ทำไม "คนเรียนสูง / หมอ / วิศวกร / นักลงทุน" ถึงยังตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่? สรุปแล้วมันไม่ได้วัดกันที่ IQ แต่มันวัดกันที่อะไร?
เวลาเกิดคดีแชร์ลูกโซ่ใหญ่ๆ ทีไร สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นคนคอมเมนต์กันเยอะมากในโซเชียลคือ "โง่เอง", "ไม่ศึกษาให้ดีก่อน"
แต่พอไปดูรายชื่อผู้เสียหายจริงๆ หรือดูตามข่าว เราจะพบความจริงที่น่าตกใจว่า... มีทั้ง หมอ, วิศวกร, ดอกเตอร์, นักธุรกิจ, ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน หรือแม้แต่ข้าราชการระดับสูง ตกเป็นเหยื่อและสูญเงินระดับล้านกันเต็มไปหมด
คำถามคือ... คนเหล่านี้เรียนจบมาสูงมาก IQ ไม่ต้องพูดถึง ทำไมถึงยังโดนมิจฉาชีพในคราบ "นักลงทุน" หลอกเอาได้?
จากที่ลองสังเกตและอ่านบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยาการเงิน ผมรู้สึกว่าแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เล่นกับ IQ (สติปัญญา) แต่มันเล่นกับ จุดอ่อนทางจิตวิทยา ที่มนุษย์ทุกคนมีเหมือนกันครับ
Overconfidence Bias (ความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไป): คนที่สำเร็จในหน้าที่การงาน มักจะมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองฉลาด มองเกมออก และ "ควบคุมสถานการณ์ได้" หลายคนรู้ด้วยซ้ำว่าสุ่มเสี่ยง แต่คิดว่า "ฉันลุกทันแน่ๆ" "ฉันเข้าต้นสาย ยังไงก็กำไร" สุดท้ายเลยกลายเป็นเหยื่อเพราะความล้าช้าในการถอนตัว
ความเหนื่อยล้าและความโดดเดี่ยว: คนทำงานหนัก ระดับผู้บริหารหรือวิชาชีพสูงๆ มักมีความเครียดสะสม พอเจอขบวนการเหล่านี้เข้ามาสร้างภาพบรรยากาศ "ครอบครัวที่อบอุ่น" มีคนยกย่อง มีสังคมที่คอยชื่นชม มันเลยตอบโจทย์ความต้องการทางอารมณ์มากกว่าเรื่องเงินด้วยซ้ำ
การถูกเจาะด้วย Authority & Peer Effect: แชร์ลูกโซ่ระดับบน มักใช้เหยื่อที่เป็น "คนโปรไฟล์ดี" ด้วยกันไปชวน เช่น หมอไปชวนหมอ, นักธุรกิจไปชวนเพื่อนในสมาคม พอคนที่น่าเชื่อถือในสายตาเรามาเสนอโอกาส เกราะป้องกันตัวและความระแวงของเราจะลดลงทันที
สรุปแล้ว ผมมองว่าไม่มีใคร "ฉลาดเกินกว่าจะโดนหลอก" ถ้าถูกเจาะเข้าถูกจุดอ่อนทางอารมณ์ครับ
อยากชวนเพื่อนๆ ในพันทิปมาคุยกันครับ... ในชีวิตจริง คุณเคยเห็นคนที่ฉลาดมากๆ แต่มาตกหลุมพรางเรื่องแบบนี้ไหม? คิดว่าอะไรคือจุดอ่อนที่สุดของคนกลุ่มนี้?
ทำไม "คนเรียนสูง / หมอ / วิศวกร / นักลงทุน" ถึงยังตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่? สรุปแล้วมันไม่ได้วัดกันที่ IQ
เวลาเกิดคดีแชร์ลูกโซ่ใหญ่ๆ ทีไร สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นคนคอมเมนต์กันเยอะมากในโซเชียลคือ "โง่เอง", "ไม่ศึกษาให้ดีก่อน"
แต่พอไปดูรายชื่อผู้เสียหายจริงๆ หรือดูตามข่าว เราจะพบความจริงที่น่าตกใจว่า... มีทั้ง หมอ, วิศวกร, ดอกเตอร์, นักธุรกิจ, ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน หรือแม้แต่ข้าราชการระดับสูง ตกเป็นเหยื่อและสูญเงินระดับล้านกันเต็มไปหมด
คำถามคือ... คนเหล่านี้เรียนจบมาสูงมาก IQ ไม่ต้องพูดถึง ทำไมถึงยังโดนมิจฉาชีพในคราบ "นักลงทุน" หลอกเอาได้?
จากที่ลองสังเกตและอ่านบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยาการเงิน ผมรู้สึกว่าแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เล่นกับ IQ (สติปัญญา) แต่มันเล่นกับ จุดอ่อนทางจิตวิทยา ที่มนุษย์ทุกคนมีเหมือนกันครับ
Overconfidence Bias (ความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไป): คนที่สำเร็จในหน้าที่การงาน มักจะมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองฉลาด มองเกมออก และ "ควบคุมสถานการณ์ได้" หลายคนรู้ด้วยซ้ำว่าสุ่มเสี่ยง แต่คิดว่า "ฉันลุกทันแน่ๆ" "ฉันเข้าต้นสาย ยังไงก็กำไร" สุดท้ายเลยกลายเป็นเหยื่อเพราะความล้าช้าในการถอนตัว
ความเหนื่อยล้าและความโดดเดี่ยว: คนทำงานหนัก ระดับผู้บริหารหรือวิชาชีพสูงๆ มักมีความเครียดสะสม พอเจอขบวนการเหล่านี้เข้ามาสร้างภาพบรรยากาศ "ครอบครัวที่อบอุ่น" มีคนยกย่อง มีสังคมที่คอยชื่นชม มันเลยตอบโจทย์ความต้องการทางอารมณ์มากกว่าเรื่องเงินด้วยซ้ำ
การถูกเจาะด้วย Authority & Peer Effect: แชร์ลูกโซ่ระดับบน มักใช้เหยื่อที่เป็น "คนโปรไฟล์ดี" ด้วยกันไปชวน เช่น หมอไปชวนหมอ, นักธุรกิจไปชวนเพื่อนในสมาคม พอคนที่น่าเชื่อถือในสายตาเรามาเสนอโอกาส เกราะป้องกันตัวและความระแวงของเราจะลดลงทันที
สรุปแล้ว ผมมองว่าไม่มีใคร "ฉลาดเกินกว่าจะโดนหลอก" ถ้าถูกเจาะเข้าถูกจุดอ่อนทางอารมณ์ครับ
อยากชวนเพื่อนๆ ในพันทิปมาคุยกันครับ... ในชีวิตจริง คุณเคยเห็นคนที่ฉลาดมากๆ แต่มาตกหลุมพรางเรื่องแบบนี้ไหม? คิดว่าอะไรคือจุดอ่อนที่สุดของคนกลุ่มนี้?