ผมเปิดร้านกาแฟโดยใช้ครัวในบ้านในช่วงแรกครับ ตอนนั้นไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามาซื้อ ยอดขายมาจาก Food Delivery ทั้งหมด 100%
ถ้าเล่าแค่ว่า “ผมเริ่มจากขายออนไลน์อย่างเดียวก็ทำได้” อาจทำให้คนที่กำลังจะเปิดร้านเข้าใจผิด เพราะช่วงที่ผมเริ่ม มีจังหวะและโอกาสมาช่วยอยู่มากครับ
ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด-19 ระบาดพอดี คนจำกัดการออกจากบ้าน หลายคนกำลังตื่นเต้นกับการลองสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแอป ประกอบกับร้านที่มีให้เลือกก็ยังไม่มากเท่าทุกวันนี้
ในพื้นที่ของผม Food Panda รุกตลาดตอนนั้นด้วยการส่งฟรี ส่วน GrabFood มีให้บริการอยู่แล้ว และ LINE MAN ก็ค่อยตามมา
จากเดิมที่ถ้าจะขายกาแฟ เราต้องมีหน้าร้านให้ลูกค้ามาซื้อ กลายเป็นว่าผมทำกาแฟอยู่ในครัวที่บ้าน แล้วมีไรเดอร์มารับไปส่งได้เลย
ร้านผมไม่มีค่าเช่า เพราะเป็นบ้านตัวเอง ตรงนี้ช่วยลดภาระได้เยอะครับ แต่ ไม่มีค่าเช่าก็ไม่ได้แปลว่าจะขายได้ ถ้าไม่มีช่องทางให้ลูกค้ามาเจอเรา
สำหรับร้านผม แพลตฟอร์มจึงมีบทบาทสำคัญมาก ไม่ใช่แค่ช่วยส่ง แต่ช่วยให้เริ่มมีลูกค้าได้ทั้งที่ยังไม่มีหน้าร้าน
ต่อมาผมเริ่มมีหน้าร้าน ขณะเดียวกันร้านบนแพลตฟอร์มก็เพิ่มขึ้น ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น พอดีกับยอดขายจากหน้าร้านเริ่มเข้ามาเป็นประมาณ 40% ของยอดขายรวมในช่วงนั้น ช่วยเสริมส่วนที่เริ่มมีการแข่งขันที่สูงขึ้นได้พอดี
ตอนเริ่ม เดลิเวอรีทำให้ผมขายได้โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน แต่พอเวลาผ่านไป หน้าร้านกลับมาช่วยให้ไม่ต้องพึ่งเดลิเวอรีทั้งหมดครับ
เลยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าต้องเริ่มใหม่วันนี้ โดยไม่มีฐานลูกค้าเดิม ผมจะยังเริ่มแบบเดิมได้ไหม?
ผมไม่ได้คิดว่าไม่มีโอกาสแล้วนะครับ แต่คงใช้ประสบการณ์ช่วงโควิดมายืนยันไม่ได้ว่า แค่ทำของดี ถ่ายรูป ลงเมนู แล้วจะมีออร์เดอร์เข้ามาเหมือนตอนนั้น
ถ้าจะเริ่มวันนี้ ผมคงลองให้เล็กก่อน และทดลองหาคำตอบให้ได้สักสามเรื่อง
อย่างแรก ลูกค้าจะเจอร้านเราได้อย่างไร
ถ้ายังไม่มีใครรู้จักร้าน การอยู่บนแอปก็เป็นการเริ่มต้นอย่างหนึ่ง แต่ผมคงไม่ฝากความหวังไว้ทางเดียว อาจใช้กลุ่มชุมชนหรือเพจช่วยให้คนแถวนั้นรู้ว่ามีร้านเราอยู่ โดยเลือกทำให้ตรงกลุ่ม ไม่ใช่พยายามให้คนรู้จักไปทั่ว แต่คนที่เห็นอยู่ไกลจนสั่งไม่ได้
ร้านเล็ก ๆ อาจยังไม่ต้องมีคนรู้จักทั้งจังหวัด แค่มีคนในระยะส่งที่อยากซื้อและกลับมาซื้อซ้ำ ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่พอจะมีหวังแล้วครับ
อย่างที่สอง เมนูของเราเหมาะกับการส่งจริงไหม
อาหารบางอย่างอร่อยตอนทำเสร็จ แต่พอไปถึงมือลูกค้าอาจไม่เหมือนเดิม ผมคงจะลองแพ็กแล้วส่งจริงก่อน ดูทั้งรสชาติ หน้าตา และความสะดวกตอนเปิดกิน ไม่ใช่เลือกขายเพียงเพราะเป็นเมนูที่เราทำเก่ง
อย่างสุดท้าย ขายแล้วเหลือเงินเท่าไร และอะไรจะทำให้เขาสั่งอีก
ต้องคิดทั้งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าธรรมเนียม และส่วนลดที่ร้านออกเอง ถ้าต้องลดราคาถึงจะมีคนซื้อ ก็คงต้องดูต่อว่าเรามีสายป่านที่จะทำแบบนั้นได้นานแค่ไหน ช่วงแรกๆ ที่ร่วมโปรกับ Food Panda ขาดทุนแทบทุกออเดอร์ เหมือนกับว่าลดให้ลูกค้าครึ่งราคา แล้วมาโดนค่า GP อีก 35% (รวม VAT ก็ประมาณ 37%)
ส่วนการซื้อซ้ำ ผมอยากรู้ว่าลูกค้ากลับมาเพราะชอบร้านจริง ๆ หรือกลับมาเฉพาะวันที่มีโปร เพราะสองอย่างนี้ทำให้เราวางแผนร้านต่างกันครับ
ผมมองว่าปัจจุบันออนไลน์ยังมีบทบาทมาก ทั้งช่วยให้เริ่มขาย ช่วยให้คนรู้จัก และสำหรับร้านที่มีหน้าร้าน ก็อาจทำให้คนเห็นเมนูแล้วแวะมาซื้อเองได้ด้วย ไม่จำเป็นว่าคนเห็นเราจากช่องทางไหน จะต้องซื้อผ่านช่องทางนั้นเสมอไป
สิ่งที่ร้านผมได้คือโชคดีจากจังหวะและโอกาสในตอนนั้น แต่คนที่เริ่มวันนี้อาจต้องใช้การทดลองและหาลูกค้าด้วยตัวเองมากขึ้น
อยากฟังจากคนที่เพิ่งเปิดร้านช่วงหลังครับ ออร์เดอร์แรก ๆ มาจากไหนกัน และวันนี้ยังพึ่งเดลิเวอรีเป็นหลักอยู่ไหม?
ส่วนคนสั่งอาหารหรือเครื่องดื่ม อยากถามว่า อะไรทำให้ยอมลองร้านใหม่ที่ยังมีรีวิวน้อยครับ รูป ราคา โปรโมชัน หรือมีอย่างอื่นที่สำคัญกว่า?
ผมเล่าจากมุมของคนทำร้านกาแฟ แต่คนทำร้านอาหาร ขนม หรือขายของอย่างอื่นผ่านออนไลน์ มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ อยากรู้ว่าประสบการณ์ของแต่ละคนเหมือนหรือต่างกันแค่ไหน
ถ้าเปิดร้านอาหารเครื่องดื่มใหม่ในวันนี้ จะเริ่มจากขายเดลิเวอรีอย่างเดียวไหวไหม?
ถ้าเล่าแค่ว่า “ผมเริ่มจากขายออนไลน์อย่างเดียวก็ทำได้” อาจทำให้คนที่กำลังจะเปิดร้านเข้าใจผิด เพราะช่วงที่ผมเริ่ม มีจังหวะและโอกาสมาช่วยอยู่มากครับ
ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด-19 ระบาดพอดี คนจำกัดการออกจากบ้าน หลายคนกำลังตื่นเต้นกับการลองสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแอป ประกอบกับร้านที่มีให้เลือกก็ยังไม่มากเท่าทุกวันนี้
ในพื้นที่ของผม Food Panda รุกตลาดตอนนั้นด้วยการส่งฟรี ส่วน GrabFood มีให้บริการอยู่แล้ว และ LINE MAN ก็ค่อยตามมา
จากเดิมที่ถ้าจะขายกาแฟ เราต้องมีหน้าร้านให้ลูกค้ามาซื้อ กลายเป็นว่าผมทำกาแฟอยู่ในครัวที่บ้าน แล้วมีไรเดอร์มารับไปส่งได้เลย
ร้านผมไม่มีค่าเช่า เพราะเป็นบ้านตัวเอง ตรงนี้ช่วยลดภาระได้เยอะครับ แต่ ไม่มีค่าเช่าก็ไม่ได้แปลว่าจะขายได้ ถ้าไม่มีช่องทางให้ลูกค้ามาเจอเรา
สำหรับร้านผม แพลตฟอร์มจึงมีบทบาทสำคัญมาก ไม่ใช่แค่ช่วยส่ง แต่ช่วยให้เริ่มมีลูกค้าได้ทั้งที่ยังไม่มีหน้าร้าน
ต่อมาผมเริ่มมีหน้าร้าน ขณะเดียวกันร้านบนแพลตฟอร์มก็เพิ่มขึ้น ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น พอดีกับยอดขายจากหน้าร้านเริ่มเข้ามาเป็นประมาณ 40% ของยอดขายรวมในช่วงนั้น ช่วยเสริมส่วนที่เริ่มมีการแข่งขันที่สูงขึ้นได้พอดี
ตอนเริ่ม เดลิเวอรีทำให้ผมขายได้โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน แต่พอเวลาผ่านไป หน้าร้านกลับมาช่วยให้ไม่ต้องพึ่งเดลิเวอรีทั้งหมดครับ
เลยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าต้องเริ่มใหม่วันนี้ โดยไม่มีฐานลูกค้าเดิม ผมจะยังเริ่มแบบเดิมได้ไหม?
ผมไม่ได้คิดว่าไม่มีโอกาสแล้วนะครับ แต่คงใช้ประสบการณ์ช่วงโควิดมายืนยันไม่ได้ว่า แค่ทำของดี ถ่ายรูป ลงเมนู แล้วจะมีออร์เดอร์เข้ามาเหมือนตอนนั้น
ถ้าจะเริ่มวันนี้ ผมคงลองให้เล็กก่อน และทดลองหาคำตอบให้ได้สักสามเรื่อง
อย่างแรก ลูกค้าจะเจอร้านเราได้อย่างไร
ถ้ายังไม่มีใครรู้จักร้าน การอยู่บนแอปก็เป็นการเริ่มต้นอย่างหนึ่ง แต่ผมคงไม่ฝากความหวังไว้ทางเดียว อาจใช้กลุ่มชุมชนหรือเพจช่วยให้คนแถวนั้นรู้ว่ามีร้านเราอยู่ โดยเลือกทำให้ตรงกลุ่ม ไม่ใช่พยายามให้คนรู้จักไปทั่ว แต่คนที่เห็นอยู่ไกลจนสั่งไม่ได้
ร้านเล็ก ๆ อาจยังไม่ต้องมีคนรู้จักทั้งจังหวัด แค่มีคนในระยะส่งที่อยากซื้อและกลับมาซื้อซ้ำ ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่พอจะมีหวังแล้วครับ
อย่างที่สอง เมนูของเราเหมาะกับการส่งจริงไหม
อาหารบางอย่างอร่อยตอนทำเสร็จ แต่พอไปถึงมือลูกค้าอาจไม่เหมือนเดิม ผมคงจะลองแพ็กแล้วส่งจริงก่อน ดูทั้งรสชาติ หน้าตา และความสะดวกตอนเปิดกิน ไม่ใช่เลือกขายเพียงเพราะเป็นเมนูที่เราทำเก่ง
อย่างสุดท้าย ขายแล้วเหลือเงินเท่าไร และอะไรจะทำให้เขาสั่งอีก
ต้องคิดทั้งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าธรรมเนียม และส่วนลดที่ร้านออกเอง ถ้าต้องลดราคาถึงจะมีคนซื้อ ก็คงต้องดูต่อว่าเรามีสายป่านที่จะทำแบบนั้นได้นานแค่ไหน ช่วงแรกๆ ที่ร่วมโปรกับ Food Panda ขาดทุนแทบทุกออเดอร์ เหมือนกับว่าลดให้ลูกค้าครึ่งราคา แล้วมาโดนค่า GP อีก 35% (รวม VAT ก็ประมาณ 37%)
ส่วนการซื้อซ้ำ ผมอยากรู้ว่าลูกค้ากลับมาเพราะชอบร้านจริง ๆ หรือกลับมาเฉพาะวันที่มีโปร เพราะสองอย่างนี้ทำให้เราวางแผนร้านต่างกันครับ
ผมมองว่าปัจจุบันออนไลน์ยังมีบทบาทมาก ทั้งช่วยให้เริ่มขาย ช่วยให้คนรู้จัก และสำหรับร้านที่มีหน้าร้าน ก็อาจทำให้คนเห็นเมนูแล้วแวะมาซื้อเองได้ด้วย ไม่จำเป็นว่าคนเห็นเราจากช่องทางไหน จะต้องซื้อผ่านช่องทางนั้นเสมอไป
สิ่งที่ร้านผมได้คือโชคดีจากจังหวะและโอกาสในตอนนั้น แต่คนที่เริ่มวันนี้อาจต้องใช้การทดลองและหาลูกค้าด้วยตัวเองมากขึ้น
อยากฟังจากคนที่เพิ่งเปิดร้านช่วงหลังครับ ออร์เดอร์แรก ๆ มาจากไหนกัน และวันนี้ยังพึ่งเดลิเวอรีเป็นหลักอยู่ไหม?
ส่วนคนสั่งอาหารหรือเครื่องดื่ม อยากถามว่า อะไรทำให้ยอมลองร้านใหม่ที่ยังมีรีวิวน้อยครับ รูป ราคา โปรโมชัน หรือมีอย่างอื่นที่สำคัญกว่า?
ผมเล่าจากมุมของคนทำร้านกาแฟ แต่คนทำร้านอาหาร ขนม หรือขายของอย่างอื่นผ่านออนไลน์ มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ อยากรู้ว่าประสบการณ์ของแต่ละคนเหมือนหรือต่างกันแค่ไหน