วิกฤตขยะพิษปราจีนบุรี ผลตรวจรัฐบาลและข้อเรียกนร้องประชาชน



น้ำสีดำเข้ม กลิ่นเหม็น ปลาตาย หวั่นสารพิษแพร่กระจายสู่แม่น้ำ นี่คือวิกฤตสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรี หลังพบโรงงานรีไซเคิลขยะ ลักลอบขนขยะอิเล็กทรอนิกส์อันตราย ทั้งยังแอบฝังกลบขยะผิดจนกลายเป็นกากสารเคมีอัตรายทั่วจังหวัด จนชาวบ้านได้ออกมารวมตัว ค้านนับพัน
ข้อเรียกร้องของชาวบ้านคืออะไร และจากการตรวจสอบรัฐบาลชี้แจงพบอะไรบ้าง ?

ผลตรวจสอบจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” ตรวจพบการลักลอบนำเข้าและสะสมขยะอิเล็กทรอนิกส์และวัตถุอันตรายกว่า 80 ตัน รวมถึงพบการขยายโรงงานเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก 1 อาคารเป็น 8 อาคาร ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพบโรงงานที่แจ้งสิทธิครอบครองที่ดินซ้อนทับในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และกรมควบคุมมลพิษตรวจพบการปนเปื้อนของสารเคมีกลุ่มไตรโซเลียมไฮโดรคาร์บอนบริเวณพื้นที่ท้ายบ่อพักกากอุตสาหกรรมในปริมาณสูง

ด้านกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบพบโรงงานรีไซเคิลในปราจีนบุรี 86 แห่ง โดยมี 11 แห่งที่มีต่างชาติ (ทุนจีน) ถือหุ้นหลัก และใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ถือหุ้นบังหน้า ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนพบจุดมลพิษกระจายในพื้นที่มากถึง 53 จุด และมีโรงงานต้องสงสัยว่าไม่มีใบอนุญาตอย่างน้อย 16 แห่ง

ข้อเรียกร้องสำคัญจากประชาชน ได้แก่ การสั่งปิดโรงงานอย่างถาวร ไม่ยอมรับการปิดชั่วคราวเพราะยังเห็นโรงงานเปิดดำเนินการอยู่ การบังคับใช้กฎหมายให้นำขยะและกากสารเคมีอันตรายทั้งหมดออกไปกำจัดอย่างถูกต้องโดยด่วน รวมถึงออกหนังสือยืนยันว่าจะไม่มีการนำขยะเข้ามาเพิ่มอีก 1,000,000 ตัน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. ที่ทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวนกว่า 77 ไร่ ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง และทบทวนการนำปราจีนบุรีเข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อปกป้องฐานเกษตรกรรม แหล่งน้ำ และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่