🌿 กะเพราก็มีลิขสิทธิ์? เอกชนจดทะเบียนคุ้มครอง 4 พันธุ์ อยู่ได้ถึงปี 2579 แล้วประชาชนยังปลูกกินเองได้ไหม?

ข่าวนี้แล้วน่าสนใจครับ เพราะ “กะเพรา” เป็นผักคู่ครัวของคนไทยที่แทบทุกบ้านรู้จัก ตั้งแต่ผัดกะเพราหมูสับ กะเพราไก่ ไปจนถึงร้านอาหารตามสั่งที่เรากินกันแทบทุกวัน

   สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีบริษัทเอกชนจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพรา 4 พันธุ์ โดยยืนยันว่าประชาชนยังสามารถนำไปปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ แต่ห้ามนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

🌱 กะเพรา 4 พันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง
   จากข้อมูลที่มีการเปิดเผย บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 พันธุ์ ได้แก่
      - แก้วจุรี 01
      - แก้วจุรี 02
      - แก้วจุรี 03
      - แก้วจุรี 04
    โดยมีการจดทะเบียนในปี 2567 และได้รับความคุ้มครองเป็นเวลา 12 ปี สิ้นสุดในปี 2579

🏡 แล้วประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบหรือไม่?
      - ตามคำชี้แจงของรัฐมนตรี ประชาชนยังสามารถนำพันธุ์กะเพราที่ได้รับความคุ้มครองมาปลูกกินเองในครัวเรือนได้ แต่การนำไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ได้รับความคุ้มครอง
      - ประเด็นนี้จึงไม่ได้หมายความว่า ต่อไปคนไทยจะปลูกกะเพราทุกชนิดไม่ได้ หรือกะเพราทั้งหมดกลายเป็นของเอกชน แต่เป็นเรื่องของสิทธิในพันธุ์พืชที่ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองโดยเฉพาะ
      - อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของข้อจำกัดต้องพิจารณาตามกฎหมายและเงื่อนไขของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ไม่ควรเหมารวมว่ากะเพราทุกพันธุ์อยู่ภายใต้ข้อจำกัดเดียวกัน

⚖️ สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่กะเพรา 4 พันธุ์
      - อีกประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ถูกพูดถึง คือความกังวลของมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชให้สอดคล้องกับอนุสัญญา UPOV 1991
      - ฝ่ายที่กังวลมองว่า หากกติกาเปลี่ยนไป อาจส่งผลต่อสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ แบ่งปันเมล็ดพันธุ์ให้ผู้อื่น หรือใช้พันธุ์พืชเดิมไปพัฒนาต่อยอด แม้บางกรณีจะไม่ได้ทำเพื่อการค้าก็ตาม
      - เรื่องนี้จึงมีสองด้านที่ต้องพิจารณาไปพร้อมกัน
ด้านหนึ่ง เอกชนที่ลงทุนวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ก็ควรได้รับความคุ้มครองในผลงานของตน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชที่มีประโยชน์
      - อีกด้านหนึ่ง พันธุ์พืชพื้นเมืองและความหลากหลายทางชีวภาพก็มีความสำคัญต่อเกษตรกรและสังคมไทย การคุ้มครองสิทธิจึงควรมีขอบเขตที่ชัดเจน ไม่ทำให้ผู้ปลูกพืชทั่วไปหรือเกษตรกรรายย่อยเสียเปรียบเกินสมควร

🤔 ความเห็นส่วนตัว
      - ผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ควรรีบสรุปว่าเอกชนทำผิด หรือประชาชนจะปลูกกะเพราไม่ได้อีกต่อไป เพราะการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่กับการเป็นเจ้าของพืชชนิดนั้นทั้งหมดเป็นคนละเรื่องกัน
      - แต่สิ่งที่ประชาชนควรสนใจคือ กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชจะสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของนักวิจัยเอกชนกับสิทธิของเกษตรกรและประชาชนได้อย่างไร
      - ถ้าบริษัทลงทุนพัฒนาพันธุ์ใหม่จนมีคุณสมบัติเฉพาะ ก็สมควรมีระบบคุ้มครองที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ควรสื่อสารให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และกฎหมายจะไม่กระทบการปลูกพืชทั่วไปอย่างไร

THE STANDARD

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่