กลับบ้านไปคราวก่อน ให้พ่อพาขับรถเล่น อยากดูว่าในหมู่บ้านเรา เปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน เพราะทุกครั้งที่กลับบ้าน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่แต่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลย
พ่อขับช้าๆเพื่อให้เราได้ดูบรรยากาศรอบๆ รู้สึกแบบชัดๆ ว่าภายในหมู่บ้าน แปลกตา เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่สิ่งนึงที่รู้สึกได้แบบชัดๆเลย ก็คือเหมือนมันมีบ้าน ที่เหมือนถูกทิ้งร้าง หรือถูกปิดไว้นานๆ ไม่มีคนอยู่ ดูจากสภาพต้นไม้ ใบหญ้าที่ขึ้นสูง รกรุงรัง บางบ้านรั้วไม้ปลวกขึ้นจนพุพังแล้ว ถามพ่อกับแม่บอกว่า
บ้านหลายๆหลังจากที่เจ้าบ้านเดิม ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ เสียชีวิตลง ก็ถูกปิดร้าง ลูกหลานที่ไปทำงานที่อื่น ไม่ได้กลับมาอีกเลย แต่งงาน ทำงาน ซื้อบ้านอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว
* บ้านฝั่งตรงข้ามเยื้องๆจากบ้านเรา เมียตรวจพบมะเร็งระยะสุดท้ายและเสียชีวิตในเดือนต่อมา หลังจากนั้น ไม่ถึงปี ผัวก็เสียชีวิตตามไป ด้วยปัญหาสุขภาพเช่นกัน บ้านหลังนั้น หลังจากจัดงานศพเสร็จ ก็ถูกทิ้งร้าง ลูกสาวเพียงคนเดียว ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดบ้านสามี แล้วไม่ได้กลับมาอีก ปกติจะกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ แค่ปีละครั้งสองครั้ง แต่หลังจากที่พ่อแม่ไม่อยู่ ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
* บ้านเดี่ยว สองหลังแรก ที่ปลูกติดกัน ที่อยู่ทางเข้าหมู่บ้าน ก็ถูกทิ้งร้าง มา 20 กว่าปี เป็นแม่หม้ายผัวตายตั้งแต่ยังสาว ไม่มีลูก คุณยายอยู่บ้านคนเดียว ส่วนอีกหลังปล่อยเช่า แต่หลังจากอายุมาก อายุ 80 ปลายๆ ญาติทางเหนือก็มารับไปอยู่ด้วยบ้านถูกทิ้งร้างมาตลอด
* มีหลังหนึ่งในหมู่บ้านเป็นบ้านร้าง ตั้งแต่สร้างเสร็จยังไม่มีคนเข้าอยู่เลย เป็นบ้านที่ถูกสร้างไว้เป็นเรือนหอ แต่เหมือนมีเหตุ ให้ต้องเลิกลากันก่อนเข้าอยู่ แล้วบ้านหลังนี้ ก็ไม่เคยมีใครมาอยู่อีกเลย จนโจรงัดเอา ประตูหน้าต่าง ทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว เหลือแต่ผนังปูน
* อีกหลัง เป็นบ้านของเพื่อนสมัยเรียน พ่อเส้นเลือดสมองแตกแม่ป่วยเป็นมะเร็ง ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ยายที่อยู่กรุงเทพฯรับหลาน 3 คนไปเลี้ยงต่อ บ้านหลังนี้ก็ถูกทิ้งร้างมานับแต่นั้น
* อีกหลังเป็นบ้านของคุณยาย ที่เป็นหม้ายผัวตายตั้งแต่ยังสาว ไม่เคยแต่งงานใหม่ อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด หลังจากไปเพราะความแก่ชรา บ้านหลังนั้นก็ถูกทิ้งร้างไปอัตโนมัติ
* อีกนับสิบหลังในหมู่บ้าน ที่บ้านถูกปิดไว้เฉยๆ เจ้าของ ไปทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ นานๆทีถึงจะกลับบ้านในช่วงเทศกาล เพื่อกลับไปหาญาติผู้ใหญ่ แต่หลังจากที่ญาติผู้ใหญ่ทยอยจากไป ก็ไม่ค่อยได้กลับมาอีกเลย
ยิ่งในยุคนี้ที่ประชากรลงลด เด็กเกิดใหม่น้อยลง ขนาดครอบครัวเล็กลง ในอนาคต บ้านที่ถูกปิดไว้เฉยๆหรือบ้านร้างคงเพิ่มมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ
เห็นแล้วก็รู้สึกเศร้าๆในใจ เพราะจำได้ว่า สมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็ก ช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ คนที่ไปทำงานต่างจังหวัด จะกลับกันมาพร้อมลูกหลาน เพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่ตายาย บรรยากาศค่อนข้างครึกครื้น สนุกสนาน และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
แต่เดี๋ยวนี้บรรยากาศแบบนั้น แทบไม่มีแล้ว แม้แต่การเอาลูกมาฝาก ให้ตายายหรือพ่อแม่เลี้ยงช่วยเลี้ยง แบบสมัยเมื่อก่อน ก็ลดน้อยลงมาก
ทุกสิ่งทุกอย่าง ดูเจริญมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากก็จริง แต่มันให้บรรยากาศและความรู้สึกที่ว่าเงียบ และสงบ เพราะหลายๆคน หายไปแบบไม่มีวันกลับ บ้านหลายๆหลังไม่มีคนอยู่ บ้านหลายๆหลัง ถูกปิดทิ้งไว้นานแล้ว
แล้วแถวบ้านคุณคุณเป็นยังไงกันบ้างคะ เพื่อนบ้านยังอยู่กันครบไหม บ้านร้าง หรือบ้านที่ถูกปิดไว้ไม่มีคนอยู่ เหมือนในหมู่บ้านเราบ้างหรือเปล่า
รู้สึกเหมือนกันไหม ว่าเดี๋ยวนี้บ้านที่ต่างจังหวัด มีบ้านที่ถูกทิ้งร้าง บ้านที่ปิดไว้ไม่มีคนอยู่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
พ่อขับช้าๆเพื่อให้เราได้ดูบรรยากาศรอบๆ รู้สึกแบบชัดๆ ว่าภายในหมู่บ้าน แปลกตา เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่สิ่งนึงที่รู้สึกได้แบบชัดๆเลย ก็คือเหมือนมันมีบ้าน ที่เหมือนถูกทิ้งร้าง หรือถูกปิดไว้นานๆ ไม่มีคนอยู่ ดูจากสภาพต้นไม้ ใบหญ้าที่ขึ้นสูง รกรุงรัง บางบ้านรั้วไม้ปลวกขึ้นจนพุพังแล้ว ถามพ่อกับแม่บอกว่า
บ้านหลายๆหลังจากที่เจ้าบ้านเดิม ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ เสียชีวิตลง ก็ถูกปิดร้าง ลูกหลานที่ไปทำงานที่อื่น ไม่ได้กลับมาอีกเลย แต่งงาน ทำงาน ซื้อบ้านอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว
* บ้านฝั่งตรงข้ามเยื้องๆจากบ้านเรา เมียตรวจพบมะเร็งระยะสุดท้ายและเสียชีวิตในเดือนต่อมา หลังจากนั้น ไม่ถึงปี ผัวก็เสียชีวิตตามไป ด้วยปัญหาสุขภาพเช่นกัน บ้านหลังนั้น หลังจากจัดงานศพเสร็จ ก็ถูกทิ้งร้าง ลูกสาวเพียงคนเดียว ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดบ้านสามี แล้วไม่ได้กลับมาอีก ปกติจะกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ แค่ปีละครั้งสองครั้ง แต่หลังจากที่พ่อแม่ไม่อยู่ ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
* บ้านเดี่ยว สองหลังแรก ที่ปลูกติดกัน ที่อยู่ทางเข้าหมู่บ้าน ก็ถูกทิ้งร้าง มา 20 กว่าปี เป็นแม่หม้ายผัวตายตั้งแต่ยังสาว ไม่มีลูก คุณยายอยู่บ้านคนเดียว ส่วนอีกหลังปล่อยเช่า แต่หลังจากอายุมาก อายุ 80 ปลายๆ ญาติทางเหนือก็มารับไปอยู่ด้วยบ้านถูกทิ้งร้างมาตลอด
* มีหลังหนึ่งในหมู่บ้านเป็นบ้านร้าง ตั้งแต่สร้างเสร็จยังไม่มีคนเข้าอยู่เลย เป็นบ้านที่ถูกสร้างไว้เป็นเรือนหอ แต่เหมือนมีเหตุ ให้ต้องเลิกลากันก่อนเข้าอยู่ แล้วบ้านหลังนี้ ก็ไม่เคยมีใครมาอยู่อีกเลย จนโจรงัดเอา ประตูหน้าต่าง ทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว เหลือแต่ผนังปูน
* อีกหลัง เป็นบ้านของเพื่อนสมัยเรียน พ่อเส้นเลือดสมองแตกแม่ป่วยเป็นมะเร็ง ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ยายที่อยู่กรุงเทพฯรับหลาน 3 คนไปเลี้ยงต่อ บ้านหลังนี้ก็ถูกทิ้งร้างมานับแต่นั้น
* อีกหลังเป็นบ้านของคุณยาย ที่เป็นหม้ายผัวตายตั้งแต่ยังสาว ไม่เคยแต่งงานใหม่ อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด หลังจากไปเพราะความแก่ชรา บ้านหลังนั้นก็ถูกทิ้งร้างไปอัตโนมัติ
* อีกนับสิบหลังในหมู่บ้าน ที่บ้านถูกปิดไว้เฉยๆ เจ้าของ ไปทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ นานๆทีถึงจะกลับบ้านในช่วงเทศกาล เพื่อกลับไปหาญาติผู้ใหญ่ แต่หลังจากที่ญาติผู้ใหญ่ทยอยจากไป ก็ไม่ค่อยได้กลับมาอีกเลย
ยิ่งในยุคนี้ที่ประชากรลงลด เด็กเกิดใหม่น้อยลง ขนาดครอบครัวเล็กลง ในอนาคต บ้านที่ถูกปิดไว้เฉยๆหรือบ้านร้างคงเพิ่มมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ
เห็นแล้วก็รู้สึกเศร้าๆในใจ เพราะจำได้ว่า สมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็ก ช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ คนที่ไปทำงานต่างจังหวัด จะกลับกันมาพร้อมลูกหลาน เพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่ตายาย บรรยากาศค่อนข้างครึกครื้น สนุกสนาน และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
แต่เดี๋ยวนี้บรรยากาศแบบนั้น แทบไม่มีแล้ว แม้แต่การเอาลูกมาฝาก ให้ตายายหรือพ่อแม่เลี้ยงช่วยเลี้ยง แบบสมัยเมื่อก่อน ก็ลดน้อยลงมาก
ทุกสิ่งทุกอย่าง ดูเจริญมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากก็จริง แต่มันให้บรรยากาศและความรู้สึกที่ว่าเงียบ และสงบ เพราะหลายๆคน หายไปแบบไม่มีวันกลับ บ้านหลายๆหลังไม่มีคนอยู่ บ้านหลายๆหลัง ถูกปิดทิ้งไว้นานแล้ว
แล้วแถวบ้านคุณคุณเป็นยังไงกันบ้างคะ เพื่อนบ้านยังอยู่กันครบไหม บ้านร้าง หรือบ้านที่ถูกปิดไว้ไม่มีคนอยู่ เหมือนในหมู่บ้านเราบ้างหรือเปล่า