การรักษาด้วยวิธีใส่ เฝือก

กระทู้สนทนา
ทำไมต้องใส่ เฝือก หรือ เฝือกชั่วคราว ?
เพื่อดามกระดูก ข้อ และ กล้ามเนื้อ ที่ได้รับบาดเจ็บ ให้อยู่นิ่ง ๆ  ช่วยลดอาการปวด บวม และ กล้ามเนื้อหดเกร็ง ป้องกันไม่ให้กระดูก(หัก)เคลื่อนที่หลังจากได้รับการจัดเข้าที่แล้ว หรือ ใส่ดัดกล้ามเนื้อ ดัดข้อ เพื่อแก้ไขความพิการ
แบ่งเป็น เฝือกครึ่งเดียวใช้ผ้ายืดพัน (เฝือกชั่วคราว เฝือกอ่อน เฝือกกาบ) หรือ เฝือกเต็มรอบ (เฝือกแข็ง)
เฝือกครึ่งเดียว (เฝือกชั่วคราว เฝือกอ่อน เฝือกกาบ)  จะแข็งแรงน้อยกว่าเฝือกเต็มรอบ แต่ถอดออกได้ง่ายกว่า ในระยะแรก มีอาการบวมมาก อาจใส่เฝือกชั่วคราวไว้ก่อน และเมื่ออาการบวมลดลงก็ค่อยมาใส่เป็นเฝือกเต็มรอบอีกครั้ง



ชนิดเฝือก ปัจจุบันมีเฝือกให้เลือกอยู่ 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

1.    เฝือก ปูน ซึ่งเป็นการนำปูนพลาสเตอร์มาเคลือบบนผ้าฝ้าย เมื่อใส่แล้วก็จะมี สีขาว
        ข้อดี     ราคาค่อนข้างถูก การใส่เฝือกและการตัดเฝือก ดัดเฝือกทำได้ง่าย
        ข้อเสีย      น้ำหนักมาก แตกร้าวง่าย ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ห้ามลงน้ำหนักที่เฝือก ระบายอากาศไม่ดี มักเกิดอาการคัน
                เวลาถ่ายเอกซเรย์ จะมองไม่ค่อยเห็นรอยกระดูกหัก ถ้าเฝือกแน่นหรือหลวมก็ต้องเปลี่ยนเฝือกใหม่

2.    เฝือก พลาสติก (เฝือกไฟเบอร์) เป็นพลาสติกสังเคราะห์  มีหลายสีให้เลือก
    ข้อดี      น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี สีสวยงาม ความแข็งแรงสูง (แต่ก็ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ห้ามลงน้ำหนักเต็มที่)
            เวลาถ่ายเอกซเรย์ จะเห็นรอยกระดูกหักได้ชัดเจนกว่า ถ้าเฝือกแน่นหรือหลวมก็ต้องเปลี่ยนเฝือกใหม่
     ข้อเสีย    ราคาแพง (แพงกว่าเฝือกปูนประมาณ 8 - 10 เท่า) การตัดเฝือก ดัดเฝือกทำได้ยาก (มักต้องเปลี่ยนใหม่)

3.    เฝือก ลม ( แอร์แคสท์, aircast) มีใส่เฉพาะที่ เท้า ข้อเท้า ขา เท่านั้น และมีเฉพาะสีเทา
    ข้อดี    น้ำหนักเบา ความแข็งแรงสูงสามารถเดินลงน้ำหนักบนเฝือกได้(ไม่ต้องใช้ไม้ค้ำยัน) ระบายอากาศได้ดี
            มีถุงลมปรับให้แน่นหรือหลวมได้ (ไม่ต้องเปลี่ยนเฝือก) สามารถถอดเฝือกออกได้เอง
     ข้อเสีย    ราคาแพง (ข้างละ 5,000 บาท) ไม่สามารถปรับให้เข้ากับกระดูกที่คดผิดรูป


เมื่อไรถึงจะต้องเปลี่ยนเฝือก?

•    เฝือกปูน เฝือกพลาสติก เมื่อใส่ไปช่วงหนึ่ง (ประมาณ 2 อาทิตย์) เฝือกมักจะหลวม เนื่องจากบวมลดลง หรือ กล้ามเนื้อลีบ ต้องตัดเฝือกเก่าออกแล้วใส่ใหม่ (แต่ถ้าเป็นเฝือกลม สามารถเพิ่มลมให้เฝือกแน่นขึ้นได้)
•    เมื่อกระดูกเริ่มติด (ประมาณ 4-6 อาทิตย์) ก็อาจเปลี่ยนเป็นเฝือกชั่วคราว เพื่อสะดวกในการบริหาร
ถ้ารู้สึกบวม ทำอย่างไร ?   ในช่วง 48 - 72 ชั่วโมงแรก สามารถลดอาการบวมโดย

•    ยกแขน หรือ ขาให้สูงกว่าระดับหัวใจ โดยเฉพาะขณะพักผ่อน เช่น ใช้ผ้าคล้องแขน  วางบนเก้าอี้ หรือ หมอน
•    ขยับนิ้ว หรือ นิ้วเท้า ส่วนที่อยู่นอกเฝือก บ่อย ๆ  และ เคลื่อนไหวข้อที่อยู่นอกเฝือก บ่อย ๆ
•    ประคบเย็นบนเฝือก โดยนำน้ำแข็งใส่ในถุงพลาสติก ใส่น้ำเล็กน้อย แล้วห่อด้วยผ้าแห้ง นำไปหุ้มรอบเฝือก
บริเวณกระดูกหัก   การประคบเย็นเพียงจุดเดียวจะไม่ค่อยได้ผลเหมือนการประคบเย็นรอบเฝือก


การดูแล เฝือก(ปูน พลาสติก) หรือ เฝือกชั่วคราว

•    อย่าให้เฝือกเปียกน้ำ เวลาอาบน้ำให้หุ้มเฝือกด้วยถุงพลาสติก 2 ชั้น แล้วรัดปากถุงด้วยเชือกหรือยางยืดให้แน่น
ถ้าเฝือกเปียกน้ำ ให้ใช้พัดลม หรือ ไดร์เป่าผม เป่าเฝือกให้แห้ง    ห้ามใช้ ไฟ ลนเฝือก
•    ไม่ควรลงน้ำหนักเต็มที่บนเฝือก จนกว่าเฝือกจะแข็งแรง ( เฝือกพลาสติก 1 ชม.  เฝือกปูน 2 - 3  วัน )
•    วางเฝือกบนวัสดุนิ่มๆ  เวลาเคลื่อนย้าย ควรประคองเฝือก อย่างระมัดระวัง อย่าให้กระทบกระแทก
•    ระวังอย่าให้ สิ่งสกปรก ทราย หรือ ฝุ่น เข้าไปในเฝือก  ไม่ควรใส่แป้งฝุ่นเข้าไปในเฝือก
•    ถ้ามีอาการคัน ไม่ควรใช้ไม้ หรือ สิ่งอื่นใส่เข้าไปในเฝือกเพื่อเกา เพราะอาจเกิดแผลถลอก หรือ เกิดแผลติดเชื้อ
ถ้าคันมากให้ใช้     - 75%แอลกอฮอล์ หยอดลงไปในเฝือกให้ไหลไปบริเวณที่คัน
- สเปรย์แป้งสำหรับฉีดพ่นเข้าไปในเฝือก (เช่น ยี่ห้อ CAST COMFORT)
•    ไม่ควร ตัดขอบเฝือกเอง หรือ ตัดเฝือกให้สั้นลง  ไม่ควร ดึงสำลีรองเฝือกออก


การเอาเฝือก(ปูน พลาสติก) ออก

    จะใช้ เลื่อยสำหรับตัดเฝือกโดยเฉพาะ ใบเลื่อยจะสั่นด้านข้าง (ใบเลื่อยทั่วไปจะหมุน) เมื่อใบเลื่อยโดนสำลีรองเฝือก สำลีจะไม่ขาด ทำให้ไม่เป็นอันตราย ขณะตัดเฝือกจะมีเสียงดังและรู้สึกร้อนจากการเสียดสีบ้างเล็กน้อย


การดูแลหลังจากเอาเฝือกออก

•    ทำความสะอาดผิวหนัง เบา ๆ ด้วยสบู่และน้ำ อาจทาน้ำมันหรือโลชั่นเพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น
•    เริ่มเคลื่อนไหวข้อที่ถอดเฝือกออกทันที โดยค่อย ๆ ทำเพิ่มขึ้น ทำเท่าที่ทำได้ ทำบ่อย ๆ
•    ถ้ามีอาการบวม ควรยกแขน หรือ ขา ให้สูงกว่าระดับหัวใจ เช่น ใช้ผ้าคล้องแขน  วางบนเก้าอี้ หรือ หมอน

แนวทางรักษาทั่วไป

โดยทั่วไป แพทย์จะนัดมาตรวจครั้งแรกหลังจากใส่เฝือกไว้ 2 อาทิตย์ ถ้า เฝือกหลวม อาจต้องเอกซเรย์ หรือเปลี่ยนเฝือก ใหม่ แต่ถ้า เฝือกแน่นและแข็งแรงดีอยู่ ก็ใส่เฝือกเดิมแล้วนัดมาตรวจซ้ำอีก 2 อาทิตย์ เพื่อตัดเฝือกออก (ปกติใส่  2 – 4 อาทิตย์) หลังจากนั้นจะนัดทุก 1 - 2 เดือน เพื่อ ตรวจซ้ำว่า เส้นเอ็น หรือ กระดูกหายสนิทหรือยัง (ปกติใช้เวลา 4 - 6 เดือน) แต่เฝือก จะใส่ไว้แค่ 2 - 4 อาทิตย์ ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเอาเฝือกออกแล้ว เส้นเอ็น หรือ กระดูก ก็ยังไม่หายสนิท จึงควรระมัดระวังในการใช้งานและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างเคร่งครัด


การรักษาด้วยวิธีใส่ เฝือก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=01-02-2008&group=6&gblog=5

.......................................................


สัญญาณอันตรายหลังการใส่เฝือก หรือ เฝือกชั่วคราว ควรพบแพทย์โดยด่วน
•    ปวด หรือ ชามากขึ้น เฝือกคับแน่นมากขึ้น หลังจาก ยกสูง ประคบเย็น และ รับประทานยา แล้วอาการไม่ดีขึ้น
•    ผิวหนังบริเวณขอบเฝือก บวมแดง มีหนอง หรือ น้ำซึมเปื้อนเฝือก ไหลออกมาจากเฝือก หรือ เฝือกมีกลิ่นเหม็น
•    ปลายนิ้ว หรือ เล็บ เขียวคล้ำ หรือ ซีดขาว กว่าข้างปกติ   ไม่สามารถขยับนิ้วมือนิ้วเท้าหรือขยับแล้วปวดมาก
•    เฝือกหลวม หลุด  หรือ เฝือกหัก แตก ร้าว ผิดรูป

เครดิต เฟส แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว
https://www.facebook.com/SOSspecialist

#ซีรีย์กระดูกหัก

กระดูกหัก รักษาอย่างไรดี
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-12-2007&group=6&gblog=1

กระดูกหักเมื่อไรจะหาย
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-01-2008&group=6&gblog=4

การรักษาด้วยวิธีใส่ เฝือก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=01-02-2008&group=6&gblog=5

กระดูกหัก ผ่า - ไม่ผ่า อย่างไหนดีกว่ากัน
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-01-2008&group=6&gblog=2

การดูแล หลังผ่าตัดกระดูก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-01-2008&group=6&gblog=3

กระดูกหัก ต้องผ่าเอาเหล็กออกหรือไม่ ???
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=08-04-2009&group=6&gblog=28

ค่าใช้จ่าย ในการรักษา กระดูกหัก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-05-2008&group=6&gblog=11

กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=08-03-2008&group=6&gblog=8

กระดูกต้นขาหัก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-03-2008&group=6&gblog=9

กระดูกหน้าแข้งหัก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-05-2008&group=6&gblog=10

กระดูกไหปลาร้าหัก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-02-2008&group=6&gblog=6

กระดูกข้อมือหัก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-02-2008&group=6&gblog=7
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่