"ทรัมป์’ ลงพื้นที่แคนซัส ช่วยรีพับลิกันหาเสียง เตือนประชาชน ว่า สหรัฐฯ จะ "ลุกเป็นไฟ" เหมือนฝรั่งเศส หากไม่ชนะการเลือกตั้ง
(20 ต.ค.69) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงที่เมืองพาร์คซิตี้ รัฐแคนซัส
เพื่อช่วย โรเจอร์ มาร์แชลล์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน หาเสียงเพื่อรักษาที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
หลังพรรครีพับลิกันต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับในรัฐอนุรักษ์นิยม ที่ครองแชมป์ยาวนานถึง 94 ปี
เนื่องจากความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและราคาสินค้าที่สูงขึ้น
การแข่งขันในรัฐแคนซัสปีนี้สูสี มาร์แชลล์ ต้องแข่งกับ อดัม แฮมิลตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตและบาทหลวงโบสถ์เมธอดิสต์
ซึ่งชูนโยบายโจมตีการแพงขึ้นของราคาสินค้า ภาษีนำเข้าของทรัมป์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเกษตรกรกับโรงพยาบาลในชนบท
ในระหว่างการปราศรัย ทรัมป์ได้หยิบยกเหตุการณ์จลาจลและการปล้นสะดมจากปัญหาค่าครองชีพในฝรั่งเศสมาอ้าง โดยเตือนว่า
"สถานการณ์นี้อาจเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาหากพรรครีพับลิกันไม่ชนะการเลือกตั้ง "
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังคงใช้ถ้อยคำโจมตีกลุ่มผู้อพยพและชาวมุสลิมอย่างรุนแรง
และเรียกสิ่งที่พวกหัวรุนแรงทำว่า "Dumocrats" ซึ่งเป็นการเยาะเย้ย พรรคเดโมแครต
การลงพื้นที่ของทรัมป์มีขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจของชาวแคนซัส
เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในพื้นที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ผสมผสานกับความไม่พอใจของกลุ่มเกษตรกรต่อนโยบายภาษีนำเข้าและการนำเข้าเนื้อวัวจากต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจล่าสุดของ Reuters/Ipsos ระบุว่า คะแนนความพึงพอใจในการทำงานของทรัมป์ลดลงเหลือเพียง 31%
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้พรรครีพับลิกันสุ่มเสี่ยงที่จะเสียเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนและฝ่ายตรงข้ามชี้ว่า ทรัมป์พยายามดึงวิกฤตต่างแดนมาสร้างความกลัวเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งปัญหาน้ำมันแพงและผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่กำลังกดดันผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ
Ch7HD News
‘ทรัมป์’ โหนเหตุจลาจลฝรั่งเศส เตือน “อเมริกาจะลุกเป็นไฟ” หากรีพับลิกันไม่ชนะ
"ทรัมป์’ ลงพื้นที่แคนซัส ช่วยรีพับลิกันหาเสียง เตือนประชาชน ว่า สหรัฐฯ จะ "ลุกเป็นไฟ" เหมือนฝรั่งเศส หากไม่ชนะการเลือกตั้ง
(20 ต.ค.69) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงที่เมืองพาร์คซิตี้ รัฐแคนซัส
เพื่อช่วย โรเจอร์ มาร์แชลล์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน หาเสียงเพื่อรักษาที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
หลังพรรครีพับลิกันต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับในรัฐอนุรักษ์นิยม ที่ครองแชมป์ยาวนานถึง 94 ปี
เนื่องจากความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและราคาสินค้าที่สูงขึ้น
การแข่งขันในรัฐแคนซัสปีนี้สูสี มาร์แชลล์ ต้องแข่งกับ อดัม แฮมิลตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตและบาทหลวงโบสถ์เมธอดิสต์
ซึ่งชูนโยบายโจมตีการแพงขึ้นของราคาสินค้า ภาษีนำเข้าของทรัมป์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเกษตรกรกับโรงพยาบาลในชนบท
ในระหว่างการปราศรัย ทรัมป์ได้หยิบยกเหตุการณ์จลาจลและการปล้นสะดมจากปัญหาค่าครองชีพในฝรั่งเศสมาอ้าง โดยเตือนว่า
"สถานการณ์นี้อาจเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาหากพรรครีพับลิกันไม่ชนะการเลือกตั้ง "
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังคงใช้ถ้อยคำโจมตีกลุ่มผู้อพยพและชาวมุสลิมอย่างรุนแรง
และเรียกสิ่งที่พวกหัวรุนแรงทำว่า "Dumocrats" ซึ่งเป็นการเยาะเย้ย พรรคเดโมแครต
การลงพื้นที่ของทรัมป์มีขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจของชาวแคนซัส
เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในพื้นที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ผสมผสานกับความไม่พอใจของกลุ่มเกษตรกรต่อนโยบายภาษีนำเข้าและการนำเข้าเนื้อวัวจากต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจล่าสุดของ Reuters/Ipsos ระบุว่า คะแนนความพึงพอใจในการทำงานของทรัมป์ลดลงเหลือเพียง 31%
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้พรรครีพับลิกันสุ่มเสี่ยงที่จะเสียเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนและฝ่ายตรงข้ามชี้ว่า ทรัมป์พยายามดึงวิกฤตต่างแดนมาสร้างความกลัวเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งปัญหาน้ำมันแพงและผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่กำลังกดดันผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ
Ch7HD News