“ศุภณัฐ” จี้ “ชัชชาติ” กล้าพูดความจริง แอปฯ ทางรัฐเป็นอุปสรรคเยียวยาน้ำท่วม แนะต้องกล้าชนเพื่อลูกน้อง
.
.
“ศุภณัฐ” จี้ “ชัชชาติ” กล้าพูดความจริง แอปฯ ทางรัฐ เป็นอุปสรรค ไร้ฟังก์ชันแนบรูป-หลักฐานน้ำท่วม ทำประชาชนรออนุมัตินาน แนะวันนี้ต้องกล้าชนปกป้องลูกน้อง ชี้ถ้าไม่มีเอกสารข้าราชการเสี่ยงติดคุก ใครรับผิดชอบชีวิต ถามจะเป็นรัฐบาลดิจิทัล-เอไอทั้งที แค่ให้เพิ่มรูปยังทำไม่ได้
.
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าไม่เคยโทษแอพฯทางรัฐ ไม่มีช่องทางแนบรูป และหลักฐานจนทำให้การเยียวยาน้ำท่วมล่าช้าว่า อยากให้ผู้ว่าฯ กทม. ปกป้องข้าราชการของกรุงเทพมหานครด้วย และวันนี้ปัญหามีอยู่จริง หากไม่กล้าชนปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข วันนี้ตนได้พูดคุยกับคนหลังบ้านทั้งผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ก็พูดตรงกันว่าสิ่งที่ส่งมาในแอปฯ ทางรัฐ มันมีอุปสรรค เพราะไม่สามารถแนบรูปได้ ไม่สามารถแนบเอกสารเพิ่มเติมได้ ทำให้กรุงเทพมหานครต้องขอเอกสารเพิ่มเติม ตนเข้าใจว่า ผู้ว่าฯ คงไม่อยากพูดตรงๆ และวันนี้พิสูจน์แล้วว่า ในทางปฏิบัติคนที่ยื่นเรื่องผ่านแอปฯ ทางรัฐ กลับช้ากว่าคนที่ไปยื่นเรื่องผ่านสำนักงานเขต
.
“เพราะฉะนั้นหากบอกว่า แอปฯทางรัฐ ไม่ได้เป็นปัญหา แล้วเป็นปัญหาที่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ ท่านไม่ปกป้องพี่น้องข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ต้องรับความเสี่ยงกับการพิจารณาเลยเหรอ ก็ฝากไปถึงท่านผู้ว่าฯ ด้วยว่า ณ วันนี้ เราต้องปกป้องเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่ดำเนินการพิจารณาด้วย อะไรที่เป็นปัญหาก็พูดตรงๆ เราอย่าทำแบบนี้เลย มันไม่ดีหรอกครับ“
.
ส่วนกรณีโฆษกรัฐบาลบอกว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สส. และสก. ในพื้นที่สามารถลงพื้นที่สำรวจช่วยหน่วยงานได้นั้น นายศุภณัฐ กล่าวว่า สาระสำคัญของเรื่องนี้คือการพิสูจน์ว่าได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ หากโฆษกรัฐบาล หรือรัฐมนตรีคิดว่า การพิจารณากรณีน้ำล้อม น้ำท่วม ไม่จำเป็นต้องใช้รูป และเอกสารในการพิสูจน์ อาจเข้าข่ายการกระทำไม่ถูกต้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะรับความเสี่ยงไปด้วย แต่ฝ่ายบริหารอาจจะพูดได้ เพราะไม่ได้เป็นคนพิจารณา และโยนความเสี่ยง โยนคดีความ แต่ถ้าวันหนึ่งเจ้าหน้าที่ต้องติดคุก ถูกดำเนินคดี เพราะมีการอนุมัติเงินไป
.
โดยไม่ได้ดูเอกสารหลักฐาน ตนขอถามว่า ใครจะรับผิดชอบชีวิตข้าราชการ แม้เงินไม่กี่บาท แต่ต้องติดคุก เพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า พื้นที่นั้นน้ำท่วมจริง น้ำท่วมจนเกิดความเสียหายจริงใครจะรับผิดชอบ วันนี้อยากให้มองส่วนผู้ปฏิบัติงานด้วย เพราะรัฐบาลอาจได้ความนิยม แต่สุดท้ายความเสี่ยงเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นไม่ว่าเป็นใครที่เป็นตัวแทนรัฐบาลกำลังสื่อสารว่า เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ดำเนินการในต่างจังหวัด ไม่ต้องมีเอกสารในการพิสูจน์ หาก สตง. ได้ยิน อาจจะไม่ดีต่อตัวเจ้าหน้าที่ที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย และเป็นการสร้างความเสี่ยงให้กับข้าราชการที่อนุมัติ
.
เมื่อถามถึงข้อถกเถียงว่า บ้านพักข้าราชการควรได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ นายศุภณัฐ ระบุว่า เงินเยียวยาน้ำท่วมมี 2 ก้อน ก้อนแรกคือเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี น้ำล้อม 5,000 บาท น้ำท่วม 9,000 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องความเสียหายต่างๆ และได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ส่วนอีกก้อนเป็นเงินซ่อมแซมตัวบ้าน ซึ่งหากเป็นเงินก้อนนี้ ข้าราชการก็ไม่ควรไปยื่นขอเงินทดลอง แต่ควรไปใช้กระบวนการของหน่วยงานตัวเองในการขอเงิน แต่หากย้อนไปดูหลักการของเงินเยียวยาก้อนแรกน้ำล้อมเกิน 7 วัน หรือ น้ำท่วมเข้าตัวบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งมุมหนึ่งได้รับฟังความเห็นจากข้าราชการตัวเล็ก ที่ไม่มีตำแหน่งสูง ไม่มีเงินเดือนมาก หรือบางคนเป็นข้าราชการที่ย้ายมาอยู่ในกรุงเทพ แล้วข้าวของเสียหายจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งก็ถือว่าเป็นคนไทยคนหนึ่ง แล้วข้าวของที่เสียหายหน่วยงานได้ซื้อแทนหรือไม่ แบบนี้พวกเขาทำอะไรผิด ถึงต้องได้รับความเสียหายโดยไม่ได้รับการเยียวยา และเหลียวแลเลย ตนจึงขอเปิดโอกาสข้าราชการเหล่านี่ได้สะท้อนปัญหา
.
เมื่อถามถึงระยะเวลาในการจ่ายเงินเยียวยาในพื้นที่กรุงเทพมหานครคาดว่าต้องใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ ถือว่าช้าไปหรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ก่อนข้างนานอยู่แล้ว ตนคิดว่าเป้าหมายสูงสุดของทั้งรัฐบาล และท้องถิ่นต้องเข้าไปเยียวยาให้ไวที่สุด แม้รัฐบาลจะบอกว่า ไวขึ้น แต่ไวเพียงพอกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ แล้วความต้องการของประชาชนที่ต้องแบบทันด่วนในชนิดที่ไม่ใช่งบประมาณของรัฐทำไม่ได้ และเชื่อว่ารัฐบาลสามารถติดสปีดเรื่องนี้ได้ เห็นได้จากการยื่นขอเงินเยียวยาไปผ่านแอพฯทางรัฐ 2-3 อาทิตย์แล้ว
.
แต่เมื่อไปยื่นที่สำนักงานเขตแล้วได้รับการอนุมัติเลย แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้มีการติดขัดที่ตัวกระบวนการเจ้าหน้าที่ แต่ติดจัดที่แอปฯทางรัฐ ไม่ได้ให้ข้อมูลต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ในการพิจารณา และไม่ได้ติดขัดที่ประชาชนที่ไม่ได้มีข้อมูล เพราะฉะนั้นสิ่งที่สามารถทำให้ไวได้ ไม่ใช่แอปฯ ทางรัฐ ผ่านออนไลน์ แต่เป็นผ่านทางออนไซต์ที่สำนักงานเขต ฉะนั้นสิ่งที่ตนพยายามสะท้อนอยู่คือ หากอยากเป็นรัฐบาลดิจิทัล รัฐบาลเอไอ สามารถปรับได้ ทำไมต้องเถียงว่า แอปฯทางรัฐ ต้องรับรูป หรือไม่รับรูป ทำไมปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้สามารถรับรูป มันยากสำหรับรัฐบาลดิจิทัลที่จะมีฟังก์ชันในการรับรูปและอำนายความสะดวกในการพิจารณา
.
ส่วนที่โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า จะไม่ยอมให้มีการบิดเบือนข้อมูลหน้าด้านๆ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ตนเห็นว่าประชาชนเห็นเรียบร้อยแล้ว ว่าข้อเท็จจริงคือเงินหมดจริง มีการอนุมัติเงินใหม่จริง และระหว่างที่จะมีการอนุมัติเงินใหม่เกิดความสะดุดในการจ่ายเงิน ซึ่งตอนนี้เกือบ 7 วัน ที่หน่วยงานไม่ได้โอนเงินอย่างจริงจัง ให้กับประชาชน และประชาขนต้องรอต่อไป แม้จะดีที่รัฐบาลอนุมัติเงินไว ไวในที่นี่หมายความว่า เร่งเอาเรื่องข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไว ถ้าหากเสียเวลารอไปอีก 1 สัปดาห์ ประชาชนก็จะลำบากกว่าเดิม แต่ถามว่าไวกว่านี้ได้หรือไม่ มันทำได้ ถ้าหากมีการวางแผนเรื่องงบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เข้าใจว่ามีความตั้งใจในการเยียวยาประชาชน แต่หากทำได้ไวกว่านี้ ต่อเนื่องกว่านี้ โดยไม่สะดุดก็จะดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกว่าสิ่งที่ทำ ดีอยู่แล้ว แล้วไม่พัฒนาเพิ่มเติม แต่หากวันนี้มีอะไรที่พัฒนาเพิ่มเติมได้ แล้วอำนวยความสะดวกให้ประชาชนก็ควรมุ่งเป้าไปสิ่งนั่นด้วย
.
.
“ทวิวงศ์” ทวงสัญญารัฐบาลสีน้ำเงิน ไหนว่าจะเยียวยาน้ำท่วมให้คนอยุธยาแบบขั้นบันได
.
“ทวิวงศ์” ขอทวงสิทธิเยียวยาน้ำท่วมให้คนอยุธยา ชี้ท่วมสูงนานกว่า แต่ได้เยียวยาแบบเหมา 9,000 บาทเท่ากัน แถมไร้เงา “ค่าเสียโอกาส 5,000 บาท/เดือน” ทั้งที่ก่อนหาเสียงรัฐบาลสีน้ำเงินสัญญาว่าจะเยียวยาแบบขั้นบันได
.
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีตสส.อยุธยา พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กทวงถามเงินเยียวยา ให้ชาวอยุธยา โดยระบุว่า
.
ท่วมสูงกว่า-นานกว่า แต่ได้เท่ากัน ทำไม น้ำท่วมอยุธยา ได้แบบเหมา 9,000 บาท แถมไร้เงา “ค่าเสียโอกาส 5,000 บาท/เดือน” เข้าสู่ 1 เดือนแล้ว ที่ชาวอยุธยา รวมถึงหลายที่อย่าง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และพื้นที่ภาคกลาง ต้องจมอยู่กับน้ำ แต่ซ้ำร้ายพวกเขาอาจต้องเจอ ความเหลื่อมล้ำของการเยียวยาที่ไม่ตรงกับมาตรฐานที่เคยทำไว้ ก่อนเลือกตั้งและช่วงหาเสียงของรัฐบาลสีน้ำเงิน
.
นายทวิวงศ์ ยังระบุอีกว่า การจ่ายแบบอัตราเดียวอย่างนี้ มองข้ามความเสียหายจริง พื้นที่ท่วมไม่กี่วันก็ได้ 9,000 บาท ส่วนคนอยุธยาจมน้ำมิดชั้นหนึ่งนับเดือน ก็ได้ 9,000 บาทเท่ากัน มันยุติธรรมสำหรับผู้เสียสละรับน้ำแทนคนอื่นหรือไม่ อีกทั้งรัฐบาล ยังเงียบเรื่อง “ค่าเสียโอกาส 5,000 บาท/เดือน” ที่เคยจ่ายเมื่อปีที่แล้ว
.
“ก่อนเลือกตั้งสัญญาไว้อย่างดีว่าจะจ่าย “เยียวยาแบบขั้นบันได” เป็นคำที่ใช้ในแผ่นพับหาเสียง(หลักฐานในคอมเมนต์) เพื่อชดเชยการขาดรายได้ การเสียโอกาสในการทำมาหากิน ตลอดเวลาที่น้ำท่วม แต่พอได้เป็นรัฐบาลจริง เงินนี้กลับ “หายวับไปจากระบบ” ไร้การกล่าวถึงหรือวางเกณฑ์จัดสรรงบกลาง พูดแล้วจะทำไหม?”
.
นายทวิวงศ์ ยังเรียกร้องถึงรัฐบาลให้ทำทันทีคือเร่งโอนเงินเยียวยา 9,000 บาท ให้ถึงมือพี่น้องที่ตกค้าง ตอนนี้หลายพื้นที่ที่ท่วมมายาวนานเป็นเดือนอย่าง อยุธยา ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ยังได้รับเงินชดเชยเยียวยาไม่ครบ รวมถึงประเมินและจัดสรรงบกลางฯ เพิ่มเติม เพื่อจ่าย “ค่าเสียโอกาสเดือนละ 5,000 บาท” หรือที่ใช้คำว่า เงินชดเชยเยียวยาแบบขั้นบันได ให้พื้นที่รับน้ำที่ท่วมขังเกิน 30 วันตามจริง “ขอทวงสิทธิที่ควรจะได้ของคนอยุธยาคืนมาครับ”
.
.
.
ทุนหาย กำไรหด กำลังซื้อถดถอย
.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ช่วงนี้คงพูดได้เต็มปากว่า เป็นช่วงข้าวยาก หมากแพง ภายในประเทศ การจับจ่ายไม่คล่องมือ การส่งออกก็ได้รับผลกระทบ อย่างตลาดส่งออกข้าว ตอนนี้วิกฤตหนัก ทั้งอินเดีย และ ปากีสถาน ฮุบตลาดข้าวไทย ไปแล้ว
.
ทุนหาย กำไรหด กำลังซื้อถดถอย จ.อุทัยธานี
.
ภาพบรรยากาศการตลาดสดหลายแห่งช่วงนี้ ค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนออกมาจับจ่าย ซื้อสินค้ากันบางตา ราคาสินค้าส่วนใหญ่ปรับขึ้น ไม่มีลด คนซื้อหาย คนขายใจฝ่อ จมทุนไปแต่ละวัน เมื่อวันก่อนเนื้อสุกรปรับขึ้นราคา เช้านี้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงก็ปรับขึ้นอีก ประชาชนฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลราคาสินค้า หากยังปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง คงไปไม่รอด
.
ชาวนาทุกข์หนัก ปีนี้ข้าวราคาดี แต่ไม่มีข้าวขาย จ.อุทัยธานี
.
ไม่เพียงผู้ค้า และผู้บริโภคได้รับผลกระทบ เกษตรกร ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน อย่างช่วงนี้แทนที่ชาวนา จะมีรายได้จากการขายข้าวเปลือก ยิ่งปีนี้ข้าวขายได้ราคาดี ตันละ 8,000-9,200 บาท ตามเกรดและความชื้น แต่ชาวนาส่วนใหญ่กลับต้องเผชิญกับวิกฤตผลผลิต ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จากปัญหาฝนทิ้งช่วง และผลกระทบจากน้ำท่วม
.
สะเทือนตลาด อินเดีย ปากีสถาน ฮุบตลาดข้าว
.
ตลาดในประเทศว่า แย่ ต่างประเทศก็ไม่ยิ่งหย่อน วันนี้ กระทรวงพาณิชย์ เรียกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย หารือ และติดตามสถานการณ์การค้าข้าว หลังการส่งออกเผชิญแรงกดดันจากผลผลิตข้าวอินเดียที่อยู่ในระดับสูง และข้าวปากีสถานที่กำลังออกสู่ตลาด ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยไปตลาดอิรัก แม้ไทยจะส่งข้าวผ่านประเทศตุรกีได้บ้าง แต่ปริมาณไม่มาก เนื่องจากต้นทุนการขนส่งสูง
.
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ข้าวไทยมีราคาสูงกว่าประเทศผู้ผลิตรายอื่น เนื่องจากต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรสูง ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งมาก จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่และปรับวิธีเพาะปลูก เพื่อลดต้นทุนและทำให้ราคาข้าวไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงานแบกขนสินค้าที่ท่าเรือ ด้วย
JJNY : “ศุภณัฐ”จี้“ชัชชาติ”กล้าพูดความจริง│“ทวิวงศ์”ทวงสัญญารัฐบาลสีน้ำเงิน│ทุนหาย กำไรหด กำลังซื้อถดถอย│ฝนตกหนัก 16 จว.
.
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าไม่เคยโทษแอพฯทางรัฐ ไม่มีช่องทางแนบรูป และหลักฐานจนทำให้การเยียวยาน้ำท่วมล่าช้าว่า อยากให้ผู้ว่าฯ กทม. ปกป้องข้าราชการของกรุงเทพมหานครด้วย และวันนี้ปัญหามีอยู่จริง หากไม่กล้าชนปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข วันนี้ตนได้พูดคุยกับคนหลังบ้านทั้งผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ก็พูดตรงกันว่าสิ่งที่ส่งมาในแอปฯ ทางรัฐ มันมีอุปสรรค เพราะไม่สามารถแนบรูปได้ ไม่สามารถแนบเอกสารเพิ่มเติมได้ ทำให้กรุงเทพมหานครต้องขอเอกสารเพิ่มเติม ตนเข้าใจว่า ผู้ว่าฯ คงไม่อยากพูดตรงๆ และวันนี้พิสูจน์แล้วว่า ในทางปฏิบัติคนที่ยื่นเรื่องผ่านแอปฯ ทางรัฐ กลับช้ากว่าคนที่ไปยื่นเรื่องผ่านสำนักงานเขต
.
“เพราะฉะนั้นหากบอกว่า แอปฯทางรัฐ ไม่ได้เป็นปัญหา แล้วเป็นปัญหาที่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ ท่านไม่ปกป้องพี่น้องข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ต้องรับความเสี่ยงกับการพิจารณาเลยเหรอ ก็ฝากไปถึงท่านผู้ว่าฯ ด้วยว่า ณ วันนี้ เราต้องปกป้องเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่ดำเนินการพิจารณาด้วย อะไรที่เป็นปัญหาก็พูดตรงๆ เราอย่าทำแบบนี้เลย มันไม่ดีหรอกครับ“
.
ส่วนกรณีโฆษกรัฐบาลบอกว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สส. และสก. ในพื้นที่สามารถลงพื้นที่สำรวจช่วยหน่วยงานได้นั้น นายศุภณัฐ กล่าวว่า สาระสำคัญของเรื่องนี้คือการพิสูจน์ว่าได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ หากโฆษกรัฐบาล หรือรัฐมนตรีคิดว่า การพิจารณากรณีน้ำล้อม น้ำท่วม ไม่จำเป็นต้องใช้รูป และเอกสารในการพิสูจน์ อาจเข้าข่ายการกระทำไม่ถูกต้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะรับความเสี่ยงไปด้วย แต่ฝ่ายบริหารอาจจะพูดได้ เพราะไม่ได้เป็นคนพิจารณา และโยนความเสี่ยง โยนคดีความ แต่ถ้าวันหนึ่งเจ้าหน้าที่ต้องติดคุก ถูกดำเนินคดี เพราะมีการอนุมัติเงินไป
.
โดยไม่ได้ดูเอกสารหลักฐาน ตนขอถามว่า ใครจะรับผิดชอบชีวิตข้าราชการ แม้เงินไม่กี่บาท แต่ต้องติดคุก เพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า พื้นที่นั้นน้ำท่วมจริง น้ำท่วมจนเกิดความเสียหายจริงใครจะรับผิดชอบ วันนี้อยากให้มองส่วนผู้ปฏิบัติงานด้วย เพราะรัฐบาลอาจได้ความนิยม แต่สุดท้ายความเสี่ยงเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นไม่ว่าเป็นใครที่เป็นตัวแทนรัฐบาลกำลังสื่อสารว่า เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ดำเนินการในต่างจังหวัด ไม่ต้องมีเอกสารในการพิสูจน์ หาก สตง. ได้ยิน อาจจะไม่ดีต่อตัวเจ้าหน้าที่ที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย และเป็นการสร้างความเสี่ยงให้กับข้าราชการที่อนุมัติ
.
เมื่อถามถึงข้อถกเถียงว่า บ้านพักข้าราชการควรได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ นายศุภณัฐ ระบุว่า เงินเยียวยาน้ำท่วมมี 2 ก้อน ก้อนแรกคือเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี น้ำล้อม 5,000 บาท น้ำท่วม 9,000 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องความเสียหายต่างๆ และได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ส่วนอีกก้อนเป็นเงินซ่อมแซมตัวบ้าน ซึ่งหากเป็นเงินก้อนนี้ ข้าราชการก็ไม่ควรไปยื่นขอเงินทดลอง แต่ควรไปใช้กระบวนการของหน่วยงานตัวเองในการขอเงิน แต่หากย้อนไปดูหลักการของเงินเยียวยาก้อนแรกน้ำล้อมเกิน 7 วัน หรือ น้ำท่วมเข้าตัวบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งมุมหนึ่งได้รับฟังความเห็นจากข้าราชการตัวเล็ก ที่ไม่มีตำแหน่งสูง ไม่มีเงินเดือนมาก หรือบางคนเป็นข้าราชการที่ย้ายมาอยู่ในกรุงเทพ แล้วข้าวของเสียหายจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งก็ถือว่าเป็นคนไทยคนหนึ่ง แล้วข้าวของที่เสียหายหน่วยงานได้ซื้อแทนหรือไม่ แบบนี้พวกเขาทำอะไรผิด ถึงต้องได้รับความเสียหายโดยไม่ได้รับการเยียวยา และเหลียวแลเลย ตนจึงขอเปิดโอกาสข้าราชการเหล่านี่ได้สะท้อนปัญหา
.
เมื่อถามถึงระยะเวลาในการจ่ายเงินเยียวยาในพื้นที่กรุงเทพมหานครคาดว่าต้องใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ ถือว่าช้าไปหรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ก่อนข้างนานอยู่แล้ว ตนคิดว่าเป้าหมายสูงสุดของทั้งรัฐบาล และท้องถิ่นต้องเข้าไปเยียวยาให้ไวที่สุด แม้รัฐบาลจะบอกว่า ไวขึ้น แต่ไวเพียงพอกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ แล้วความต้องการของประชาชนที่ต้องแบบทันด่วนในชนิดที่ไม่ใช่งบประมาณของรัฐทำไม่ได้ และเชื่อว่ารัฐบาลสามารถติดสปีดเรื่องนี้ได้ เห็นได้จากการยื่นขอเงินเยียวยาไปผ่านแอพฯทางรัฐ 2-3 อาทิตย์แล้ว
.
แต่เมื่อไปยื่นที่สำนักงานเขตแล้วได้รับการอนุมัติเลย แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้มีการติดขัดที่ตัวกระบวนการเจ้าหน้าที่ แต่ติดจัดที่แอปฯทางรัฐ ไม่ได้ให้ข้อมูลต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ในการพิจารณา และไม่ได้ติดขัดที่ประชาชนที่ไม่ได้มีข้อมูล เพราะฉะนั้นสิ่งที่สามารถทำให้ไวได้ ไม่ใช่แอปฯ ทางรัฐ ผ่านออนไลน์ แต่เป็นผ่านทางออนไซต์ที่สำนักงานเขต ฉะนั้นสิ่งที่ตนพยายามสะท้อนอยู่คือ หากอยากเป็นรัฐบาลดิจิทัล รัฐบาลเอไอ สามารถปรับได้ ทำไมต้องเถียงว่า แอปฯทางรัฐ ต้องรับรูป หรือไม่รับรูป ทำไมปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้สามารถรับรูป มันยากสำหรับรัฐบาลดิจิทัลที่จะมีฟังก์ชันในการรับรูปและอำนายความสะดวกในการพิจารณา
.
ส่วนที่โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า จะไม่ยอมให้มีการบิดเบือนข้อมูลหน้าด้านๆ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ตนเห็นว่าประชาชนเห็นเรียบร้อยแล้ว ว่าข้อเท็จจริงคือเงินหมดจริง มีการอนุมัติเงินใหม่จริง และระหว่างที่จะมีการอนุมัติเงินใหม่เกิดความสะดุดในการจ่ายเงิน ซึ่งตอนนี้เกือบ 7 วัน ที่หน่วยงานไม่ได้โอนเงินอย่างจริงจัง ให้กับประชาชน และประชาขนต้องรอต่อไป แม้จะดีที่รัฐบาลอนุมัติเงินไว ไวในที่นี่หมายความว่า เร่งเอาเรื่องข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไว ถ้าหากเสียเวลารอไปอีก 1 สัปดาห์ ประชาชนก็จะลำบากกว่าเดิม แต่ถามว่าไวกว่านี้ได้หรือไม่ มันทำได้ ถ้าหากมีการวางแผนเรื่องงบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เข้าใจว่ามีความตั้งใจในการเยียวยาประชาชน แต่หากทำได้ไวกว่านี้ ต่อเนื่องกว่านี้ โดยไม่สะดุดก็จะดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกว่าสิ่งที่ทำ ดีอยู่แล้ว แล้วไม่พัฒนาเพิ่มเติม แต่หากวันนี้มีอะไรที่พัฒนาเพิ่มเติมได้ แล้วอำนวยความสะดวกให้ประชาชนก็ควรมุ่งเป้าไปสิ่งนั่นด้วย
.