คู่มือเอาตัวรอดเมื่อซอมบี้บุกไทย ฉบับคนธรรมดา (ใช้ของใกล้ตัว + บริบทชีวิตจริงในไทย)
ถ้าวันหนึ่งเกิดวิกฤตซอมบี้ระบาดขึ้นมาจริงๆ ในประเทศไทย สิ่งที่เราเห็นในหนังฮอลลีวูดหลายอย่างอาจเอามาใช้ในชีวิตจริงไม่ได้เลยครับ ด้วยสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ และลักษณะทางกายภาพของเมืองบ้านเรา วันนี้เลยขอมาตั้งกระทู้รวบรวม "วิธีเอาตัวรอดสไตล์ไทยๆ" ที่อิงจากของใกล้ตัวและสถานการณ์จริงที่เราต้องเจอแน่ๆ ครับ
Phase 1: 24 ชั่วโมงแรก (ช่วงตื่นตระหนก)
อย่าเพิ่งพุ่งตัวไปเซเว่นหรือห้างสรรพสินค้า ในช่วง 1–3 ชั่วโมงแรก คนจะแห่ไปแย่งซื้อของจนเกิดความวุ่นวาย ปล้นชิง และกลายเป็นจุดแพร่เชื้อที่อันตรายที่สุด อาหารและน้ำที่มีติดบ้านตอนนี้พอถูไถไปได้ก่อนอย่างน้อย 2–3 วัน
กักเก็บน้ำทันที เปิดน้ำใส่ถัง โอ่ง กาละมัง หรืออ่างอาบน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระบบประปาในไทยมักจะหยุดทำงานหรือปนเปื้อนภายในเวลาอันรวดเร็วเมื่อเกิดวิกฤต
ตัดไฟและปิดม่านทึบ ซอมบี้ส่วนใหญ่ตอบสนองต่อแสงและเสียง การเปิดไฟสว่างโล่ในยามดึกจะทำให้บ้านคุณกลายเป็นเป้าสายตา พยายามใช้ชีวิตบนชั้น 2 ของบ้านเป็นหลัก
Phase 2: เกราะป้องกันและอาวุธ DIY จากของในบ้าน
เกราะเทปกาว + นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ นำนิตยสารหนาๆ มาพันรอบท่อนแขน ขา และคอ จากนั้นใช้เทปกาวหนา (Duct Tape) พันดักไว้อีกชั้น ฟันมนุษย์ไม่มีทางกัดเข้าแน่นอน
ชุดการ์ดมอเตอร์ไซค์ / แจ็คเก็ตยีนส์ ชุดขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีการ์ดไหล่ ศอก และเข่า หรือเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์หนาๆ คือชุดเกราะที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางนอกบ้าน
ชแลง (Crowbar) หรือท่อเหล็ก > ปืน ปืนหาได้ยากและเสียงดังเกินไป (เสียงปืนจะเรียกรวมฝูงซอมบี้ในรัศมี 1–2 กม.) ให้ใช้ชแลง จอบ หรือท่อเหล็กยัดไส้ทรายที่ด้ามจับแน่นๆ แทน ใช้แทงขมับหรือเบ้าตาเพื่อทำลายสมอง
Phase 3: เสบียงและของจำเป็นแบบไทยๆ
ปลากระป๋อง น้ำพริกแห้ง และข้าวสาร ปลากระป๋องให้ทั้งโปรตีนและน้ำมัน ส่วนน้ำพริกแห้งช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารแห้ง ไม่ทำให้เบื่ออาหารจนร่างกายอ่อนแอ
ผงเกลือแร่ (ORS) และยาฆ่าเชื้อ อากาศเมืองไทยร้อนชื้น ภาวะเสียน้ำและท้องร่วงคือศัตรูอันดับหนึ่ง พกผงเกลือแร่และยาพาราลดไข้ไว้เสมอ
เทียนไขและเตาแก๊สปิคนิค เมื่อไฟฟ้าดับ เตาแก๊สกระป๋องเล็กๆ จะช่วยให้คุณต้มน้ำและปรุงอาหารสุกได้โดยไม่เกิดควันมากเกินไป
Phase 4: การเดินทางในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่
เลี่ยงถนนสายหลักและทางด่วนเด็ดขาด ถนนอย่างสุขุมวิท วิภาวดี หรือทางด่วน จะกลายเป็นลานจอดรถติดวินาศสันตะโรภายใน 2 ชั่วโมง ใช้ซอยย่อย (Shortcuts) หรือทางตัดผ่านที่เราคุ้นเคยแทน
จักรยาน / มอเตอร์ไซค์คันเล็ก คือยานพาหนะที่ดีที่สุด รถยนต์จะกลายเป็นกับดักเมื่อเจอซากรถขวางทาง จักรยานทรงตัวง่าย ไร้เสียง ไม่ต้องใช้น้ำมัน ส่วนมอเตอร์ไซค์ช่วยให้มุดผ่านซอยแคบได้ดีกว่า
ระวังน้ำท่วมขังและท่อระบายน้ำ อย่าเดินลุยน้ำที่ไม่เห็นพื้น เพราะใต้ผิวน้ำอาจมีซอมบี้จมอยู่ หรือฝาท่อระบายน้ำอาจเปิดทิ้งไว้จนตกไปบาดเจ็บได้
Phase 5: การดัดแปลงที่อยู่อาศัยเป็นปราการ
บ้านปูนโครงสร้างแน่นหนา (Precast / คอนกรีต) กำแพงปูนและประตูเหล็กดัดตามบ้านจัดสรรหรือคอนโดในไทย ป้องกันแรงกระแทกจากฝูงซอมบี้ได้ดีกว่าบ้านโครงสร้างไม้
ทำลายหรือบล็อกทางขึ้นชั้น 1 ขนเฟอร์นิเจอร์หนักๆ มาปิดกั้นบันไดทางขึ้นชั้น 2 ไว้ทั้งหมด แล้วใช้บันไดลิงหรือเชือกสำหรับขึ้นลงทางหน้าต่างแทน
ระบบประตูอัจฉริยะและนิติบุคคล หากอยู่ในโครงการที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา คีย์การ์ด หรือประตูรั้วอัตโนมัติ ให้รีบปิดล็อกทางเข้าหลักของหมู่บ้าน/คอนโดร่วมกับเพื่อนบ้านทันที
ใครมีไอเดียเอาตัวรอดแบบไทยๆ เทคนิคอื่นเพิ่มเติม มาแชร์ในคอมเมนต์กันได้เลยครับ
รวบรวมวิธีเอาตัวรอดเมื่อวันสิ้นโลกซอมบี้ระบาดมาถึงไทย (ฉบับใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน)
ถ้าวันหนึ่งเกิดวิกฤตซอมบี้ระบาดขึ้นมาจริงๆ ในประเทศไทย สิ่งที่เราเห็นในหนังฮอลลีวูดหลายอย่างอาจเอามาใช้ในชีวิตจริงไม่ได้เลยครับ ด้วยสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ และลักษณะทางกายภาพของเมืองบ้านเรา วันนี้เลยขอมาตั้งกระทู้รวบรวม "วิธีเอาตัวรอดสไตล์ไทยๆ" ที่อิงจากของใกล้ตัวและสถานการณ์จริงที่เราต้องเจอแน่ๆ ครับ
Phase 1: 24 ชั่วโมงแรก (ช่วงตื่นตระหนก)
อย่าเพิ่งพุ่งตัวไปเซเว่นหรือห้างสรรพสินค้า ในช่วง 1–3 ชั่วโมงแรก คนจะแห่ไปแย่งซื้อของจนเกิดความวุ่นวาย ปล้นชิง และกลายเป็นจุดแพร่เชื้อที่อันตรายที่สุด อาหารและน้ำที่มีติดบ้านตอนนี้พอถูไถไปได้ก่อนอย่างน้อย 2–3 วัน
กักเก็บน้ำทันที เปิดน้ำใส่ถัง โอ่ง กาละมัง หรืออ่างอาบน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระบบประปาในไทยมักจะหยุดทำงานหรือปนเปื้อนภายในเวลาอันรวดเร็วเมื่อเกิดวิกฤต
ตัดไฟและปิดม่านทึบ ซอมบี้ส่วนใหญ่ตอบสนองต่อแสงและเสียง การเปิดไฟสว่างโล่ในยามดึกจะทำให้บ้านคุณกลายเป็นเป้าสายตา พยายามใช้ชีวิตบนชั้น 2 ของบ้านเป็นหลัก
Phase 2: เกราะป้องกันและอาวุธ DIY จากของในบ้าน
เกราะเทปกาว + นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ นำนิตยสารหนาๆ มาพันรอบท่อนแขน ขา และคอ จากนั้นใช้เทปกาวหนา (Duct Tape) พันดักไว้อีกชั้น ฟันมนุษย์ไม่มีทางกัดเข้าแน่นอน
ชุดการ์ดมอเตอร์ไซค์ / แจ็คเก็ตยีนส์ ชุดขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีการ์ดไหล่ ศอก และเข่า หรือเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์หนาๆ คือชุดเกราะที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางนอกบ้าน
ชแลง (Crowbar) หรือท่อเหล็ก > ปืน ปืนหาได้ยากและเสียงดังเกินไป (เสียงปืนจะเรียกรวมฝูงซอมบี้ในรัศมี 1–2 กม.) ให้ใช้ชแลง จอบ หรือท่อเหล็กยัดไส้ทรายที่ด้ามจับแน่นๆ แทน ใช้แทงขมับหรือเบ้าตาเพื่อทำลายสมอง
Phase 3: เสบียงและของจำเป็นแบบไทยๆ
ปลากระป๋อง น้ำพริกแห้ง และข้าวสาร ปลากระป๋องให้ทั้งโปรตีนและน้ำมัน ส่วนน้ำพริกแห้งช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารแห้ง ไม่ทำให้เบื่ออาหารจนร่างกายอ่อนแอ
ผงเกลือแร่ (ORS) และยาฆ่าเชื้อ อากาศเมืองไทยร้อนชื้น ภาวะเสียน้ำและท้องร่วงคือศัตรูอันดับหนึ่ง พกผงเกลือแร่และยาพาราลดไข้ไว้เสมอ
เทียนไขและเตาแก๊สปิคนิค เมื่อไฟฟ้าดับ เตาแก๊สกระป๋องเล็กๆ จะช่วยให้คุณต้มน้ำและปรุงอาหารสุกได้โดยไม่เกิดควันมากเกินไป
Phase 4: การเดินทางในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่
เลี่ยงถนนสายหลักและทางด่วนเด็ดขาด ถนนอย่างสุขุมวิท วิภาวดี หรือทางด่วน จะกลายเป็นลานจอดรถติดวินาศสันตะโรภายใน 2 ชั่วโมง ใช้ซอยย่อย (Shortcuts) หรือทางตัดผ่านที่เราคุ้นเคยแทน
จักรยาน / มอเตอร์ไซค์คันเล็ก คือยานพาหนะที่ดีที่สุด รถยนต์จะกลายเป็นกับดักเมื่อเจอซากรถขวางทาง จักรยานทรงตัวง่าย ไร้เสียง ไม่ต้องใช้น้ำมัน ส่วนมอเตอร์ไซค์ช่วยให้มุดผ่านซอยแคบได้ดีกว่า
ระวังน้ำท่วมขังและท่อระบายน้ำ อย่าเดินลุยน้ำที่ไม่เห็นพื้น เพราะใต้ผิวน้ำอาจมีซอมบี้จมอยู่ หรือฝาท่อระบายน้ำอาจเปิดทิ้งไว้จนตกไปบาดเจ็บได้
Phase 5: การดัดแปลงที่อยู่อาศัยเป็นปราการ
บ้านปูนโครงสร้างแน่นหนา (Precast / คอนกรีต) กำแพงปูนและประตูเหล็กดัดตามบ้านจัดสรรหรือคอนโดในไทย ป้องกันแรงกระแทกจากฝูงซอมบี้ได้ดีกว่าบ้านโครงสร้างไม้
ทำลายหรือบล็อกทางขึ้นชั้น 1 ขนเฟอร์นิเจอร์หนักๆ มาปิดกั้นบันไดทางขึ้นชั้น 2 ไว้ทั้งหมด แล้วใช้บันไดลิงหรือเชือกสำหรับขึ้นลงทางหน้าต่างแทน
ระบบประตูอัจฉริยะและนิติบุคคล หากอยู่ในโครงการที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา คีย์การ์ด หรือประตูรั้วอัตโนมัติ ให้รีบปิดล็อกทางเข้าหลักของหมู่บ้าน/คอนโดร่วมกับเพื่อนบ้านทันที
ใครมีไอเดียเอาตัวรอดแบบไทยๆ เทคนิคอื่นเพิ่มเติม มาแชร์ในคอมเมนต์กันได้เลยครับ