'เอกนิติ' ขอ 'ปตท.' เพิ่มจ่ายปันผล เล็งนำรายได้พยุง 'กองทุนน้ำมัน'
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนเองได้ส่งผ่านนโยบายในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านกรรมการที่เป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ ปตท. จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ให้กระทรวงการคลัง เพื่อให้สามารถนำเงินส่วนนี้กลับไปช่วยกองทุนน้ำมันได้
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า กระทรวงการคลังจำเป็นจะต้องรักษาวินัยการคลังโดยแยกระหว่างรายได้และรายจ่ายให้ชัดเจน ซึ่งเป็นหลักเดียวกับภาษีที่จัดเก็บเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลัง
นอกจากนี้ เตรียมหารือกับกรมสรรพสามิต และกระทรวงพลังงาน เพื่อผลักดันแนวคิดในการปรับลดภาษีสรรพสามิต ในน้ำมันกลุ่ม E20 และ E85 ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนในกลุ่มที่ไทยจะได้ประโยชน์
เนื่องจากการลดภาษีน้ำมัน E20 และ E85 จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากผลผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรไทยปลูกเอง ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน
“สัดส่วน 20% ในน้ำมัน E20 มาจากเอทานอล ซึ่งผลิตจากอ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งคลังได้หารือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการซื้อเอทานอลล่วงหน้า เพื่อให้ความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มนี้ กลายเป็นความต้องการเอทานอลจากพืชเกษตรของไทยในระยะยาว”
ส่วนอัตราที่จะลด ยังอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงพลังงาน โดยชี้แจงว่า การลดภาษีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งให้ราคาหน้าปั๊มลดลงทันที แต่เป็นการป้องกัน ไม่ให้ราคา E20 และ E85 ต้องปรับขึ้น ซึ่งปัจจุบันส่วนต่างอยู่ที่ราว 6 บาท และหลังลดภาษีก็คาดว่าจะยังรักษาส่วนต่าง 6 บาทไว้ เพื่อนำไปช่วยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้ติดลบกว่าแสนล้านบาท
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257546?fbclid=IwdGRjcAVHW8BleHRuA2FlbQIxMQBwZG9mBWZkaWQWUQz0LnIA8OvRP16zKnYIrO5tBQRu5HNydGMGYXBwX2lkCjY2Mjg1NjgzNzkAAR7YM0wkXYr5eKuSUfHFBp-Gs-PH6GlbBNZbbiYR18A8k27UPBnj7FkmC6fYUA_aem_ImIO7qwxpToX9V5i6eTAWQ
'เอกนิติ' ขอ 'ปตท.' เพิ่มจ่ายปันผล เล็งนำรายได้พยุง 'กองทุนน้ำมัน'
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนเองได้ส่งผ่านนโยบายในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านกรรมการที่เป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ ปตท. จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ให้กระทรวงการคลัง เพื่อให้สามารถนำเงินส่วนนี้กลับไปช่วยกองทุนน้ำมันได้
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า กระทรวงการคลังจำเป็นจะต้องรักษาวินัยการคลังโดยแยกระหว่างรายได้และรายจ่ายให้ชัดเจน ซึ่งเป็นหลักเดียวกับภาษีที่จัดเก็บเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลัง
นอกจากนี้ เตรียมหารือกับกรมสรรพสามิต และกระทรวงพลังงาน เพื่อผลักดันแนวคิดในการปรับลดภาษีสรรพสามิต ในน้ำมันกลุ่ม E20 และ E85 ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนในกลุ่มที่ไทยจะได้ประโยชน์
เนื่องจากการลดภาษีน้ำมัน E20 และ E85 จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากผลผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรไทยปลูกเอง ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน
“สัดส่วน 20% ในน้ำมัน E20 มาจากเอทานอล ซึ่งผลิตจากอ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งคลังได้หารือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการซื้อเอทานอลล่วงหน้า เพื่อให้ความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มนี้ กลายเป็นความต้องการเอทานอลจากพืชเกษตรของไทยในระยะยาว”
ส่วนอัตราที่จะลด ยังอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงพลังงาน โดยชี้แจงว่า การลดภาษีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งให้ราคาหน้าปั๊มลดลงทันที แต่เป็นการป้องกัน ไม่ให้ราคา E20 และ E85 ต้องปรับขึ้น ซึ่งปัจจุบันส่วนต่างอยู่ที่ราว 6 บาท และหลังลดภาษีก็คาดว่าจะยังรักษาส่วนต่าง 6 บาทไว้ เพื่อนำไปช่วยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้ติดลบกว่าแสนล้านบาท
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257546?fbclid=IwdGRjcAVHW8BleHRuA2FlbQIxMQBwZG9mBWZkaWQWUQz0LnIA8OvRP16zKnYIrO5tBQRu5HNydGMGYXBwX2lkCjY2Mjg1NjgzNzkAAR7YM0wkXYr5eKuSUfHFBp-Gs-PH6GlbBNZbbiYR18A8k27UPBnj7FkmC6fYUA_aem_ImIO7qwxpToX9V5i6eTAWQ