนไม่หลับเลย แต่หลังๆเริ่มปรับตัวได้มากขึ้น แต่เนื่องจากย้ายรร ด้วย แล้วรรที่ย้ายไป (เราอยู่ห้องเรียนพิเศษ) เด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กเก่าตอนม.ต้น และเพื่อนรู้จักกันอยู่แล้ว และดูสนิทกัน ส่วนใหญ่สังคมที่นั่นจะอยู่เป็นกลุ่มกัน และเพื่อนห้องเราตั้งใจเรียนกันมาก และดูเหมือนเข้าหาคนไม่ค่อยเก่ง เข้าถึงยาก จากครส.เรา เราเหงามาก รู้สึกปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นเลย ตอนม.ต้น ก็ย้ายมาจากต่างอำเภอคนเดียว แต่เข้ากับเพื่อนได้ อาจจะเป็นเพราะอยู่หอในด้วยและเป็นเด็ก เด็กน่าจะปรับเข้ากันได้มากกว่าวัยรุ่น  เราแทบไม่ได้คุยกับใครเลยในรร. เวลาที่ไปไหนมาไหน เพื่อนๆเขาก็ไปเป็นกลุ่มกัน และไม่หันกลับมาชวนเราเลย เราเองก็ไม่กล้าเข้าหา เพราะเกรงใจ กลัวด้วย เราจะเข้าหาหรือชวนคุยเฉพาะเวลาที่ตัวเองคิดว่ามันเหมาะสมที่จะพูด เวลาไปกินข้าวเขาก็ไม่รอเรา และเราเสียใจที่เข้ากับเพื่อนไม่ได้ จนทำให้รร.ไม่น่าไป และเราลารร.ทุกอาทิตย์ บ่อยมาก อาทิตย์ละ1-2 วัน (ช่วงเทอม1เรียนหนักมาก มีคาบเย็นทุกวันจนบางทีคิดว่าเหนื่อย ควรลา หรือไม่ก็มีสอบเลยลาอ่านหนังสือเฉพาะวันที่มีเรียนวิชาที่หน่วยกิตน้อย เพื่อนส่วนใหญ่ทำเช่นกัน) มันอาจจะเป็นอีกสาเหตนึงที่ทำให้เราเข้ากับเพื่อนได้ช้าเช่นกัน แต่เทอม2 หลังจากที่เราเห็นเกรดเราตก และเราเริ่มพยายามเข้าหาเพื่อนมากขึ้น กล้าคุยมากขึ้นแล้ว เราก็พยายามไปรร.ทุกวัน นั่นถือว่าชีวิตเรา complete มากแล้ว

..จบเรื่องเพื่อน.. เข้าสู่เรื่องต่อไป

เราเหงา และลองเล่นแอปหาคู่ และเราได้คุยกับผช.คนนึง เป็นรุ่นพี่เรา 3 ปี ยังไม่ได้ตกลงคบกัน คุยมาสักพักแล้ว แล้วเราก็ไปเดินหาของกินตลาดกลางคืนกัน แล้วเขาก็ชวนเปิดห้อง ซึ่งเราเองก็ยอม จากนั้นก็มีพสพ.กัน (ตอนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ และลืมว่ามันอาจจะเร็วเกินไป และไม่คิดให้ดีกว่านี้ คิดเพียงแค่ป้องกันก็ถือว่าไม่มีอะไรแล้ว) นอนค้างด้วยกัน แล้วเราถ่ายรูปเอาไว้ มันเป็นความไม่รอบคอบของเราเอง ตอนนั้นเขาหลับเราคิดแค่ว่าเราจะแกล้งเขา เราส่งให้เขาดูทางไลน์ และกดซ่อนในอัลบั้มโทรศัพท์เรียบร้อย
** แต่ไม่ได้ลบจากไลน์***

จนวันนึงน้องเราเอาไอแพดไปเล่น น้องรู้รหัสไอแพดเรา แล้วไปเปิดดูในไลน์ น้องเห็นภาพนั้นและส่งเข้าไปในแชทกลุ่มครอบครัวที่มีทุกคนในบ้านอยู่ รวมถึงเก็บภาพไว้เอง และส่งซ้ำแบบนั้นหลายๆภาพ จนเราแทบจะอ้อนวอนขอให้ลบ สุดท้ายก็ส่ง ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ถูก อยากกดออกจากกลุ่มมาก รนมากๆ และขาสั่นไปหมด แม่เราเห็นรูป และโทรมาหาเรา และคุยกันตกลงกัน วันนั้นเราเครียดมาก เหมือนทุกอย่างรุมไปหมด จากที่คิดว่าปกติ กลายเป็นเรื่องเลวร้ายในชีวิต ทุกอย่างจะจบ เราทำครอบครัวผิดหวังด้วยความรักสนุกของเราเอง และครอบครัวก็คุยกับผช.คนนั้นเรียบร้อยแล้ว เขาตัดสินใจให้เลิกติดต่อกัน และจะไม่เอาเรื่องทางกฎหมาย

และถึงประเด็นคือ เราไม่ได้อยู่หอพักต่อ แม่เราขับรับส่งเราทุกวัน ซึ่งตอนนี้เราได้รู้แล้วว่าสิ่งที่เราทำมันผิด และเราจะไม่ทำอีกแล้ว เพราะมันทำให้ทุกคนลำบากไปหมด แต่มันผ่านมาแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาคือ มีคนมาถามเราอยู่ตลอด ว่าทำไมถึงอยู่บ้าน ไม่ได้อยู่หอแล้ว เพราะการที่อยู่หอมันสบายกว่ามากๆ อยู่บ้านต้องทำให้คนรับส่งเหนื่อย รวมถึงค่าน้ำมันก็แพง เราเลยอยากปรึกษาว่า เราควรตอบกับคำถามนี้อย่างไรดี

“ทำไมถึงไม่อยู่หอแล้วล่ะ..”

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่