เรื่องในฝัน : บ้านที่ไม่มีใครไว้ใจ

กระทู้สนทนา
บ้านที่ไม่มีใครไว้ใจ

The House That Hides the Truth

ฉากที่ 1 — ถนนชนบท / ร้านขายของชำ / บ้านลุงประจักษ์

เวลา: ใกล้ค่ำ

เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังสม่ำเสมอไปตามถนนชนบท สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และบ้านเรือนที่อยู่ห่างกัน ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เมฆสีเทาปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นแสงอาทิตย์

แพรนั่งซ้อนท้ายคิน มือหนึ่งจับเอวแฟนหนุ่ม อีกมือจับโทรศัพท์เพื่อดูเส้นทาง

แพร: “คิน อีกไกลไหมอะ?”

คิน: “อีกประมาณครึ่งชั่วโมงมั้ง ทำไม ง่วงแล้วเหรอ?”

แพร: “ไม่ได้ง่วง แค่รู้สึกว่าถนนมันเงียบแปลก ๆ”

คินหัวเราะเบา ๆ

คิน: “ก็เราขับออกมานอกเมืองแล้ว จะให้รถติดเหมือนในเมืองหรือไง”

แพรยิ้ม แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอสังเกตเห็นรถกระบะสีเข้มคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนนข้างหน้า ไฟหน้ารถดับสนิท กระจกมืดจนมองไม่เห็นคนข้างใน

มอเตอร์ไซค์ขับผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แพรหันกลับไปมองรถคันนั้นจนลับสายตา

คิน: “มองอะไร?”

แพร: “เปล่า เหมือนมีคนอยู่ในรถ”

คิน: “ก็รถจอดอยู่ คนจะอยู่ก็ไม่แปลกนี่”

แพร: “เออ ก็จริง”

ทั้งคู่ขับต่อไปอีกไม่กี่นาที ก่อนเครื่องยนต์จะกระตุกสองครั้งแล้วดับลงอย่างกะทันหัน

คินพยายามบิดกุญแจสตาร์ต เครื่องยนต์ส่งเสียงเพียงครั้งเดียวก่อนเงียบสนิท

แพร: “อ้าว เป็นอะไรอะ?”

คิน: “ไม่รู้ เดี๋ยวลองใหม่ก่อน”

คินสตาร์ตรถอีกสองสามครั้ง แต่เครื่องยนต์ก็ยังไม่ติด เขาจึงลงจากรถแล้วตรวจดูบริเวณเครื่องยนต์เบื้องต้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแผนที่

คิน: “มีอู่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ห่างไปประมาณสองกิโล”

แพร: “แล้วเราจะทำยังไง รถก็สตาร์ตไม่ติดแล้ว”

คิน: “เดี๋ยวลองโทรถามก่อนก็ได้”

คินโทรไปตามหมายเลขของอู่ที่ค้นเจอ แต่ไม่มีใครรับสาย เขาลองโทรซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลง

แพรมองไปรอบ ๆ ถนนที่เริ่มมืดลง ก่อนสังเกตเห็นแสงไฟจากร้านขายของชำเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

แพร: “คิน ตรงนั้นมีร้านขายของชำ เราเข็นรถไปจอดไว้ก่อนไหม ฝนเหมือนจะตกแล้ว”

คินเงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนพยักหน้า ทั้งสองช่วยกันเข็นมอเตอร์ไซค์ไปจอดหน้าร้าน

เจ้าของร้านเป็นหญิงวัยกลางคนที่กำลังจัดสินค้าอยู่ เมื่อเห็นทั้งคู่เข็นรถเข้ามา เธอจึงเดินออกมาถาม

เจ้าของร้าน: “รถเสียเหรอจ๊ะ?”

คิน: “ครับป้า พอดีสตาร์ตไม่ติด แถวนี้มีอู่ซ่อมรถไหมครับ?”

เจ้าของร้าน: “มีจ้ะ อยู่ท้ายหมู่บ้าน เดินตรงไปจนถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้าย แต่ไม่รู้ว่าป่านนี้ยังเปิดอยู่หรือเปล่านะ”

คินเปิดแผนที่ดูอีกครั้ง ก่อนหันมาหาแพร

คิน: “แพรรอที่นี่ก่อนนะ เราจะเดินไปดูที่อู่ ถ้าเปิดจะให้ช่างมาดูรถ ถ้าปิดเดี๋ยวเรากลับมา”

แพร: “ไปด้วยกันไม่ได้เหรอ?”

คิน: “ถ้าไปทั้งคู่ก็ต้องทิ้งรถไว้ตรงนี้อยู่ดี เดินไปกลับตั้งหลายกิโล แพรอยู่ในร้านกับป้าเขาก่อนนะ ถ้าติดต่อช่างได้เราจะรีบโทรมา”

แพรมองท้องฟ้าอย่างลังเล แต่สุดท้ายก็พยักหน้า

แพร: “โอเค แต่ถึงแล้วโทรมาบอกด้วยนะ”

คิน: “ได้ รอเราก่อน อย่าเพิ่งไปไหนล่ะ”

คินเดินออกไปตามถนนพร้อมโทรศัพท์ในมือ แพรมองตามจนเขาหายลับไปหลังแนวต้นไม้ ก่อนจะหันกลับเข้าไปนั่งในร้าน

ไม่นาน ฝนก็เริ่มตกลงมา จากละอองบาง ๆ กลายเป็นสายฝนที่กระหน่ำลงบนหลังคาสังกะสี

แพรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่ยังไม่มีข้อความจากคิน เธอลองโทรหาเขา ทว่าปลายสายไม่มีคนรับ

เจ้าของร้าน: “แฟนหนูไปตามช่างเหรอ?”

แพร: “ค่ะป้า เขาบอกว่าจะไปดูที่อู่ก่อน”

เจ้าของร้านมองออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าถนนเริ่มมืดสนิท

เจ้าของร้าน: “ถ้าฝนยังไม่หยุด คงต้องรอนานหน่อยนะจ๊ะ แถวนี้กลางคืนไม่ค่อยมีรถผ่าน”

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง คินยังไม่ติดต่อกลับมา แพรโทรหาเขาอีกหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีคนรับ เธอเริ่มกระวนกระวายและเดินไปยืนหน้าร้าน มองถนนที่แทบไม่มีแสงไฟ

ในที่สุด เจ้าของร้านก็เริ่มเก็บของเตรียมปิดร้าน

แพร: “ป้าจะปิดร้านแล้วเหรอคะ?”

เจ้าของร้าน: “จ้ะ ป้าต้องกลับไปดูแม่ที่บ้านน่ะ หนูลองโทรหาแฟนอีกทีนะ ถ้ายังติดต่อไม่ได้ บ้านผู้ใหญ่ประจักษ์อยู่เลยทางแยกไปไม่ไกล เขามักช่วยคนที่เดือดร้อนอยู่แถวนี้”

แพรลังเล ก่อนจะมองโทรศัพท์ในมืออีกครั้ง ไม่มีสายเรียกเข้าหรือข้อความใหม่จากคิน

แพร: “แล้วหนูจะไปถูกเหรอคะ?”

เจ้าของร้านหยิบกระดาษใบเล็กขึ้นมา เขียนทางไปบ้านลุงประจักษ์ให้ พร้อมกำชับให้แพรเดินตามถนนใหญ่ อย่าลัดผ่านสวนมืด ๆ

เจ้าของร้าน: “เดินตรงไปจนเจอศาลาเก่า แล้วเลี้ยวซ้าย บ้านหลังนั้นมีรั้วไม้สีน้ำตาล ถ้าถึงแล้วก็เคาะประตูเรียกได้เลย”

แพรขอบคุณเจ้าของร้าน ก่อนสวมเสื้อคลุมและออกไปท่ามกลางสายฝน

ถนนที่เคยเห็นชัดตอนกลางวันตอนนี้มืดจนแทบมองไม่เห็นทาง แพรเดินตามคำบอกอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าของตัวเองปะปนกับเสียงฝนและเสียงสัตว์ที่ร้องอยู่ในความมืด

ในที่สุด เธอก็มาถึงบ้านไม้หลังหนึ่งที่มีรั้วสีน้ำตาลตามที่เจ้าของร้านบอก ไฟบริเวณหน้าบ้านยังเปิดอยู่

แพรยกมือเคาะประตู

ครู่หนึ่ง ชายสูงวัยคนหนึ่งก็เปิดประตูออกมา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มและมองแพรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ลุงประจักษ์: “มาหาใครหรือหนู?”

แพร: “ขอโทษนะคะ หนูชื่อแพรค่ะ รถเสียอยู่แถวร้านขายของชำ แล้วฝนตกหนักมาก ป้าเจ้าของร้านบอกให้มาขอหลบฝนที่นี่ก่อนค่ะ”

ชายสูงวัยนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อร้าน ก่อนจะมองเลยไปด้านหลังแพรราวกับกำลังตรวจดูว่ามีใครตามเธอมาหรือไม่

ลุงประจักษ์: “แล้วมากับใคร?”

แพร: “มากับแฟนค่ะ เขาเดินไปตามช่างที่อู่ แต่ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้”

ลุงประจักษ์ไม่ได้ถามต่อทันที เขาเปิดประตูกว้างขึ้นเล็กน้อย

ลุงประจักษ์: “เข้ามาก่อนเถอะ เปียกหมดแล้ว”

ภายในบ้านเงียบกว่าที่แพรคิด มีเพียงเสียงนาฬิกาแขวนผนังที่ดังเป็นจังหวะ ลุงประจักษ์หยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งกับน้ำดื่มมาให้ ก่อนเดินไปปิดหน้าต่างที่เปิดแง้มอยู่

แพรนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง

ลุงประจักษ์: “โทรหาแฟนแล้วใช่ไหม?”

แพร: “ค่ะ แต่เขาไม่รับสายเลย”

ลุงประจักษ์มองโทรศัพท์ของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

ลุงประจักษ์: “เขารู้ไหมว่าหนูมาที่นี่?”

แพรชะงักเล็กน้อย

แพร: “ยังค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะต้องมาที่นี่”

ชายสูงวัยพยักหน้าช้า ๆ แล้วหันไปมองนาฬิกาบนผนัง

ลุงประจักษ์: “คืนนี้ถ้าฝนยังไม่หยุด ก็พักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยหาทางกลับ”

แพรรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมชายคนนี้ถึงถามเรื่องคินหลายครั้ง

ขณะที่ลุงประจักษ์เดินเข้าไปในครัว โทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นขึ้น หน้าจอสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะดับไป

แพรเหลือบมองโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่ทันเห็นชื่อคนโทรเข้า

ไม่นาน ลุงประจักษ์ก็เดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำอีกใบ

ลุงประจักษ์: “หนูแพร”

แพร: “คะ?”

ลุงประจักษ์: “ถ้าพรุ่งนี้มีใครถามว่าคืนนี้หนูอยู่ที่ไหน ให้บอกไปตามจริงทุกอย่างนะ อย่าปิดบังอะไร แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ”

แพรมองเขาด้วยความสงสัย

แพร: “ทำไมเหรอคะ?”

ลุงประจักษ์นิ่งไป ก่อนตอบสั้น ๆ

ลุงประจักษ์: “เพราะบางครั้ง คนที่ดูเหมือนกำลังช่วยเรา อาจไม่ได้อยากให้เราปลอดภัยอย่างที่คิด”

แพรเงียบไปทันที

เธอมองชายสูงวัยตรงหน้า พยายามอ่านสีหน้าของเขา แต่กลับไม่พบอะไรนอกจากแววตาที่สงบนิ่ง

แพร: “ลุงหมายถึงใครคะ?”

ลุงประจักษ์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงเดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่มมาวางไว้บนโซฟา

ลุงประจักษ์: “พักเถอะหนู พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”

แพรนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา เสียงฝนยังคงดังอยู่ด้านนอก เธอมองประตูบ้านที่ปิดสนิท ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง

ไม่มีข้อความจากคิน

และในความเงียบของบ้านหลังนั้น แพรเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่ทำให้เธอกลัวที่สุดคือการที่คินหายไป หรือการที่คนแปลกหน้าตรงหน้าดูเหมือนจะรู้เรื่องบางอย่างที่เธอไม่รู้เลย

ตัดภาพเป็นสีดำ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่