งานเปิดบ้านฉลองครบรอบ 30 ปี "หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์" ในซอยประชาชื่น 46 สุดเขตบางซื่อ เมื่อช่วงสาย ๆ วันพุธที่ผ่านมา คลาคล่ำด้วยบรรดานักการเมืองจากทุกฝ่าย ผู้บริหาร-ผู้ให้การอุปถัมภ์ รวมถึงแฟนคลับนักอ่านที่มาร่วมอวยพรให้ทีมงานไทยโพสต์อยู่ดีมีสุขไปอีกยืนยาว
โดยไฮไลท์ของงานอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล" ที่เจียดเวลามอบกระเช้าอวยพรต่อหน้าคุณโรจ งามแม้น หรือ "เปลว สีเงิน" ประมุขใหญ่ของบริษัทฯ ทำให้พื้นที่ออฟฟิศ ลานกว้าง และทางเดินรถนั่นแคบถนัดตา
ภาพตีพิมพ์ใน นสพ.ไทยโพสต์
ฉบับวันที่ 22 ต.ค. 2569
นอกจากนี้ยังเหลือบเห็นอดีตคนบันเทิงที่ผันตัวไปทำงานรับใช้สังคม เช่นพี่อี้-แทนคุณ จิตต์อิสระ และพี่เบ็คกี้-ริสา หงส์หิรัญ โผล่ร่วมอวยพรถึงออฟฟิศไทยโพสต์อีกด้วย
เรียกว่างานนี้อิ่มเอิบด้วยรอยยิ้มและไมตรี ในฐานะที่ไทยโพสต์ยืนหยัดเป็นสื่อกลางต่อสังคมทุกด้านและนักอ่านทุกระดับมานานถึง 3 ทศวรรษ แถมยังเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับวันคล้ายวันเกิดไปอ่านแบบฟรี ๆ เป็นที่ระลึก เรียกว่าประหยัดเงินแต่สาระโคตรคุ้ม
โดยส่วนพิเศษของฉบับครบรอบในปีนี้คือ...บทใจความสำคัญจากงานเสวนา "เหลียวหลังแลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย" ที่ทางไทยโพสต์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นการรื้อฟื้นบาดแผลการเมืองไทยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาให้ทุก ๆ คนเรียนรู้ข้อเท็จจริงอย่างง่าย ๆ
แทนที่จะรายงานประวัติหนังสือพิมพ์ หรือสรุปปรากฏการณ์สำคัญในรอบ 30 ปี ทั้งเศรษฐกิจ สังคม กีฬา บันเทิง ให้สมกับวาระผลัดเปลี่ยนทศวรรษอย่างที่คนข้างบ้านเคยทำ
หรือว่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวพันทิปขอ แต่สุดท้ายไทยโพสต์ก็มิได้นำเสนอเลย...ฉบับนี้จึงจัดพิมพ์ไปตามปรกติเช่นทุกวัน แม้จะมีส่วนพิเศษอีกแค่ 4 หน้าก็ตาม
แต่คอลัมน์ที่ฉันยกให้เป็นทีเด็ดสุด ๆ ในฉบับนี้ เห็นจะเป็นถ้อยแถลงจากท่านลุงเปลวเจ้าเก่า โดยเล่าอย่างละเอียดยิบถึงเรื่องความผันแปรของตลาดสื่อ หากใครพลาดของจริงก็ลองไปอ่านย้อนหลังทางเว็บไซต์ของพวกเขาแล้วกันนะ
ฉันในฐานะแฟนประจำคนหนึ่งก็หวังว่า นับจากทศวรรษใหม่ "ไทยโพสต์" จะยังคงสื่อสารรายงานความเป็นไปที่จริงจัง สด ลึก เข้มข้น สะท้อนสิ่งรายรอบด้วยความคิดเห็นต่าง ๆ ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมคือ "อิสรภาพแห่งความคิด"
"ไทยโพสต์" จะเป็นหนังสือพิมพ์ที่ยังตั้งตระหง่านบนแผงหนังสือ ด้วยเนื้อหาและการจัดหน้าที่สบายตา ฟอนต์ยังเป็นอมตะ ไว้เป็นจดหมายเหตุให้ชนรุ่นหลังที่เดินผ่านได้บริโภค
ไม่แน่ว่า สักวันเราอาจจะเห็นนักสะสมสักคนสองคนจัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์ไทยโพสต์" ให้ท่านลุงเปลวได้ชื่นชม กันลืม
ขอร่วมยินดีและเป็นกำลังใจด้วยใจจริง สวัสดี.
"ไทยโพสต์" สู่ทศวรรษที่ 4-หนังสือพิมพ์ไม่มีวันตาย
โดยไฮไลท์ของงานอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล" ที่เจียดเวลามอบกระเช้าอวยพรต่อหน้าคุณโรจ งามแม้น หรือ "เปลว สีเงิน" ประมุขใหญ่ของบริษัทฯ ทำให้พื้นที่ออฟฟิศ ลานกว้าง และทางเดินรถนั่นแคบถนัดตา
ภาพตีพิมพ์ใน นสพ.ไทยโพสต์
ฉบับวันที่ 22 ต.ค. 2569
นอกจากนี้ยังเหลือบเห็นอดีตคนบันเทิงที่ผันตัวไปทำงานรับใช้สังคม เช่นพี่อี้-แทนคุณ จิตต์อิสระ และพี่เบ็คกี้-ริสา หงส์หิรัญ โผล่ร่วมอวยพรถึงออฟฟิศไทยโพสต์อีกด้วย
เรียกว่างานนี้อิ่มเอิบด้วยรอยยิ้มและไมตรี ในฐานะที่ไทยโพสต์ยืนหยัดเป็นสื่อกลางต่อสังคมทุกด้านและนักอ่านทุกระดับมานานถึง 3 ทศวรรษ แถมยังเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับวันคล้ายวันเกิดไปอ่านแบบฟรี ๆ เป็นที่ระลึก เรียกว่าประหยัดเงินแต่สาระโคตรคุ้ม
โดยส่วนพิเศษของฉบับครบรอบในปีนี้คือ...บทใจความสำคัญจากงานเสวนา "เหลียวหลังแลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย" ที่ทางไทยโพสต์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นการรื้อฟื้นบาดแผลการเมืองไทยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาให้ทุก ๆ คนเรียนรู้ข้อเท็จจริงอย่างง่าย ๆ
แทนที่จะรายงานประวัติหนังสือพิมพ์ หรือสรุปปรากฏการณ์สำคัญในรอบ 30 ปี ทั้งเศรษฐกิจ สังคม กีฬา บันเทิง ให้สมกับวาระผลัดเปลี่ยนทศวรรษอย่างที่คนข้างบ้านเคยทำ
หรือว่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวพันทิปขอ แต่สุดท้ายไทยโพสต์ก็มิได้นำเสนอเลย...ฉบับนี้จึงจัดพิมพ์ไปตามปรกติเช่นทุกวัน แม้จะมีส่วนพิเศษอีกแค่ 4 หน้าก็ตาม
แต่คอลัมน์ที่ฉันยกให้เป็นทีเด็ดสุด ๆ ในฉบับนี้ เห็นจะเป็นถ้อยแถลงจากท่านลุงเปลวเจ้าเก่า โดยเล่าอย่างละเอียดยิบถึงเรื่องความผันแปรของตลาดสื่อ หากใครพลาดของจริงก็ลองไปอ่านย้อนหลังทางเว็บไซต์ของพวกเขาแล้วกันนะ
ฉันในฐานะแฟนประจำคนหนึ่งก็หวังว่า นับจากทศวรรษใหม่ "ไทยโพสต์" จะยังคงสื่อสารรายงานความเป็นไปที่จริงจัง สด ลึก เข้มข้น สะท้อนสิ่งรายรอบด้วยความคิดเห็นต่าง ๆ ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมคือ "อิสรภาพแห่งความคิด"
"ไทยโพสต์" จะเป็นหนังสือพิมพ์ที่ยังตั้งตระหง่านบนแผงหนังสือ ด้วยเนื้อหาและการจัดหน้าที่สบายตา ฟอนต์ยังเป็นอมตะ ไว้เป็นจดหมายเหตุให้ชนรุ่นหลังที่เดินผ่านได้บริโภค
ไม่แน่ว่า สักวันเราอาจจะเห็นนักสะสมสักคนสองคนจัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์ไทยโพสต์" ให้ท่านลุงเปลวได้ชื่นชม กันลืม
ขอร่วมยินดีและเป็นกำลังใจด้วยใจจริง สวัสดี.