เปลี่ยนอีก 100 โค้ช แมนยูก็จะเหมือนเดิม สิ่งที่ต้องทำก็คือ...

ในการปกครองคน ให้ลูกน้องทำงานให้เรา สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ

ผมไม่รู้ว่า แมนยูเริ่มเปลี่ยนจากคำว่าผู้จัดการทีมมาใช้คำว่าโค้ชตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ลองนึกสภาพว่า ถ้าบอกว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นโค้ชของแมนยู มันดูกระจอกขนาดไหน (ขออภัยที่ใช้คำพูดตรงๆ)

เนื่องจากรายได้ของนักเตะ เป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีม อย่างที่บอก ผู้นำต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ ซึ่งพระเดชที่มีอำนาจมากที่สุด นั่นคือ เงิน

ถ้าไม่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องเงิน สิ่งที่ทดแทนคือ การใช้กำลัง

ถ้าเซอร์อเล็กซ์เป็นแค่โค้ช แล้วไปตะคอกใส่หน้านักเตะที่เล่นไม่ดีหรือไม่ตั้งใจเล่นแบบที่ทำเป็นประจำ รับรองว่าโดนสวนกลับแน่นอน

ปกติ ถ้าเป็นผู้จัดการทีมแล้วโดนนักเตะสวนกลับมา พรุ่งนี้นักเตะคนนั้นหาทีมใหม่ได้เลย ต่อให้เป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมก็ตาม หรือถ้าเบาหน่อยก็อาจจะหักเงินเดือน ตัดค่าแรง ฯลฯ

แต่ส่วนใหญ่ไม่มีนักเตะคนไหนกล้า ถ้าไม่เหลืออดจริงๆ

แต่ถ้าเป็นแค่โค้ช ต้องไปขออนุญาตบอร์ดหรือผู้มีอำนาจก่อน แน่นอนว่า คนที่ไม่โดนกับตัวเอง (หมายถึงโดนนักเตะทำแบบนั้น) จะไม่รู้สึกเหมือนคนที่โดน

เราจึงเห็นทางออกของโค้ชทุกคนที่ผ่านมา ต้องใช้กำลังบ้าง เช่น ชกทีวี หรือบางคนก็ร้องไห้บ้าง ดูน่าสมเพซอย่างที่สุด

สรุป แมนยูต้องมีผู้จัดการทีม ไม่ใช่โค้ช
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่