พฤติกรรมของ (ทอม) ในที่ทำงาน บุญปาบมากแม่

กระทู้สนทนา
🎭 ละครตีแผ่ชีวิตออฟฟิศ: คนอะไรเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นความรับผิดชอบตนเอง
พฤติกรรมของ (ทอม) ในที่ทำงาน บุญปาบมากแม่

1: เข้ามาทำงานได้เดือนเดียว แต่เรื่องรักกลับไปไกลกว่างาน
ก่อนเริ่มงาน บริษัทมีกฎชัดเจนว่าไม่ควรนำเรื่องความรักหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวมาปะปนกับการทำงาน เพราะต้องการให้ทุกคนทำงานอย่างเป็นระเบียบและเป็นมืออาชีพ
แต่พอเข้ามาทำงานได้เพียงเดือนเดียว พนักงานคนนี้กลับเริ่มมีพฤติกรรมสนิทสนมกับผู้หญิงหลายคน ชอบหยอก ชอบเต๊าะ จนบางครั้งทำให้คนรอบข้างเริ่มหวั่นไหว และบรรยากาศในการทำงานก็ไม่เหมือนเดิม
เรื่องที่ควรให้ความสำคัญที่สุดอย่างงาน กลับกลายเป็นเรื่องรองลงมา

2: ความรักที่ให้ความหวัง แต่ไม่รู้ว่าจริงใจแค่ไหน
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวซับซ้อนขึ้น คือพฤติกรรมด้านความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะเข้าหาผู้หญิงหลายคน จนเกิดคำถามว่า ตกลงแล้วต้องการความสัมพันธ์ที่จริงจัง หรือเพียงแค่ชอบความรู้สึกที่มีคนมาสนใจ?
บางคนอาจมองว่าเป็นแค่การหยอกล้อธรรมดา แต่สำหรับคนที่รับคำพูดเหล่านั้นไปคิดจริงจัง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
เพราะการให้ความหวังใครสักคนไม่ใช่เรื่องสนุก หากอีกฝ่ายเชื่อในสิ่งที่เราพูด แต่สุดท้ายกลับพบว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ได้มีความหมายอย่างที่คิด
ความรู้สึกของคนอื่นไม่ใช่ของเล่น และความไว้ใจไม่ใช่สิ่งที่ควรนำมาทดลอง

3: ปากบอกอยากทำงานให้เพอร์เฟกต์ แต่ผลงานกลับสวนทาง
ผ่านไปสองเดือน เรื่องงานก็เริ่มกลายเป็นปัญหา มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหลายครั้ง และทุกครั้งก็มักมีเหตุผลตามมาเพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
คำว่า “อยากให้งานเพอร์เฟกต์” ถูกหยิบมาใช้เป็นคำอธิบายอยู่บ่อยครั้ง แต่คำถามคือ ถ้าต้องการให้งานสมบูรณ์แบบจริง ๆ ทำไมถึงไม่ตรวจสอบให้รอบคอบตั้งแต่แรก?
หัวหน้างานเตือนแล้ว แนะนำแล้ว และเปิดโอกาสให้ปรับปรุงตัวแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป พฤติกรรมเดิมก็ยังเกิดขึ้นซ้ำอีก
จนคนรอบข้างเริ่มเหนื่อยกับการฟังเหตุผล มากกว่าการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ

4: เมื่อความน่าเชื่อถือเริ่มหมดลง
การทำงานร่วมกันไม่ได้วัดกันแค่ความสามารถ แต่ยังวัดจากความซื่อสัตย์ การรักษาคำพูด และความรับผิดชอบด้วย
หากคำพูดกับการกระทำไม่ตรงกันอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องความสัมพันธ์ สุดท้ายความเชื่อใจก็ย่อมลดลง
คนที่เคยได้รับโอกาสอาจไม่ได้รับโอกาสแบบเดิมตลอดไป เพราะความอดทนของคนอื่นก็มีขีดจำกัดเช่นกัน
5: บทสรุปของเรื่อง เมื่อถึงวันที่ต้องเดินออกไป
ท้ายที่สุด พนักงานคนนี้ก็ออกจากงาน ทิ้งไว้เป็นบทเรียนให้คนที่ยังทำงานอยู่ได้ทบทวนว่า การทำงานในองค์กรไม่ใช่แค่การทำให้ตัวเองดูดี แต่ต้องทำให้คนอื่นสามารถไว้วางใจเราได้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องความรัก หากต้องการให้คนอื่นเชื่อใจ ก็ต้องเริ่มจากการพูดความจริง เคารพความรู้สึกของคนอื่น และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ
เพราะสุดท้ายแล้ว ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นอาจทำให้คนเชื่อได้ในช่วงแรก แต่การกระทำต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่าเราควรได้รับความเชื่อใจต่อไปหรือไม่

หมายเหตุ: เรื่องนี้เป็นการเล่าเชิงละครเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวละคร ไม่ได้เหมารวมคนที่เป็นทอมทั้งหมด เพราะเพศสภาพไม่ได้เป็นตัวกำหนดนิสัยหรือความซื่อสัตย์ของใครค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่