เราผิดมั้ยคะ

คือช่วงนี้เรารู้สึกมีปัญหากับครอบครัวบ่อยมากค่ะ คือช่วง 3 อาทิตย์เป็นช่วงปิดเทอมและใกล้กีฬาสี ครูจึงให้เด็กจัดการการเตรียมกีฬาสีต่างๆค่ะ ส่วนในระดับชั้นที่เราเรียนจะมีหน้าที่ทำขบวนพาเหรด เราจึงต้องไปทำขบวนค่ะในช่วงปิดเทอม

ช่วงแรกๆไม่มีปัญหาเพราะมีผปค.เราไปส่ง แต่ช่วงอาทิตย์ 2 ที่ผปค.ไม่ว่างไปส่งเรา เราจึงเอารถมอไซไปเอง แต่วันแรกที่เราเอาไป ในวันนั้นเรายอมรับว่าเราผิดค่ะ เราไปถึงโรงเรียนแล้วไม่ได้ส่งข้อความหรือโทรบอกที่บ้านว่าถึงโรงเรียนแลัวนะ อะไรประมาณนี้ เพราะวันนั้นมันตื่นเต้นจริงๆค่ะ
ด้วยความที่เป็นครั้งแรกของเรากับเพื่อนผู้หญิงที่เป็นคนขับ ทำให้ลืมที่จะบอกที่บ้าน ทำให้ที่บ้านเป็นห่วงเรา โทรหลายสายเราก็ไม่ได้รับ เพราะตอนนั้นเราไม่ได้เปิดเสียงแจ้งเตือนไว้ เปิดไว้แค่สั่น บวกกับตอนนั้นทาสีป้ายขบวนอยู่ด้วย ทำให้เราไม่ได้รับสายเพราะมือเราเปื้อนมากๆและเราก็ไม่รู้สึกถึงความสั่นของมือถือด้วยทั้งๆที่ใส่กระเป๋ากางเกงไว้ วันนั้นเรากลับมาบ้าน พ่อกับอาก็ทะเลาะกับเรา พ่อพูดแล้วพูดอีกว่าทำไมไม่รับ ทั้งๆที่เราก็อธิบายไปหมดแล้ว แต่พ่อกับอาไม่เชื่อ เรา เราก็เลยเดินออกมาเพราะรู้สึกว่าทำอะไรไปก็ไม่ช่วย แล้วตอนนั้นพ่อแอบคุยกับอาว่าที่เราเอารถไปเพราะเรื่องแฟน ทั้งๆที่เราไม่คิดที่จะมีด้วยซ้ำ เรายอมรับว่าเราผิดที่ไม่นึกว่าเขาจะเป็นห่วงเราแต่เราไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เชื่อใจเรา เราก็อธิบายความจริงไปแล้ว เรื่องวันนั้นก็จบไป เราก็เอารถไปเหมือนเดิมแต่ก็ถ่ายรูปส่งให้ดูทุกวัน

พอวันต่อๆมา เริ่มมีปัญหาว่าเราจะไปทำทำไมทุกวัน ที่บ้านบังคับให้เราหยุด เพราะที่บ้านไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปทั้งๆที่ปิดเทอม ปิดแล้วยังจะต้องไปอีกหรอ เราก็อธิบายไปว่าถ้าไปไม่ครบก็จะต้องจ่ายตังค์ให้ขบวน ซึ่งเรารู้สึกว่ามันไม่ควรมาเสียตังค์กับค่าอะไรแบบนี้ บวกกับเราก็เป็นเหมือนตัวหลักในการทำขบวน เราทำหลายอย่างมากๆ ตั้งแต่ร่างรูปบนโฟม ทำพร้อพต่างๆ จัดการรูปแบบรถสำหรับเดินขบวน จัดการเงินสดส่วนรวมของขบวน ระบายสีป้าย,พร้อพ รวมถึงถ้าไปไม่ครบอาจจะติด มผ กิจกรรม เราจึงต้องไป แต่อาเราก็ยังไม่เห็นด้วยแต่เราก็ยังได้ไป แต่ต้องหยุดทุกวันพุธ

แต่พอมาวีคสุดท้ายที่เรารู้สึกว่างานมันไม่ทัน ไม่เสร็จก่อนเปิดเทอมแน่ๆ เราจึงไปวันพุธด้วย ซึ่งก็เกิดปัญหาอีกแล้ว ที่บ้านทะเลาะใหญ่กับเรา ว่าทำไมไม่หยุด จะไปทำไมหนักหนา จนเราถูกห้ามไม่ให้ไปอีกเลยจนกว่าจะเปิดเทอม ซึ่งงานมันยังคามืออยู่ เราเป็นคนร่างรูปป้ายโฟม และยังตัดเส้นไม่เสร็จรวมถึงการทำพร้อพชิ้นใหญ่อีก 1 อย่าง ซึ่งเราก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปช่วยเพื่อน โดยที่บ้านบอกว่าเราต้องอยู่ช่วยย่าเพราะที่บ้านเป็นร้านค้า และช่วงนี้ย่ามีปัญหาแผลที่ขาทำให้ทำงานไม่ค่อยสะดวกและเจ็บทำให้เกิดผลกระทบหลายอย่าง เราเข้าใจในส่วนนี้และที่ผ่านมาเราก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ไม่ได้อยู่บ้านช่วยย่า

แต่คือทั้ง 2 อย่างนี้ก็จำเป็นทั้งนั้น ขบวนก็จำเป็น เราต้องพยายามทำออกมาให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้คนกว่า 400 คนที่อยู่สีเราต้องอาย ถ้าเราทำออกมาไม่ดี คนอื่นก็ต้องโทษพวกเราเพราะเป็นหน้าที่ของระดับชั้นที่ได้รับมอบหมาย

แต่อีกอย่าง ย่าก็อยู่ในช่วงที่เจ็บป่วย เราก็ต้องรับผิดชอบ เราทั้งช่วยขายของมาตลอดหลายปี ในวันที่เราไปทำขบวน เราก็ช่วยขายในช่วงเช้าตั้งแต่ตี 5 ถึง 8โมง และกลับมา 5 โมงเย็นมาช่วยขายของต่อจน 1 ทุ่มครึ่ง

แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไป พ่อทั้งด่าเรา และบอกว่าถ้ายังจะไปอีกก็ย้ายโรงเรียนไปเลย ย่าจะเดินไม่ได้อยู่แล้ว

ซึ่งเราเข้าใจว่าย่าเจ็บแผลแต่พ่อก็พูดเวอร์เกินจริงในขณะนั้น เรารู้ว่าแกทรมานในการเดิน แต่คือที่บ้านก็มีอาเรา อาเราอายุ30กว่าแล้วแต่ไม่ยอมไปทำงาน อยู่บ้านปั่นสล็อต แต่ช่วยทำงานบ้าน อาจะมาช่วยย่าเราก็ไม่ยอมไปพัก เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นเราคนเดียว ที่เวลาเราช่วยย่าจะยอมพัก (ถึงอาจะติดสล็อตแต่ไม่มีเรื่องขโมยเงิน)

และอีกเรื่องหนึ่ง เราจะเปิดเทอมในวันจันทร์ แต่มันตรงกับวันที่ย่าต้องไปหาหมอที่ต่างจังหวัด กลายเป็นว่าเราต้องหยุดโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก เพราะเราจะต้องพาย่าไปกับพ่อ ถึงส่วนใหญ่วันเปิดเทอมวันแรกก็อาจจะไม่มีอะไรมากในหลายๆโรงเรียน แต่เราอยู่ม.ปลายแล้ว รวมถึงเป็นห้องพิเศษ ซึ่งเราจะเป็นคนที่ทุ่มเทกับการเรียนมากๆ เรากลัวว่าวันแรกจะมีสอบ เพราะครูที่สอนวิชานึง จะชอบสอบทุกวัน ถ้าขาดสอบแม้แต่ครั้งเดียว เราก็จะพลาดการปัดคะแนนพิเศษ ซึ่งเราก็อยากจะได้ทุกคะแนนอยู่แล้วเพราะเราก็ตั้งใจมากๆที่จะได้เกรดได้คะแนนดีๆ

สุดท้ายก็ทะเลาะเรื่องนี้อีกแล้ว พ่อขู่เราว่าถ้าไม่ยอมหยุดก็ไปย้ายโรงเรียน หาตังค์ส่งเรียนเอง
ซึ่งโรงเรียนนี้กับห้องพิเศษ เราทุ่มเทอ่านหนังสือมานานและหนักมากๆ รวมถึงเพื่อนที่ดีๆก็อยู่ที่นี้ และโรงเรียนนี้ก็มีโครงการ เปิดโอกาสเด็กเยอะ แต่ท้ายสุด เราก็ต้องหยุดอยู่ดี

แต่เราไม่เข้าใจว่าทำไมอาไม่ไปกับย่าแทนเรา ทั้งๆที่อาก็มีหน้าที่แค่งานบ้าน ไม่ได้ทำงานอะไร อาไม่ยอมไปรวมถึงด่าเราว่าไม่เอาอะไรเลย ทั้งๆที่เราก็ต้องเรียน ตัวอาเองก็ว่างแท้ๆทำไมไม่ไป และมันหลายรอบแล้วกับเรื่องเรียนของเรา ย่าเข้าใจเราเรื่องเรียน แต่พ่อไม่ซัพพอร์ตเรา ค่าเทอมพ่อก็ไม่จ่าย โยนให้ย่าจ่าย เราเองก็จ่ายครึ่งหนึ่งอยู่แล้ว แต่เรารู้สึกมันเป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อรึป่าวที่ต้องรับผิดชอบ รวมถึงค่ารถเดือนละ 900 พ่อก็ให้เราจ่าย ทั้งที่เราก็มีรายได้แค่ตังค์เหลือจากค่าขนม เงินค่าขนมเราก็ได้จากย่า เวลาเราอ่านหนังสือตอนเย็น พ่อก็จะชอบใช้เรา ทั้งๆที่เราอ่านหนังสือและใช้สมาธิ มีครั้งนึงที่เราเข้าติวสดในคืนก่อนสอบไฟนอล ซึ่งวิชานี้ก็ยากสำหรับเรา เราตามไม่ค่อยทัน แต่พ่อก็ใช้เราหยิบของกับปูที่นอนให้ ทั้งๆที่มันไม่ได้ยากสำหรับพ่อเลย เราเข้าใจว่าพ่ออ้วน แต่คือแค่เดินไปหยิบของ กับปูที่นอนที่ตัวเองเป็นคนนอนแท้ๆแต่ต้องใช้ลูกตัวเองตอนที่กำลังเรียนหนังสือ ตอนนั้นเราก็รีบๆทำให้และพ่อก็ด่าเราว่า "ถ้าจะขนาดนั้นก็ไปอยู่กับครูซะ ไปมั้ย เดี๋ยวไปส่ง" พูดแบบประชดและแรงกว่านี้ด้วย เราไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้

สุดท้ายนี้ เราอยากรู้ว่าคนที่ผิดคือเราหรือครอบครัวคะ ถ้าเราผิดจริงๆ ก็ช่วยชี้แนะเราด้วย เพราะเราก็อายุแค่ 16 เป็นวัยรุ่นที่ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอในการจัดการชีวิต รวมถึงเรื่องเรียนที่เป็นการปรับตัวระหว่างม.ต้นกับม.ปลาย ขอขอบคุณทุกท่านล่วงหน้านะคะ รวมถึงถ้าเราผิด เราก็คงจะขอโทษครอบครัวและปรับตัวค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่