เนื่องจากว่ามีมุสลิมจำนวนมากที่เข้าใจว่า ศาสนาอิสลามห้ามการวาดภาพหรือถ่ายภาพคนและสัตว์ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ตามความเป็นจริงแล้ว ศาสนาอิสลามห้าม การกราบไหว้ รูปเคารพต่างๆไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตามรวมทั้งสิ่งอื่นใด นอกจากพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น(อัลลอฮ์) ที่สมควรได้รับการกราบไหว้บูชา ดังนั้นในศาสนาอิสลามจึงไม่มีวัตถุหรือรูปเคารพต่างๆ
ในสมัยเมื่อท่านศาสดามูฮัมมัดยังมีชีวิตอยู่ ท่านห้ามการจดเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านพูดและปฏิบัติเพราะเกรงว่าจะปะปนกับการจดบันทึกอัลกุรอาน หลังจากที่ท่านศาสดามูฮัมมัดสิ้นชีวิตไปแล้ว
ประมาณ 250-300 ปี ได้มีผู้รวบรวมเรื่องราวบอกเล่าที่อ้างว่าเคยเห็นหรือเคยได้ยินท่านศาสดามูฮัมมัดปฏิบัติและกล่าวเช่นนั้นเช่นนี้ เป็นเรื่องบอกเล่าจากปากต่อปากจากคนรุ่นหนึ่งต่อๆกันมาจนถึงรุ่นลูกๆหลานๆ และเพื่อนๆซึ่งเป็นความจริงและอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงบ้าง โดยอ้างว่าเป็นคำสอน (หะดีษ) และ การปฏิบัติ (ซุนนะห์) ของท่านศาสดามูฮัมมัด
เนื่องจากศาสนาอิสลามศรัทธาในอัลกุรอานว่าเป็นคัมภีร์ที่พระเจ้าประทานมา ดังนั้นอัลกุรอานจึงเป็นแหล่งวิชาความรู้ทางศาสนาที่มุสลิมทุกๆคนถือว่าเป็นพระวจนะของพระเจ้าและเป็นบัญญัติที่ศักดิ์สิทธิ์ในการอนุญาติ(ฮาลาล)และการห้าม(ฮาราม) คำว่าฮาลาล หมายถึงการ อนุญาตหรือเป็นที่ถูกต้องตามกฎหมายในภาษาอาหรับ ขณะที่ฮาราม หมายถึง เป็นที่ต้องห้ามหรือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานของศาสนาอิสลามที่ควบคุมทุกแง่มุมของชีวิต รวมถึงอาหาร จริยธรรม การเงิน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการห้ามและการอนุญาติจึงเป็นสิทธิของอัลลอฮ์/พระเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น มนุษย์ไม่มีสิทธิที่จะออกคำสั้งห้ามหรืออนุมัติถ้าอัลลอฮ์ไม่ห้ามหรืออนุมัต อัลกุรอานซูเราะห์อัลมาอิดะ บัญญัติไว้ว่า:
"โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย อย่าห้ามปรามสิ่งที่ดีงามซึ่งอัลลอฮ์ได้ทรงอนุญาตแก่พวกท่าน และอย่าฝ่าฝืน แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงโปรดปรานผู้ฝ่าฝืน"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ Verse 87 from surah Al-Maidah
﴿يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تُحَرِّمُوا طَيِّبَاتِ مَا أَحَلَّ اللَّهُ لَكُمْ وَلَا تَعْتَدُوا ۚ إِنَّ اللَّهَ لَا يُحِبُّ الْمُعْتَدِينَ﴾
[
المائدة: 87]
English - Sahih International
5:87 O you who have believed, do not prohibit the good things which Allah has made lawful to you and do not transgress. Indeed, Allah does not like transgressors.
เราจะเห็นว่าฮาดีษที่ห้ามการวาดหรือปั้นรูปสิ่งที่มีชีวิตนั้นขัดกับคำสั่งของอัลลอฮ์ในอัลกุรอานบัญญัติ(5:87)นี้ เนื่องจากไม่มีการห้ามการวาดหรือปั้นรูปสิ่งมีชีวิตในอัลกุรอานและในสมัยท่านศาสดามูฮัมมัด, ทั้งนี้เพราะว่าท่านหญิงอายอิซะเล่นตุ๊กตารูปเด็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ถ้าหากว่ามีการห้ามจริงตามคำบอกเล่า(หะดีษ)
มันเป็นไปไม่ได้ที่ท่านศาสดามูฮัมมัดจะยอมให้เด็กๆในสมัยของท่านเล่นตุ๊กตารูปสิ่งมีชีวิต แสดงให้เห็นว่าหะดีษที่ห้ามการปั้นหรือวาดภาพสิ่งมีชีวิตนั้นไม่เป็นความจริง จากเรื่องราวของหะดีษที่ไอชะ (ภรรยาของท่านศาสดามูฮัมหมัด) บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เล่นกับรูปปั้นของเล่นแบบดั้งเดิมในวัยเด็กก่อนเข้าสู่วัยรุ่น ก็เป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการห้ามการวาดภาพหรือปั้นรูปสิ่งมีชีวิตในศาสนาอิสลาม
ในบริบททางการค้าในสมัยนี้ "ตุ๊กตาไอชะ" เป็นตุ๊กตาเด็กทารกมุสลิมแบบโต้ตอบได้ ทำจากผ้ากำมะหยี่นุ่ม ขนาด 16 นิ้ว สวมฮิญาบที่ถอดได้ อ่านซูเราะห์ (เช่น อัล-อัสร์ อัล-ฟาลัก และอัน-นาส) พูดวลีทางศาสนาอิสลาม และร้องเพลงเมื่อคุณกดที่มือ เท้า หรือจมูก ร้านขายของเล่นและร้านขายของที่ระลึกในและรอบๆ เมกกะ (มักกะฮ์) จำหน่ายตุ๊กตาเด็กและตุ๊กตา แบบโต้ตอบได้, ตุ๊กตาผ้าพูดได้ และตุ๊กตาวัฒนธรรมอย่างมาดินา ตลาดท้องถิ่นใกล้กับฮารัมและร้านค้าทั่วซาอุดีอาระเบีย มักมีของเล่นเด็กจำหน่าย รวมถึงตุ๊กตาเด็ก เครื่องบินของเล่น และตุ๊กตาที่ร้องเพลง/พูดได้ แบรนด์เฉพาะบางอย่าง Mecca to Medina Toys นำเสนอตุ๊กตาผ้า (เช่น มาดินาและคาเลด) ที่ท่องซูเราะห์ นาชีด และสอนวลีอิสลาม
ในการที่จะอ้างอิงอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับคำสั่งห้ามหรืออนุมัติในศาสนาอิสลามควรจะใช้"อัลกุรอาน" ซึ่งเป็นแหล่งวิชาการเพียงแหล่งเดียวเท่านั้นที่อัลลออ์ทรงส่งมาเพื่อเป็นแนวทางในศาสนาอิสลาม
มุสลิมจะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามซุนนะห์ของท่านรอซูลในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อท่านสิ้นชีพไปแล้ว
เราควรใช้อัลกุรอานกับซุนนะห์ที่อยู่ภายในบริบทของอัลกุรอานเท่านั้น ทั้งนี้เพราะว่าท่านรอซุลจะไม่ปฏิบัติหรือสอนอะไรที่อยู่นอกบริบทของอัลกุรอานอย่างเด็ดขาด เพราะว่าอัลลอฮ์ทรงได้กำหนดโทษไว้ หากท่านศาสดามูฮัมมัดสอนอะไรที่อยู่นอกเหนือบริบทอัลกุรอาน จะมีโทษดังนี้:
คำตัดสินเฉพาะเกี่ยวกับสมมติฐานเรื่องการปลอมแปลงคำประกาศระบุว่า พระเจ้าจะทรงจับตัวเขาและตัดเส้นเลือดใหญ่ (เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิต) ของเขา ทำให้เขาเสียชีวิตทันที
คำประกาศนี้พบได้ในซูเราะห์อัลฮักกะฮ์ (69:44–47) วางโทษไว้ดังนี้:
"และหากเขา [มุฮัมมัด] ได้ปลอมแปลงคำกล่าวบางอย่างต่อต้านเรา เราก็จะจับเขาด้วยมือขวา แล้วเราก็จะตัดเส้นเลือดใหญ่ของเขา และไม่มีผู้ใดในพวกเจ้าสามารถยับยั้งเราจากการ [ลงโทษ] เขาได้"คำตัดสินเฉพาะเกี่ยวกับสมมติฐานเรื่องการปลอมแปลงคำประกาศระบุว่า พระเจ้าจะทรงจับตัวเขาและตัดเส้นเลือดใหญ่ (เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิต) ของเขา ทำให้เขาเสียชีวิตทันที
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้69. ٱلْحَاقَّة — The Reality
Showing āyāt 44–47. Source: Tanzil (tanzil.net).
بِسْمِ ٱللّٰهِ ٱلرَّحْمٰنِ ٱلرَّحِيمِ
In the name of Allah, Most Gracious, Most Merciful.
وَلَوْ تَقَوَّلَ عَلَيْنَا بَعْضَ ٱلْأَقَاوِيلِ
And if the messenger were to invent any sayings in Our name,
لَأَخَذْنَا مِنْهُ بِٱلْيَمِينِ
We should certainly seize him by his right hand,
ثُمَّ لَقَطَعْنَا مِنْهُ ٱلْوَتِينَ
And We should certainly then cut off the artery of his heart:
فَمَا مِنكُم مِّنْ أَحَدٍ عَنْهُ حَـٰجِزِينَ
Nor could any of you withhold him (from Our wrath).
การวาดภาพสิ่งมีชีวิตช่วยผ่อนคลายจิตใจและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์โดยการลดความเครียด เพิ่มความคมชัดในการสังเกต และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง การฝึกฝนเชิงสร้างสรรค์เหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวและความจำ บันทึกประวัติศาสตร์ ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง และเป็นช่องทางบำบัดที่มีความหมายสำหรับการแสดงออกถึงความรู้สึกที่ซับซ้อน
การวาดภาพสิ่งมีชีวิตเป็นการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางอารมณ์คือ ช่วยลดความเครียด เนื่องจาก การจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะช่วยลดระดับคอร์ติซอล ทำให้ระบบประสาทสงบลง และกระตุ้นสารเคมีในสมองที่ทำให้สงบ เช่น เซโรโทนินและโดปามีน การถ่ายภาพเหมือนจริงจะบังคับให้คุณอยู่กับปัจจุบัน ช่วยลดวงจรความวิตกกังวลและการคิดมากเกินไปเป็นการส่งเสริมการมีสติในการจดจ่อกับรูปทรง เส้นโค้ง และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ (เช่น กลีบดอกไม้หรือขน) จะดึงความสนใจของคุณออกจากความคิดที่วุ่นวายหรือวิตกกังวล นอกจากนี้การสร้างสรรค์งานศิลปะหรือการถ่ายภาพช่วยให้ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูดมีรูปร่างขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นรูปแบบการบำบัดส่วนบุคคลหรือการจัดการกับความเศร้าโศก
งานศิลป์ช่วยในการพัฒนาด้านความรู้ความเข้าใจและการสังเกตและเพิ่มความใส่ใจในรายละเอียด เพราะการวาดภาพหรือการจัดองค์ประกอบภาพต้องอาศัยการศึกษาเกี่ยวกับกายวิภาค แสง และการเคลื่อนไหว เป็นการช่วยบำรุงสุขภาพสมอง การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทใหม่ เสริมสร้างความจำ และพัฒนาการประสานงานระหว่างมือและสายตา เป็นการชะลอการรับรู้เพราะการวาดภาพหรือการรอจังหวะที่เหมาะสมจะบังคับให้คุณสังเกตพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในคนและสัตว์ป่าที่คุณอาจพลาดไปหากไม่ได้ทำเช่นนั้น
ซูเราะห์อัลมาอิดะฮ์ (โองการที่ 5:87) ในอัลกุรอานกล่าวว่า:
يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تُحَرِّمُوا طَيِّبَاتِ مَا أَحَلَّ اللَّهُ لَكُمْ وَلَا تَعْتَدُوا ۚ إِنَّ اللَّهَ لَا يُحِبُّ الْمُعْتَدِينَ
โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย อย่าห้ามปรามสิ่งที่ดีงามซึ่งอัลลอฮ์ได้ทรงอนุญาตแก่พวกท่าน และอย่าฝ่าฝืน แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงโปรดปรานผู้ฝ่าฝืน
คำสั่งนี้เตือนไม่ให้บังคับตนเองให้ละเว้นจากสิ่งดีงาม การถือศีลอย่างเคร่งครัด หรือการทำให้สิ่งที่เป็นที่อนุญาตกลายเป็นสิ่งต้องห้ามโดยปราศจากอำนาจจากพระเจ้า
ความหมายและบริบทหลัก
1. สิ่งที่อนุญาต (ฮาลาล): โองการนี้เตือนผู้ศรัทธาให้เพลิดเพลินกับปัจจัยยังชีพอันบริสุทธิ์และดีงาม (ตัยยิบะฮ์) ที่อัลลอฮ์ทรงประทานให้ แทนที่จะแบกรับภาระจากข้อห้ามที่มนุษย์สร้างขึ้น
2, การฝ่าฝืน (อิติดา): การประกาศว่าสิ่งใดต้องห้ามเมื่ออัลลอฮ์ไม่ได้ทรงทำเช่นนั้น ถือเป็นการฝ่าฝืน คล้ายกับการพูดถึงอัลลอฮ์โดยปราศจากความรู้
3. ความสมดุลในศรัทธา: คำสอนของอิสลามเน้นความพอดี การไปสุดโต่งเพื่อปฏิเสธความสะดวกสบายขั้นพื้นฐานของตนเองนั้นขัดกับความสมดุลที่ศาสนาตั้งใจไว้
4. อัลกุรอาน 16:116 เตือนเช่นเดียวกันเกี่ยวกับการโกหกด้วยลิ้นเพื่อประกาศว่า "สิ่งนี้อนุญาตและสิ่งนี้ต้องห้าม" เพื่อสร้างเรื่องเท็จเกี่ยวกับพระเจ้า
وَلَا تَقُولُوا۟ لِمَا تَصِفُ أَلْسِنَتُكُمُ ٱلْكَذِبَ هَـٰذَا حَلَـٰلٌ وَهَـٰذَا حَرَامٌ لِّتَفْتَرُوا۟ عَلَى ٱللَّهِ ٱلْكَذِبَ ۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ يَفْتَرُونَ عَلَى ٱللَّهِ ٱلْكَذِبَ لَا يُفْلِحُونَ
แต่จงอย่ากล่าวสิ่งใดๆ ที่ลิ้นของพวกท่านอาจกล่าวออกมาได้ว่า “สิ่งนี้อนุญาต และสิ่งนี้ต้องห้าม” เพื่อจะกล่าวอ้างสิ่งเท็จต่ออัลลอฮ์ เพราะบรรดาผู้ที่กล่าวอ้างสิ่งเท็จต่ออัลลอฮ์นั้น จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ (16:116)
ในหลักนิติศาสตร์อิสลาม การออกกฎหมายเกี่ยวกับฮะรอม (ต้องห้าม) และฮาลาล (อนุญาต) เป็นไปตามการเปิดเผยจากพระเจ้าอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่การบำเพ็ญตบะส่วนบุคคลหรือทางวัฒนธรรม
การวาดภาพ ถ่ายภาาพ ปั้นภาพ ของสิ่งที่มีชีวิตไม่มีการห้ามในศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลามห้ามการกราบไหว้เคารพบูชา รูปเคารพต่างๆไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม
การวาดภาพ ถ่ายภาาพ ปั้นภาพ ของสิ่งที่มีชีวิตไม่มีบัญญัติของ "อัลลอฮ์" ห้ามในศาสนาอิสลาม
ในสมัยเมื่อท่านศาสดามูฮัมมัดยังมีชีวิตอยู่ ท่านห้ามการจดเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านพูดและปฏิบัติเพราะเกรงว่าจะปะปนกับการจดบันทึกอัลกุรอาน หลังจากที่ท่านศาสดามูฮัมมัดสิ้นชีวิตไปแล้ว ประมาณ 250-300 ปี ได้มีผู้รวบรวมเรื่องราวบอกเล่าที่อ้างว่าเคยเห็นหรือเคยได้ยินท่านศาสดามูฮัมมัดปฏิบัติและกล่าวเช่นนั้นเช่นนี้ เป็นเรื่องบอกเล่าจากปากต่อปากจากคนรุ่นหนึ่งต่อๆกันมาจนถึงรุ่นลูกๆหลานๆ และเพื่อนๆซึ่งเป็นความจริงและอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงบ้าง โดยอ้างว่าเป็นคำสอน (หะดีษ) และ การปฏิบัติ (ซุนนะห์) ของท่านศาสดามูฮัมมัด
เนื่องจากศาสนาอิสลามศรัทธาในอัลกุรอานว่าเป็นคัมภีร์ที่พระเจ้าประทานมา ดังนั้นอัลกุรอานจึงเป็นแหล่งวิชาความรู้ทางศาสนาที่มุสลิมทุกๆคนถือว่าเป็นพระวจนะของพระเจ้าและเป็นบัญญัติที่ศักดิ์สิทธิ์ในการอนุญาติ(ฮาลาล)และการห้าม(ฮาราม) คำว่าฮาลาล หมายถึงการ อนุญาตหรือเป็นที่ถูกต้องตามกฎหมายในภาษาอาหรับ ขณะที่ฮาราม หมายถึง เป็นที่ต้องห้ามหรือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานของศาสนาอิสลามที่ควบคุมทุกแง่มุมของชีวิต รวมถึงอาหาร จริยธรรม การเงิน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการห้ามและการอนุญาติจึงเป็นสิทธิของอัลลอฮ์/พระเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น มนุษย์ไม่มีสิทธิที่จะออกคำสั้งห้ามหรืออนุมัติถ้าอัลลอฮ์ไม่ห้ามหรืออนุมัต อัลกุรอานซูเราะห์อัลมาอิดะ บัญญัติไว้ว่า:
"โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย อย่าห้ามปรามสิ่งที่ดีงามซึ่งอัลลอฮ์ได้ทรงอนุญาตแก่พวกท่าน และอย่าฝ่าฝืน แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงโปรดปรานผู้ฝ่าฝืน"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เราจะเห็นว่าฮาดีษที่ห้ามการวาดหรือปั้นรูปสิ่งที่มีชีวิตนั้นขัดกับคำสั่งของอัลลอฮ์ในอัลกุรอานบัญญัติ(5:87)นี้ เนื่องจากไม่มีการห้ามการวาดหรือปั้นรูปสิ่งมีชีวิตในอัลกุรอานและในสมัยท่านศาสดามูฮัมมัด, ทั้งนี้เพราะว่าท่านหญิงอายอิซะเล่นตุ๊กตารูปเด็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ถ้าหากว่ามีการห้ามจริงตามคำบอกเล่า(หะดีษ) มันเป็นไปไม่ได้ที่ท่านศาสดามูฮัมมัดจะยอมให้เด็กๆในสมัยของท่านเล่นตุ๊กตารูปสิ่งมีชีวิต แสดงให้เห็นว่าหะดีษที่ห้ามการปั้นหรือวาดภาพสิ่งมีชีวิตนั้นไม่เป็นความจริง จากเรื่องราวของหะดีษที่ไอชะ (ภรรยาของท่านศาสดามูฮัมหมัด) บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เล่นกับรูปปั้นของเล่นแบบดั้งเดิมในวัยเด็กก่อนเข้าสู่วัยรุ่น ก็เป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการห้ามการวาดภาพหรือปั้นรูปสิ่งมีชีวิตในศาสนาอิสลาม
ในบริบททางการค้าในสมัยนี้ "ตุ๊กตาไอชะ" เป็นตุ๊กตาเด็กทารกมุสลิมแบบโต้ตอบได้ ทำจากผ้ากำมะหยี่นุ่ม ขนาด 16 นิ้ว สวมฮิญาบที่ถอดได้ อ่านซูเราะห์ (เช่น อัล-อัสร์ อัล-ฟาลัก และอัน-นาส) พูดวลีทางศาสนาอิสลาม และร้องเพลงเมื่อคุณกดที่มือ เท้า หรือจมูก ร้านขายของเล่นและร้านขายของที่ระลึกในและรอบๆ เมกกะ (มักกะฮ์) จำหน่ายตุ๊กตาเด็กและตุ๊กตา แบบโต้ตอบได้, ตุ๊กตาผ้าพูดได้ และตุ๊กตาวัฒนธรรมอย่างมาดินา ตลาดท้องถิ่นใกล้กับฮารัมและร้านค้าทั่วซาอุดีอาระเบีย มักมีของเล่นเด็กจำหน่าย รวมถึงตุ๊กตาเด็ก เครื่องบินของเล่น และตุ๊กตาที่ร้องเพลง/พูดได้ แบรนด์เฉพาะบางอย่าง Mecca to Medina Toys นำเสนอตุ๊กตาผ้า (เช่น มาดินาและคาเลด) ที่ท่องซูเราะห์ นาชีด และสอนวลีอิสลาม
ในการที่จะอ้างอิงอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับคำสั่งห้ามหรืออนุมัติในศาสนาอิสลามควรจะใช้"อัลกุรอาน" ซึ่งเป็นแหล่งวิชาการเพียงแหล่งเดียวเท่านั้นที่อัลลออ์ทรงส่งมาเพื่อเป็นแนวทางในศาสนาอิสลาม
มุสลิมจะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามซุนนะห์ของท่านรอซูลในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อท่านสิ้นชีพไปแล้ว เราควรใช้อัลกุรอานกับซุนนะห์ที่อยู่ภายในบริบทของอัลกุรอานเท่านั้น ทั้งนี้เพราะว่าท่านรอซุลจะไม่ปฏิบัติหรือสอนอะไรที่อยู่นอกบริบทของอัลกุรอานอย่างเด็ดขาด เพราะว่าอัลลอฮ์ทรงได้กำหนดโทษไว้ หากท่านศาสดามูฮัมมัดสอนอะไรที่อยู่นอกเหนือบริบทอัลกุรอาน จะมีโทษดังนี้:
คำตัดสินเฉพาะเกี่ยวกับสมมติฐานเรื่องการปลอมแปลงคำประกาศระบุว่า พระเจ้าจะทรงจับตัวเขาและตัดเส้นเลือดใหญ่ (เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิต) ของเขา ทำให้เขาเสียชีวิตทันที
คำประกาศนี้พบได้ในซูเราะห์อัลฮักกะฮ์ (69:44–47) วางโทษไว้ดังนี้:
"และหากเขา [มุฮัมมัด] ได้ปลอมแปลงคำกล่าวบางอย่างต่อต้านเรา เราก็จะจับเขาด้วยมือขวา แล้วเราก็จะตัดเส้นเลือดใหญ่ของเขา และไม่มีผู้ใดในพวกเจ้าสามารถยับยั้งเราจากการ [ลงโทษ] เขาได้"คำตัดสินเฉพาะเกี่ยวกับสมมติฐานเรื่องการปลอมแปลงคำประกาศระบุว่า พระเจ้าจะทรงจับตัวเขาและตัดเส้นเลือดใหญ่ (เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิต) ของเขา ทำให้เขาเสียชีวิตทันที
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การวาดภาพสิ่งมีชีวิตช่วยผ่อนคลายจิตใจและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์โดยการลดความเครียด เพิ่มความคมชัดในการสังเกต และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง การฝึกฝนเชิงสร้างสรรค์เหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวและความจำ บันทึกประวัติศาสตร์ ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง และเป็นช่องทางบำบัดที่มีความหมายสำหรับการแสดงออกถึงความรู้สึกที่ซับซ้อน
การวาดภาพสิ่งมีชีวิตเป็นการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางอารมณ์คือ ช่วยลดความเครียด เนื่องจาก การจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะช่วยลดระดับคอร์ติซอล ทำให้ระบบประสาทสงบลง และกระตุ้นสารเคมีในสมองที่ทำให้สงบ เช่น เซโรโทนินและโดปามีน การถ่ายภาพเหมือนจริงจะบังคับให้คุณอยู่กับปัจจุบัน ช่วยลดวงจรความวิตกกังวลและการคิดมากเกินไปเป็นการส่งเสริมการมีสติในการจดจ่อกับรูปทรง เส้นโค้ง และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ (เช่น กลีบดอกไม้หรือขน) จะดึงความสนใจของคุณออกจากความคิดที่วุ่นวายหรือวิตกกังวล นอกจากนี้การสร้างสรรค์งานศิลปะหรือการถ่ายภาพช่วยให้ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูดมีรูปร่างขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นรูปแบบการบำบัดส่วนบุคคลหรือการจัดการกับความเศร้าโศก
งานศิลป์ช่วยในการพัฒนาด้านความรู้ความเข้าใจและการสังเกตและเพิ่มความใส่ใจในรายละเอียด เพราะการวาดภาพหรือการจัดองค์ประกอบภาพต้องอาศัยการศึกษาเกี่ยวกับกายวิภาค แสง และการเคลื่อนไหว เป็นการช่วยบำรุงสุขภาพสมอง การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทใหม่ เสริมสร้างความจำ และพัฒนาการประสานงานระหว่างมือและสายตา เป็นการชะลอการรับรู้เพราะการวาดภาพหรือการรอจังหวะที่เหมาะสมจะบังคับให้คุณสังเกตพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในคนและสัตว์ป่าที่คุณอาจพลาดไปหากไม่ได้ทำเช่นนั้น
ซูเราะห์อัลมาอิดะฮ์ (โองการที่ 5:87) ในอัลกุรอานกล่าวว่า: