เนื้อหากระทู้:
สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมมีชุดความคิดหนึ่งที่อยากชวนทุกคนมาลองขบคิดและถกเถียงกันครับ
หากเรามองประวัติศาสตร์ตั้งแต่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมา มีคำคำเดียวที่สรุปชีวิตและขับเคลื่อนเรามาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ "ความกลัว"
• เรากลัวอดตาย ➔ เราเลยทำเกษตรกรรม
• เรากลัวโรคภัย ➔ เราเลยสร้างการแพทย์
• เรากลัวความมืดและความไม่รู้ ➔ เราเลยสร้างวิทยาศาสตร์
แต่ในขณะเดียวกัน ความกลัวก็คือสิ่งทีฉุดรั้งเราไว้มากที่สุดในตอนนี้
เพราะเรากลัวกันเอง ระแวงกันเอง กลัวเสียผลประโยชน์ มนุษย์เลยฆ่ากันเอง ทำลายกันเอง หรือไม่ก็ติดอยู่ตรงกลางใน "เส้นทางสายกลางที่จมปลัก" พัฒนาทุกอย่างอย่างเชื่องช้าเพราะติดเซฟโซน
ทางรอดเดียวที่ผมคิดได้คืออะไร?
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มนุษย์เราไม่จำเป็นต้องลบความกลัวออกไปจากเซลล์ แต่เราต้องเปลี่ยนสเกลความต้องการ จาก "ความโลภอันเล็กจ้อยที่แย่งชิงกันบนโลก" ขยายไปสู่ "ความโลภระดับจักรวาล" ออกไปเอาทรัพยากรและดวงดาวนับล้านร่วมกัน โดยยอมรับให้ AI เข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการผลประโยชน์ที่ตรงไปตรงมาและเป็นสมอคอยเตือนสติเราจากประวัติศาสตร์ความผิดพลาด
ปลายทางไม่ใช่การมีพระเจ้าองค์เดียวที่เย็นชา แต่คือการที่มนุษย์ทุกคนตระหนักรู้และกลายเป็นพระเจ้าในพื้นที่ของตัวเองในจักรวาลนี้
ทุกคนคิดอย่างไรกับแนวคิดนี้ครับ? มันมีความเป็นไปได้ไหม หรือเราจะติดอยู่ในกรงขังของความกลัวนี้ไปตลอดกาล?
(ปล. ผมได้เขียนสรุปเรื่องนี้เป็น Paper ภาษาอังกฤษสากลสั้น ๆ เก็บไว้ ใครสนใจอยากอ่านตัวเต็มบอกได้นะครับ เดี๋ยวผมแปะลิงก์แจกให้ฟรีครับ)
ชื่อกระทู้: ถ้ามนุษย์ติดอยู่ใน "กับดักแห่งความกลัว" เราจะไปถึงดวงดาวได้อย่างไร? (ชวนคุยเรื่องอนาคตอารยธรรม)
สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมมีชุดความคิดหนึ่งที่อยากชวนทุกคนมาลองขบคิดและถกเถียงกันครับ
หากเรามองประวัติศาสตร์ตั้งแต่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมา มีคำคำเดียวที่สรุปชีวิตและขับเคลื่อนเรามาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ "ความกลัว"
• เรากลัวอดตาย ➔ เราเลยทำเกษตรกรรม
• เรากลัวโรคภัย ➔ เราเลยสร้างการแพทย์
• เรากลัวความมืดและความไม่รู้ ➔ เราเลยสร้างวิทยาศาสตร์
แต่ในขณะเดียวกัน ความกลัวก็คือสิ่งทีฉุดรั้งเราไว้มากที่สุดในตอนนี้
เพราะเรากลัวกันเอง ระแวงกันเอง กลัวเสียผลประโยชน์ มนุษย์เลยฆ่ากันเอง ทำลายกันเอง หรือไม่ก็ติดอยู่ตรงกลางใน "เส้นทางสายกลางที่จมปลัก" พัฒนาทุกอย่างอย่างเชื่องช้าเพราะติดเซฟโซน
ทางรอดเดียวที่ผมคิดได้คืออะไร?[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มนุษย์เราไม่จำเป็นต้องลบความกลัวออกไปจากเซลล์ แต่เราต้องเปลี่ยนสเกลความต้องการ จาก "ความโลภอันเล็กจ้อยที่แย่งชิงกันบนโลก" ขยายไปสู่ "ความโลภระดับจักรวาล" ออกไปเอาทรัพยากรและดวงดาวนับล้านร่วมกัน โดยยอมรับให้ AI เข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการผลประโยชน์ที่ตรงไปตรงมาและเป็นสมอคอยเตือนสติเราจากประวัติศาสตร์ความผิดพลาด
ปลายทางไม่ใช่การมีพระเจ้าองค์เดียวที่เย็นชา แต่คือการที่มนุษย์ทุกคนตระหนักรู้และกลายเป็นพระเจ้าในพื้นที่ของตัวเองในจักรวาลนี้
ทุกคนคิดอย่างไรกับแนวคิดนี้ครับ? มันมีความเป็นไปได้ไหม หรือเราจะติดอยู่ในกรงขังของความกลัวนี้ไปตลอดกาล?
(ปล. ผมได้เขียนสรุปเรื่องนี้เป็น Paper ภาษาอังกฤษสากลสั้น ๆ เก็บไว้ ใครสนใจอยากอ่านตัวเต็มบอกได้นะครับ เดี๋ยวผมแปะลิงก์แจกให้ฟรีครับ)