มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง

กระทู้สนทนา

ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์ ทองใสเกลี้ยง อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) เปิดเผยความคืบหน้า โครงการต่อยอดและขยายผลผลิตน้ำผึ้งมรกตจากผึ้งชันโรง

ภายใต้ทุนวิจัยของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ บพท. ซึ่งเริ่มจากการช่วยเหลือครัวเรือนยากจนในพื้นที่ชายแดนใต้ และนำไปสู่การค้นพบน้ำผึ้งสีเขียวมรกตที่มีคุณสมบัติโดดเด่น

โครงการเริ่มจากการคัดกรองครัวเรือนยากจน โดยใช้ระบบฐานข้อมูล PPAOS ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและผู้นำศาสนา จากนั้นสัมภาษณ์ผู้นำหมู่บ้านเพื่อยืนยันว่าครอบครัวนั้นยากจนจริง แล้วประชุมชาวบ้านชี้แจงโครงการต้นแบบสร้างรายได้ ให้ผู้ที่ไม่มีงานทำหรือมีเวลาว่างเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ
ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์ ทองใสเกลี้ยง
ผู้เข้าร่วมได้รับการอบรมการเลี้ยงผึ้งชันโรง การเก็บน้ำผึ้ง การดูแลรัง และการบรรจุขวดแปรรูปขั้นพื้นฐาน เพื่อให้มีรายได้เป็นตัวเงินเร็วที่สุด ช่วงแรกมีการประกันราคารับซื้อเพราะยังหาตลาดไม่ได้ ซึ่งมีครัวเรือนยากจน 175 ครัวเรือน 795 คน ได้รับการส่งต่อกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และมีรายได้เพิ่มจาก 30,000 บาทต่อปี เป็น 54,000 บาทต่อปี หลังเข้าร่วมโครงการโมเดลแก้จน

ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์เล่าว่า พื้นที่โครงการเป็นป่าพรุที่มีต้นเสม็ดขาวขึ้นหนาแน่น ตั้งแต่ต้นปีน้ำผึ้งที่เก็บได้เป็นสีเหลืองปกติ แต่ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมกลับพบน้ำผึ้งสีเขียวหลายเฉด ทั้งเขียวมรกต เขียวหยก และเขียวอมเหลือง กลิ่นคล้ายต้นเสม็ด ขณะที่พืชที่ออกดอกในช่วงนั้นส่วนใหญ่คือเสม็ดขาว จึงตั้งสมมติฐานว่าผึ้งเก็บน้ำหวานจากดอกเสม็ดขาวมาผลิตน้ำผึ้งสีเขียว

ทีมวิจัยสกัดน้ำหวานจากดอกเสม็ดขาวและน้ำผึ้งมรกตด้วยวิธีเดียวกัน แล้ววิเคราะห์ด้วยเครื่องแมสสเปกโทรมิเตอร์ พบว่าน้ำผึ้งมรกตมีสารสำคัญมากกว่า 200 ชนิด ขณะที่น้ำหวานดอกเสม็ดขาวมีราว 30 ชนิด และมีสารตรงกันประมาณ 4-5 ชนิด น้ำผึ้งชนิดนี้เมื่ออยู่ในถ้วยรังเป็นสีเขียว แต่เมื่อนำออกมาจะเป็นสีเหลืองอมเขียว สารที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับสีคือรูมิโครมในกลุ่มแซนโทน ทีมวิจัยกำลังศึกษาต่อว่าสารนี้มาจากพืชหรือเกิดจากกระบวนการของผึ้ง

น้ำผึ้งสีเขียวพบเฉพาะป่าเสม็ดที่มีชุดดินเดียวกัน เช่น ป่าพรุบาเจาะ โต๊ะแดง และพรุที่ปาดี รวมถึงบางพื้นที่ในปัตตานีและยะลา ตามข้อมูลในแบนเนอร์น้ำผึ้งชนิดนี้ได้รับการระบุเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

จุดเด่นสำคัญคือฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักในการจัดเกรดตามดัชนีน้ำผึ้งไทย (Thai Honey Index) ที่พัฒนาโดย รศ.ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ผู้ช่วยอธิการบดี มจธ.ราชบุรี ฝ่ายวิจัยและอุตสาหกรรม โดยน้ำผึ้งที่ต้านอนุมูลอิสระ 60% ราคาราวกิโลกรัมละ 5,000 บาท ระดับ 70-75% อาจสูงถึง 10,000 บาท ส่วนน้ำผึ้งมรกตอยู่ที่ประมาณ 90% ขึ้นไป ซึ่งเขากล่าวว่าสูงกว่าน้ำผึ้งมานูก้าของนิวซีแลนด์ที่ราคาสูงสุดราว 3,000-4,000 บาทต่อกิโลกรัม

ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์ระบุว่า ทีมวิจัยนำผลิตภัณฑ์ไปทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ผลต่อผิวหนัง ด้านการแพทย์ และมะเร็ง ร่วมกับทีมนักวิจัยอื่น เพื่อให้มีผลรับรองจากห้องปฏิบัติการที่พิสูจน์ได้

“งานวิจัยพบว่าน้ำผึ้งชันโรงจากดอกเสม็ดขาวกระตุ้นการตายและยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง โดยทดสอบกับเซลล์มะเร็งปอด ลำไส้ ปากมดลูก เต้านม และตับ ภาพเปรียบเทียบแสดงว่าเซลล์มะเร็งลดลง”

สารสำคัญได้แก่ ลูมิโครม ไตรเซติน เคร็นอล เอมเบลิน และสเปอร์มิดีน โดยสองชนิดหลังเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์และโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นการทดสอบระดับห้องปฏิบัติการ ยังไม่ใช่การรักษามะเร็งในคน โดยคาดว่าจะใช้เวลาวิจัยราว 2-3 ปี เนื่องจากต้องทดลองในสัตว์ก่อน

ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์ระบุว่า มนร.ทำหน้าที่รับรองคุณสมบัติน้ำผึ้งแต่ละลอตและมีห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยเกษตรกรส่งน้ำผึ้งให้มหาวิทยาลัยสุ่มตรวจก่อนเอกชนรับซื้อ ทั้งนี้ มนร.ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่เป็นทีมวิจัยร่วมกับ มจธ. ราชบุรี มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เพราะการรวมกลุ่มช่วยยกระดับงานได้มากกว่า

น้ำผึ้งมรกตมีผลผลิตน้อยมากเพราะต้องเลี้ยงในป่าเสม็ดเฉพาะพื้นที่ จึงเหมาะกับตลาดซูเปอร์พรีเมี่ยม ปัจจุบันจำหน่ายได้เฉพาะในประเทศ เพราะน้ำผึ้งชันโรงยังไม่อยู่ในมาตรฐานโคเด็กซ์ ซึ่งทีมของ รศ.ดร.อรวรรณกำลังผลักดัน

ส่วนเส้นทางสู่ยา ผศ.ดร.ธนเสฎฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีโอกาสพัฒนาเป็นยา แต่เส้นทางยาวไกลและยาก ต้องสกัดสารสำคัญให้บริสุทธิ์ และทดสอบตั้งแต่ระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง ไปจนถึงขั้นสูงกว่านั้น ปัจจุบันยังเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ทีมวิจัยได้ทดลองปลูกเสม็ดขาวตั้งแต่ปี 2567 พร้อมอบรมชาวบ้านบริหารจัดการแปลงแหล่งอาหารของผึ้ง เพื่ออนุรักษ์ป่าเสม็ดและขยายผลอย่างยั่งยืน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่