ซื้อรถในนามบริษัท ต้องเสียภาษีอย่างไร? ซื้อหรือเช่าแบบไหนคุ้มกว่า

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
วิดีโอนี้อธิบายหลักการเรื่อง “รถประจำตำแหน่ง” ในมุมมองของภาษีและการทำธุรกิจ โดย(TAXBugnoms) สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

- การตีความทางภาษี: กรมสรรพากรมองรถประจำตำแหน่งว่าเป็น “รถยนต์นั่ง” ซึ่งมีข้อจำกัดในการหักต้นทุนทางภาษี โดยจะยอมให้หักค่าเสื่อมราคาได้สูงสุดจากมูลค่ารถคันละไม่เกิน 1 ล้านบาท (หากซื้อราคาแพงกว่านี้ ส่วนที่เกินจะไม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้)

- เงื่อนไขความจำเป็น: หัวใจสำคัญคือรถต้องถูกใช้เพื่อ “ธุรกิจจริงๆ” หากมีการซื้อรถจำนวนมากโดยไม่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจหรือตำแหน่งงาน อาจถูกตรวจสอบและถือเป็น “รายจ่ายต้องห้าม” ได้

- ทางเลือกในการจัดการ:

- การซื้อ (รวมถึงเช่าซื้อ): ถือเป็นการลงทุนแบบซื้อ ซึ่งต้องติดเรื่องเพดานมูลค่ารถ 1 ล้านบาทในการหักภาษี

- การเช่า (Leasing): มักเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบกว่าในแง่ภาษี เนื่องจากสามารถนำค่าเช่ามาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึงเดือนละ 36,000 บาท

- คำแนะนำ: หากธุรกิจยังเพิ่งเริ่มต้น การจ่ายเป็นเงินผลอาจมีความยืดหยุ่นและปลอดภัยกว่าการผูกมัดบริษัทด้วยหนี้สินหรือค่าเสื่อมราคาจากรถราคาแพง

ชวนคุย: สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องใช้รถทำงานจริงๆ คิดว่าการซื้อรถหรือเช่ารถในนามบริษัทคุ้มกว่ากันคะ? มีประสบการณ์แบบไหนมาแบ่งปันกันได้เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่